ผลการค้นหาตามปี "2519" (1127 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406-2408/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดของเจ้าพนักงานตำรวจที่ข่มขืนใจกรรโชกทรัพย์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย
เจ้าพนักงานตำรวจได้ข่มขืนใจผู้เสียหายให้มอบเงินแก่ตน 500 บาทโดยกล่าวหาว่าเล่นการพนัน เมื่อผู้เสียหายขอให้เพียง 100 บาทก็ไม่พอใจ ทำร้ายผู้เสียหายและแกล้งจับโดยไม่มีอำนาจนำไปส่งสถานีตำรวจเช่นนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 337 วรรค 2, 309 วรรค 2 และ 295 โดยสำหรับความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309 และความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา 337 นั้น ผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นแล้ว แม้จะยอมไม่เต็มตามที่ถูกเรียกร้องก็เป็นความผิดสำเร็จ ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 148 เพียงแต่ผู้กระทำผิดมีเจตนาจะให้เขาส่งมอบทรัพย์สินให้ ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว แม้ผู้ถูกข่มขืนใจจะไม่ยอมตามนั้นก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2406-2408/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนใจเอาทรัพย์, ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ, กรรโชกทรัพย์, และข่มขืนใจผู้เสียหาย
เจ้าพนักงานตำรวจได้ข่มขืนใจผู้เสียหายให้มอบเงินแก่ตน 500 บาท โดยกล่าวหาว่าเล่นการพนัน เมื่อผู้เสียหายขอให้เพียง 100 บาทก็ไม่พอใจ ทำร้ายผู้เสียหายและแกล้งจับโดยไม่มีอำนาจนำไปส่งสถานีตำรวจเช่นนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,337 วรรคสอง,309 วรรคสอง และ295 โดยสำหรับความผิดต่อเสรีภาพตามมาตรา 309และความผิดฐานกรรโชกตามมาตรา 337 นั้น เมื่อผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้นแล้ว แม้จะยอมไม่เต็มตามที่ถูกเรียกร้องก็เป็นความผิดสำเร็จ ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 148เพียงแต่ผู้กระทำผิดมีเจตนาจะให้เขาส่งมอบทรัพย์สินให้ก็เป็นความผิดสำเร็จแล้ว แม้ผู้ถูกข่มขืนใจจะไม่ยอมตามนั้นก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2391-2392/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องจากสัญญาซื้อขายที่ดิน ไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีสัญญาจ้างทำไฟฟ้า
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้จัดการให้มีไฟฟ้าใช้ในที่ดินที่โจทก์จัดสรร โจทก์จ่ายเงินไปแล้วจึงขอเลิกสัญญาขอคืนเงินและเรียกค่าเสียหาย ดังนี้ผลแห่งคดีที่โจทก์ฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์จะมีสิทธิเลิกสัญญาขอคืนเงินตลอดจนได้ค่าเสียหายหรือไม่ แม้ผู้ร้องจะซื้อที่ดินจัดสรรจากโจทก์ไว้ และถ้าโจทก์ชนะคดีผู้ร้องอาจเสียผลที่ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าในที่ดินที่ซื้อจากโจทก์ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับผู้ร้อง แต่ก็เป็นผลที่ผู้ร้องมีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกร้องจากโจทก์โดยตรง ไม่เกี่ยวกับผลแห่งคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลย ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) จึงร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินเพื่อหากำไร ไม่เข้าข่ายค่าใช้จ่ายที่หักได้ 90% ตามกฎหมายภาษีอากร
พฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกแล้วตัดโค่นต้นไม้ถมที่ และทำเขื่อนเป็นการปรับปรุงให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น แล้วซื้อที่ดินแปลงหลังเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงแรกและขายไปทั้งสองแปลงหลังจากซื้อที่ดินแปลงหลังไม่ถึง 4 เดือน ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งโรงงานดังที่โจทก์อ้าง ดังนี้ แสดงว่าโจทก์ขายที่ดินไปเป็นทางค้าหรือหากำไร "การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ในมาตรา 8(32) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ90 นั้น ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่แล้ว กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้และคำว่าผลิตหมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยประการใดๆ "ผู้ผลิต"หมายความว่าผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต (ประมวลรัษฎากรมาตรา 77) ที่ดินจึงมิใช่ของที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผลิตจะนำมาตรา 8(32) แห่งพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาปรับในเรื่องการขายที่ดินไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินเพื่อหากำไร ไม่เข้าข่ายค่าใช้จ่ายที่หักได้ 90% ตามประมวลรัษฎากร
พฤติการณ์ที่โจทก์ซื้อที่ดินแปลงแรกแล้วตัดโค่นต้นไม้ ถมที่ และทำเขื่อนเป็นการปรับปรุงให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้น แล้วซื้อที่ดินแปลงหลังเพื่อให้มีทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงแรกและขายไปทั้งสองแปลงหลังจากซื้อที่ดินแปลงหลังไม่ถึง 4 เดือน ทั้งข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะตั้งโรงงานดังที่โจทก์อ้าง ดังนี้ แสดงว่าโจทก์ขายที่ดินไปเป็นทางค้าหรือหากำไร
"การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ในมาตรา 8 (32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 90 นั้น ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่นั้น กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้ และคำว่าผลิตหมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยประการใด ๆ "ผู้ผลิต" หมายความว่าผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต (ประมวลรัษฎากรมาตรา 77) ที่ดินจึงไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผลิต จะนำมาตรา 8(32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาดังกล่าวมาปรับในเรื่องการขายที่ดินไม่ได้
"การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่นซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" ในมาตรา 8 (32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 ซึ่งยอมให้หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 90 นั้น ย่อมหมายถึงของอันเกิดจากการผลิต เพราะถ้าจะให้หมายถึงของทุกชนิดไม่ว่าจะเกิดจากการผลิตหรือไม่นั้น กฎหมายก็ไม่จำต้องบัญญัติคำว่า "ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นผู้ผลิต" กำกับไว้ และคำว่าผลิตหมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยประการใด ๆ "ผู้ผลิต" หมายความว่าผู้ประกอบการค้าที่ทำการผลิต (ประมวลรัษฎากรมาตรา 77) ที่ดินจึงไม่ใช่ของที่เกิดขึ้นเนื่องจากการผลิต จะนำมาตรา 8(32) แห่งพระราชบัญญัติฎีกาดังกล่าวมาปรับในเรื่องการขายที่ดินไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2386-2387/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เครื่องเล่นเด็กไม่ใช่เครื่องเล่นพนัน: การพิจารณาความหมายของ 'เครื่องเล่นที่ใช้ไฟฟ้าจักรกล' ตาม พ.ร.บ.การพนัน
ตู้เครื่องเล่นของกลางปรากฏว่าตู้ใดที่มีการยิงสิ่งของมีเครื่องหมายนับแต้มแต่ไม่มีตัวเลขปรากฏขณะเล่น ตู้ใดที่ไม่มีการยิงสิ่งของ ไม่มีเครื่องหมายนับแต้ม และแม้เครื่องเล่นบางตู้มีเครื่องหมายว่ายิงถูกหรือผิดหรือเครื่องหมายสัญญาณอย่างอื่นก็ตาม ถ้าไม่ปรากฏว่าเครื่องเล่นดังกล่าวตามปกติได้ใช้เป็นเครื่องเล่นการพนันที่ใช้ไฟฟ้าจักรกลแล้วนับแต้มหรือเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏขึ้นเป็นการแพ้ชนะเช่นการเล่นอย่างอื่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. แต่กลับปรากฏว่าเป็นเครื่องเล่นที่จัดให้เด็กเล่นเพื่อความเพลิดเพลินและฝึกเชาว์ไหวพริบของเด็ก ตู้เครื่องเล่นของกลางทั้งหมดย่อมไม่ใช่เครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าจักรกลตามบัญชี ข. อันดับที่ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 จำเลยผู้จัดจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2386-2387/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตู้เกมไฟฟ้าไม่ได้เข้าข่ายเครื่องเล่นพนัน หากไม่มีการนับแต้มหรือแสดงผลแพ้ชนะชัดเจน
ตู้เครื่องเล่นของกลางตู้ใดที่มีการยิงสิ่งของ มีเครื่องหมายนับแต้มแต่ไม่มีตัวเลขปรากฏในขณะเล่น ตู้ใดที่ไม่มีการยิงสิ่งของ ก็ไม่มีเครื่องหมายนับแต้ม และแม้เครื่องเล่นบางตู้มีเครื่องหมายว่ายิงถูกหรือผิดหรือเครื่องหมายสัญญาณอย่างอื่นก็ตาม ก็ไม่ปรากฏว่าเครื่องเล่นดังกล่าวตามปกติได้ใช้เป็นเครื่องเล่นการพนันที่ใช้ไฟฟ้าจักรกลแล้วนับแต้มหรือเครื่องหมายต่างๆที่ปรากฏขึ้นเป็นการแพ้ชนะ เช่นการเล่นอย่างอื่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. แต่กลับปรากฏว่าเป็นเครื่องเล่นที่จัดให้เด็กเล่นเพื่อความเพลิดเพลินและฝึกไหวพริบของเด็กตู้เครื่องเล่นของกลางทั้งหมดย่อมไม่ใช่เครื่องเล่นซึ่งใช้ไฟฟ้าจักรกลตามบัญชี ข. อันดับ 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 จำเลยผู้จัดจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2382/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองวัตถุโบราณที่ไม่เข้าข่ายสมบัติของชาติ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
รูปพระฤาษีเดินดงที่จำเลยเอาไปนั้นเก็บอยู่ในหีบบนกุฏิพระทางนำสืบไม่ปรากฏว่าเป็นที่สักการะบูชาของประชาชน หรือต้องเก็บรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335 ทวิ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 339 ทวิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2372/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาฐานแจ้งความเท็จ/เบิกความเท็จ ต้องระบุความจริงและเท็จชัดเจน มิฉะนั้นฟ้องไม่ชอบ
โจทก์บรรยายฟ้องได้ความแต่เพียงว่า จำเลยแจ้งแก่พนักงานสอบสวนอย่างหนึ่ง แล้วมาเบิกความต่อศาลอีกอย่างหนึ่ง เป็นการแตกต่างและขัดกันขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ ดังนี้ เมื่อฟ้องมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าข้อความใดเป็นความเท็จ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) (ประชุมใหญ่ครั้งที่21/2519)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2372/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแจ้งความเท็จ/เบิกความเท็จต้องระบุข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเพื่อพิสูจน์ความเท็จ
โจทก์บรรยายฟ้องได้ความแต่เพียงว่า จำเลยแจ้งแก่พนักงานสอบสวนอย่างหนึ่ง แล้วมาเบิกความต่อศาลอีกอย่างหนึ่ง เป็นการแตกต่างและขัดกัน ขอให้ลงโทษฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ ดังนี้ เมื่อฟ้องมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าข้อความใดเป็นความเท็จ ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2519)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2519)