ผลการค้นหาตามปี "2523" (1414 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2768/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประกันตัวชั่วคราว: ความรับผิดทางแพ่งยังคงมีผลใช้บังคับ แม้ผู้ต้องหาได้รับนิรโทษกรรม
จำเลยทำสัญญาขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวนกับโจทก์ ถ้าผิดสัญญาโดยส่งตัวผู้ต้องหาไม่ได้ ยอมใช้เงินแก่โจทก์จำนวนหนึ่ง ต่อมาจำเลยส่งตัวผู้ต้องหาไม่ได้ โจทก์ถือว่าจำเลยผิดสัญญาสั่งปรับตามสัญญา ถึงแม้ต่อมาจะมีพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ต้องหาพ้นความรับผิดโดยสิ้นเชิง และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องแล้วก็ตาม ก็ย่อมไม่กระทบถึงสัญญาประกันระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งเป็นความรับผิดส่วนแพ่ง สัญญาประกันย่อมมีผลใช้บังคับไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้ที่พ้นวิสัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2767/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นเช่าซื้อเรือ เพราะไม่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลล่างและไม่เป็นประโยชน์ต่อความยุติธรรม
โจทก์ฟ้องและจำเลยให้การโดยอ้างว่าอีกฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายเรือ หาได้ฟ้องหรือให้การต่อสู้ว่าเป็นเรื่องเช่าซื้อเรือกันแต่อย่างใดไม่ และศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยว่าเป็นเรื่องซื้อขายเรือ ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์จำเลยมีเจตนาทำสัญญาเช่าซื้อเรือ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2766/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา: ศาลต้องใช้ข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาคดีอาญาที่ถึงที่สุดในการพิจารณาคดีแพ่ง
โจทก์ฟ้องคดีแพ่งกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โดยร่วมกันทุจริตเบียดบังข้าวสารของโจทก์ไป และขอให้ชดใช้เงินค่าข้าวสาร ซึ่งเป็นมูลคดีเดียวกับคดีอาญาซึ่งกล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันทุจริตเบียดบังข้าวสารของโจทก์ไป ขอให้ลงโทษและขอให้คืนหรือใช้ราคาข้าวสารเช่นเดียวกัน จึงเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 เมื่อศาลได้พิพากษายกฟ้องคดีอาญาโดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้ร่วมกันเบียดบังยักยอกข้าวสารของโจทก์ไปคดีถึงที่สุดแล้ว ในการพิพากษาคดีแพ่งนี้ ศาลจึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวฟ้องของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งอ้างสภาพแห่งข้อหาในมูลคดีเดียวกับคดีอาญาดังกล่าวจึงตกไปรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กระทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276-281/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจปกครองสั่งรื้อถอนอาคารชำรุด – รัฐมนตรีชี้ขาดเป็นที่สุด – ศาลยืนตาม
พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ. 2503 ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นคณะกรรมการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริง ถ้าเห็นว่าอาคารชำรุดทรุดโทรม น่ารังเกียจ ไม่อาจแก้ไขได้ก็สั่งให้รื้อถอนได้ รัฐมนตรีชี้ขาดยกอุทธรณ์แล้วให้เป็นที่สุด เมื่อไม่ปรากฏว่าได้กลั่นแกล้งหรือไม่สุจริต ไม่มีเหตุที่ศาลจะเพิกถอนคำสั่งนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท: การทำนาในที่ดินของตนเองไม่เป็นการละเมิด แม้จะทำลายพืชผลที่โจทก์ปลูกโดยไม่สุจริต
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาท จึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยมีสิทธิขัดขวางมีให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดิน: การทำนาในที่ดินของตนเองไม่เป็นการละเมิด แม้จะทำลายพืชผลที่ผู้อื่นปลูกไว้
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยที่ 1ไม่ใช่ของโจทก์ การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาทจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ และโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปปลูกพืชผลในที่ดินนั้น การที่โจทก์เข้าไปปลูกจึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต จำเลยมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของตน และเป็นการใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยตามสมควรแก่การทำนาของจำเลยการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2761/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำและการผูกพันตามคำพิพากษาเดิม กรณีครอบครองปรปักษ์และสิทธิในที่ดิน
ในคดีก่อน จำเลยที่ 2 ฟ้องขับไล่โจทก์ทั้งสอง มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินโฉนดที่ 1238 โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยครอบครองปรปักษ์หรือไม่ และยกเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่อันเป็นประเด็นเดียวกับประเด็นในคดีนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีก่อนว่าโจทก์ทั้งสองได้ที่พิพาทโดยครอบครองปรปักษ์ แต่ยังมิได้จดทะเบียนการได้มาไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินโดยไม่สุจริต หรือจดทะเบียนโดยไม่สุจริตโจทก์ทั้งสองยกขึ้นต่อสู้ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ดังนี้ฟ้องโจทก์คดีนี้ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อนและคำพิพากษาคดีก่อนก็ผูกพันจำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองว่าที่พิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ 1238 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วโจทก์อ้างในคดีนี้ไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง และไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนสัญญาขายที่ดิน โฉนดที่ 1238 อันกระทบถึงสิทธิของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2759/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขาดนัดพิจารณาคดี: การใช้สิทธิไม่ถูกต้องทำให้เสียสิทธิในการขอพิจารณาคดีใหม่
ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา จำเลยอ้างว่ามิได้จงใจขาดนัด จำเลยอาจขอให้ศาลมีการพิจารณาคดีใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 แต่จำเลยไม่ได้ใช้สิทธิเช่นนั้น กลับใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาโดยตรง จำเลยจึงหมดสิทธิที่จะขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207(3)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประมาททางรถไฟ: จำเลยต้องจัดการทดแทนเครื่องกั้นถนนชำรุด แม้มีสัญญาณไฟ หากเกิดเหตุร้าย ผู้ตายก็ประมาท
ตรงถนนตัดผ่านทางรถไฟ จำเลยมีสัญญาไฟอัตโนมัติใช้ควบคู่กับคานเครื่องกั้นถนน เมื่อรถไฟแล่นผ่านจะมีคานเครื่องกั้นถนนปิดกั้นมิให้ยานพาหนะผ่านทางรถไฟ การที่จำเลยถอดเอาคานเครื่องกั้นถนนออกไปซ่อมโดยไม่จัดให้เจ้าหน้าที่คอยให้สัญญาณ หรือทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันภยันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะที่รถไฟแล่นผ่าน คงมีแต่สัญญาณไฟอัตโนมัติ ภริยาโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ขับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟเข้าไปชนกับรถไฟของจำเลยซึ่งแล่นผ่านมาถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าฝ่ายจำเลยประมาทมากกว่าฝ่ายโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2755/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทเลินเล่อของทางการรถไฟฯ กรณีถอดเครื่องกั้นถนนซ่อมโดยไม่จัดระบบป้องกันอันตราย ถือเป็นฝ่ายประมาทมากกว่า
ตรงถนนตัดผ่านทางรถไฟ จำเลยมีสัญญาณไฟอัตโนมัติใช้ควบคู่กับคานเครื่องกั้นถนน เมื่อรถไฟแล่นผ่านจะมีคานเครื่องกั้นถนนปิดกั้นมิให้ยานพาหนะผ่านทางรถไฟ การที่จำเลยถอดเอาคานเครื่องกั้นถนนออกไปซ่อมโดยไม่จัดให้เจ้าหน้าที่คอยให้สัญญาณ หรือทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อป้องกันภยันตรายอันอาจจะเกิดขึ้นได้ในขณะที่รถไฟแล่นผ่าน คงมีแต่สัญญาณไฟอัตโนมัติ ภริยาโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 5 ขับรถยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟเข้าไปชนกับรถไฟของจำเลยซึ่งแล่นผ่านมาถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าฝ่ายจำเลยประมาทมากกว่าฝ่ายโจทก์