ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2001/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งสินสมรสแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ศาลยังคงมีอำนาจวินิจฉัยได้
หญิงฟ้องหย่าขาดจากชายผู้เป็นสามีและขอแบ่งสินสมรสด้วย แม้จะได้ความว่าการสมรสไม่ได้จดทะเบียนจึงไม่เป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย ศาลไม่จำต้องวินิจฉัยในเรื่องหย่าก็ตาม แต่ในเรื่องทรัพย์สินที่ขอแบ่งนั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยให้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่1179/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2000/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจสั่งรื้อเคหะโดยพลการ ต้องร้องขอต่อศาลตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข
เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจโดยพละการตนเองที่จะสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะคนใด รื้อเคหะหรืออาคารนอกจากจะร้องขอต่อศาลตามความใน พ.ร.บ.สาธารณะสุข พ.ศ.2484 มาตรา 89
ฉะนั้นถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้ครอบครองเคหะรื้อเคหะนั้นโดยพละการตนเองคำสั่งนั้นก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่จำต้องปฏิบัติตาม
ฉะนั้นถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้ครอบครองเคหะรื้อเคหะนั้นโดยพละการตนเองคำสั่งนั้นก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่จำต้องปฏิบัติตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2000/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นในการสั่งรื้อเคหะ: ต้องผ่านศาล
เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจโดยพลการตนเองที่จะสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหะคนใด รื้อเคหะหรืออาคาร นอกจากจะร้องขอต่อศาลตามความในพระราชบัญญัติสาธารณะสุข พ.ศ.2484 มาตรา 29
ฉะนั้นถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้ครอบครองเคหะรื้อเคหะนั้นโดยพลการตนเอง คำสั่งนั้นก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่จำต้องปฏิบัติตาม
ฉะนั้นถ้าเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้ครอบครองเคหะรื้อเคหะนั้นโดยพลการตนเอง คำสั่งนั้นก็เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่จำต้องปฏิบัติตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1999/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีอนาจาร: การระบุอายุผู้ถูกกระทำอนาจารในฟ้อง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำอนาจารแก่หญิง โดยระบุชื่อและว่าเป็นนางสาว กับอ้าง ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246 เป็นบทขอให้ลงโทษจำเลย ดังนี้ แม้ในฟ้องจะไม่ได้ระบุว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่บุคคล ซึ่งมีอายุกว่า 13 ปีขึ้นไป ก็ตาม ก็ย่อมถือได้ว่า โจทก์ได้กล่าวในฟ้องชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกระทำอนาจารมีอายุเป็นนางสาวแล้ว ทั้งยังขอให้ลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่กระทำผิดต่อบุคคลอายุเกิน 13 ปีด้วย ฟ้องจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1999/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีอนาจาร แม้ไม่ได้ระบุอายุผู้ถูกกระทำ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่หญิง โดยระบุชื่อและว่าเป็นนางสาว กับอ้างกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 246 เป็นบทขอให้ลงโทษจำเลย ดังนี้ แม้ในฟ้องจะไม่ได้ระบุว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่บุคคล ซึ่งมีอายุกว่า 13 ปีขึ้นไป ก็ตาม ก็ย่อมถือได้ว่า โจทก์ได้กล่าวในฟ้องชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกระทำอนาจารมีอายุเป็นนางสาวแล้ว ทั้งยังขอให้ลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่กระทำผิดต่อบุคคลอายุเกิน 13 ปีด้วย ฟ้องจึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในการกระทำความผิด: ปล้นทรัพย์ vs. ฆ่าคนตาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์ และบรรยายว่าในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยได้สมคบกันใช้มีดขู่จะทำร้ายและใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์ 1 นัด เจ้าทรัพย์ทนพิษบาดแผลที่จำเลยยิงไม่ได้ได้ขาดใจตายในทันทีนั้น ดังนี้เป็นลักษณะของการปล้นและทำให้เจ้าทรัพย์ตายเท่านั้น เมื่อไม่กล่าวให้ชัดว่าจำเลยได้มีเจตนาจะฆ่าเจ้าทรัพย์ให้ตายอันเป็นลักษณะของความผิดฐานฆ่าคนตายด้วยแล้ว ศาลก็จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 ด้วยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าขาดจากความผิดฐานปล้นทรัพย์ ศาลลงโทษตามบทปล้นทรัพย์ที่ทำให้ถึงแก่ความตาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์ และบรรยายว่าในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยได้สมคบกันใช้มีดขู่จะทำร้ายและใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์ 1 นัด เจ้าทรัพย์ทนพิษบาดแผลที่จำเลยยิงไม่ได้ได้ขาดใจตายในทันทีนั้นดังนี้เป็นลักษณะของการปล้นและทำให้เจ้าทรัพย์ตายเท่านั้น เมื่อไม่กล่าวให้ชัดว่าจำเลยได้มีเจตนาจะฆ่าเจ้าทรัพย์ให้ตายอันเป็นลักษณะของความผิดฐานฆ่าคนตายด้วยแล้ว ศาลก็จะลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 250 ด้วย ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองทำนาหลังไถ่ถอนมรดก: สิทธิในมรดกยังคงอยู่
สามีของทายาทคนหนึ่งไถ่ถอนนามรดก ซึ่งยังมิได้แบ่งปันกันมาจากเจ้าหนี้ โดยตกลงกับทายาทอื่นว่า ตนต้องเข้าทำนาก่อน 3 ปี พ้น 3 ปีแล้วมีทายาทคนใดจะเข้าทำนา ต้องใช้เงินให้ตนจำนวนหนึ่ง ครั้นครบ 3 ปีแล้วทายาทอื่นต่างเอาเงินตามจำนวนที่ตกลงกันไว้มามอบให้สามีทายาทคนนั้น เพื่อจะเข้าทำนาตามที่ตกลงกัน แต่สามีของทายาทคนนั้นไม่ยอม ดังนี้ จะถือว่าการที่ทายาทอื่นยอมให้สามีของทายาทผู้ไถ่ถอนนา ครอบครองทำนาพิพาทนั้นทายาทอื่นได้สละสิทธิในการรับมรดกที่นาพิพาทไม่ได้ ทายาทอื่นยังคงมีสิทธิในที่นาพิพาทอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองมรดกโดยทายาทอื่นและการสละสิทธิรับมรดก
สามีของทายาทคนหนึ่งไถ่ถอนนามรดก ซึ่งยังมิได้แบ่งปันกันมาจากเจ้าหนี้โดยตกลงกับทายาทอื่นว่า ตนต้องเข้าทำนาก่อน 3 ปี พ้น 3 ปีแล้วมีทายาทคนใดจะเข้าทำนา ต้องใช้เงินให้ตนจำนวนหนึ่ง ครั้นครบ 3 ปี แล้วทายาทอื่นต่างเอาเงินตามจำนวนที่ตกลงกันไว้มามอบให้สามีทายาทคนนั้น เพื่อจะเข้าทำนาตามที่ตกลงกัน แต่สามีของทายาทคนนั้น ไม่ยอมดังนี้ จะถือว่าการที่ทายาทอื่นยอมให้สามีของทายาทผู้ไถ่ถอนนา ครอบครองทำนาพิพาท นั้นทายาทอื่นได้สละสิทธิในการรับมรดกที่นาพิพาทไม่ได้ ทายาทอื่นยังคงมีสิทธิในที่นาพิพาทอยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1991/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดจากการเป็นสามีภรรยาจากพฤติการณ์ทอดทิ้งและมีคู่ครองใหม่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง
สามีภรรยาได้ทอดทิ้งกันจนภรรยาไปได้สามีใหม่มีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมาได้ทิ้งกับสามีคนนั้นไปได้สามีใหม่อีกคนหนึ่ง แล้วฝ่ายสามีจึงมีภรรยาใหม่บ้าง พฤติการณ์ต่างๆ ดังกล่าวนี้ เป็นเวลาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า สามีภรรยานั้นได้ขาดจากการเป็นสามีภรรยากันแล้ว (อ้างฎีกาที่ 755/2474)