Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2495 — หน้า 52

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2495" (625 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประเมินภาษีโรงค้าใหม่ต้องเป็นไปตามประมวลรัษฎากรมาตรา 19, 20 หากไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่ารายการที่ยื่นไม่ถูกต้อง การประเมินใหม่จึงเป็นการกระทำที่มิชอบ
ภาษีโรงค้านั้นเมื่อทางอำเภอได้ประเมินและผู้เสียภาษีได้ชำระไปแล้ว เจ้าพนักงานจะประเมินใหม่ได้ ก็แต่กรณีที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรมาตรา 19 และ 20 กล่าวคือ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้องตามความจริง หรือไม่บริบูรณ์ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกตัวผู้อื่นรายการนั้นมาไต่สวนและเมื่อได้จัดการเช่นว่านี้ และทราบข้อความแล้ว ก็มีอำนาจที่จะแก้จำนวนเงินที่ประเมินหรือที่ยื่นรายการไว้เดิมโดยอาศัยพยานหลักฐานที่ปรากฎได้ เจ้าพนักงานประเมินาจะประเมินค่าภาษีโรงค้าใหม่โดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 19, 20 ประมวลรัษฎากร ย่อมเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยประเมินค่าภาษีโรงค้าจากโจทก์ เป็นการสมควรแล้ว จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ฟ้องเรียกเงินค่าภาษีที่ชำระแล้ว คืนบางส่วน โจทก์อุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยประเมินภาษีมากเกินไป แต่ที่จำเลยเสียภาษีตามที่ประเมินไว้ครั้งแรกก็น้อยเกินไป จึงพิพากษาแก้ลดจำนวนเงินลงมาจากที่จำเลยประเมินไว้ จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงโดยมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ดังนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจที่จะยกข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยประเมินค่าภาษีใหม่นั้น เป็นการผิดกฎหมายประมวลรัษฎากร จึงไม่มีอำนาจประเมินใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ภรรยาน้อยและการอ้างสิทธิในทรัพย์สินเดิมของภริยาหลวง
โจทก์ฟ้องอ้างว่ามารดาโจทก์มีสินเดิมและสินสมรสกับบิดาโจทก์ มารดาโจทก์ถึงแก่กรรม จึงตกทอดเป็นมรดกได้แก่โจทก์กับน้องและบิดาต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมอีก จำเลยเป็นภรรยาน้อยบิดาโจทก์ ไม่มีสินเดิมได้นำสำเนาพินัยกรรมปลอมไปอ้างขอรับมรดกของบิดาโจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลทำลายพินัยกรรมปลอมนั้น ถ้าเป็นพินัยกรรมจริง บิดาโจทก์ก็ไม่มีอำนาจที่จะเอาส่วนสินเดิมและสินสมรสของมารดกโจทก์ไปทำได้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเอาทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องขายทอดตลาดแบ่งกัน
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพินัยกรรมที่ได้เถียงเป็นพินัยกรรมจริงแล้ว และข้อที่โจทก์ว่าบิดาโจทก์เอาสินบริคณห์ระหว่างมารดาโจทก์กับบิดาโจทก์มาทำพินัยกรรมยกให้จำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น ก็ได้ความว่าบิดาโจทก์แต่งงานอยู่กินกับจำเลยมาร่วม 20 ปีเศษ เกิดบุตรด้วยกันหลายคน ส่วนมารดาโจทก์อยู่เมืองจีน มิได้มาอยู่ร่วมด้วยเลย และโจทก์สิบไม่ได้ว่าบิดาโจทก์ได้นำทรัพย์ของมารดาโจทก์มาเป็นทุน อันเป็นทางให้เกิดสมรสอย่างใด ไม่มีเหตุพอที่จะให้รับฟังได้ ว่าทรัพย์สิ่งใดบ้างเป็นส่วนของมารดาโจทก์ ฉะนั้นเมื่อบิดาโจทก์ได้ทำพินัยกรรมให้จำเลย ก็ไม่มีทางจะแบ่งให้โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ้างพินัยกรรมปลอมและการแบ่งมรดก กรณีทรัพย์สินจากการสมรสเดิม
โจทก์ฟ้องอ้างว่ามารดาโจทก์มีสินเดิมและสินสมรสกับบิดาโจทก์ มารดาโจทก์ถึงแก่กรรม จึงตกทอดเป็นมรดกได้แก่โจทก์กับน้องและบิดา ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรมอีก จำเลยเป็นภรรยาน้อยบิดาโจทก์ ไม่มีสินเดิมได้นำสำเนาพินัยกรรมปลอมไปอ้างขอรับมรดกของบิดาโจทก์ โจทก์จึงขอให้ศาลทำลายพินัยกรรมปลอมนั้น ถ้าเป็นพินัยกรรมจริง บิดาโจทก์ก็ไม่มีอำนาจที่จะเอาส่วนสินเดิมและสินสมรสของมารดาโจทก์ไปทำได้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยเอาทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องขายทอดตลาดแบ่งกัน
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพินัยกรรมที่โต้เถียงเป็นพินัยกรรมจริงแล้ว และข้อที่โจทก์ว่าบิดาโจทก์เอาสินบริคณห์ระหว่างมารดาโจทก์กับบิดาโจทก์มาทำพินัยกรรมยกให้จำเลยเป็นการไม่ชอบนั้น ก็ได้ความว่าบิดาโจทก์แต่งงานอยู่กินกับจำเลยมาร่วม 20 ปีเศษ เกิดบุตรด้วยกันหลายคน ส่วนมารดาโจทก์อยู่เมืองจีน มิได้มาอยู่ร่วมด้วยเลย และโจทก์สืบไม่ได้ว่าบิดาโจทก์ได้นำทรัพย์ของมารดาโจทก์มาเป็นทุน อันเป็นทางให้เกิดสมรสอย่างใด ไม่มีเหตุพอที่จะให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สิ่งใดบ้างเป็นส่วนของมารดาโจทก์ ฉะนั้นเมื่อบิดาโจทก์ได้ทำพินัยกรรมให้จำเลย ก็ไม่มีทางจะแบ่งให้โจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 129/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บ ไม่ถึงขั้นพยายามฆ่า
มีการเลี้ยงอาหารและสุราคนงานในวันสิ้นปี ผู้เสียหายได้กล่าวอบรมคนงานให้สามัคคีกัน จำเลยซึ่งเป็นคนงาน เมาสุราได้ชักมีดยาวทั้งตัวทั้งด้ามประมาณ 1 คืบออกมาแทงผู้เสียหาย 1 ทีแล้ววิ่งหนีไปผู้เสียหายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง 9 วันแล้วซื้อยาไปรักษาตัวที่บ้านอีก 20 วันแผลหายสนิท จึงไปทำงานตามปกติ แต่เหตุที่ผู้เสียหายไม่ไปทำงานไม่ปรากฏว่าหากขืนทำจะมีอาการเป็นประการใด แพทย์ประจำโรงพยาบาลกลางได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าบาดแผลผู้เสียหายรักษา 15 วันหาย เช่นนี้วินิจฉัยว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 เท่านั้นไม่ใช่เรื่องพยายามฆ่าคน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 129/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดในงานเลี้ยงสุรา ศาลตัดสินว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่พยายามฆ่า
มีการเลี้ยงอาหารและสุราคนงานในวันสิ้นปี ผู้เสียหายได้กล่าวอบรมคนงานให้สามัคคีกันจำเลยซึ่งเป็นคนงาน เมาสุราได้ชักมีดยาวทั้งตัวทั้งด้ามประมาณ 1 คืบ ออกมาแทงผู้เสียหาย 1 ที แล้ววิ่งหนีไป ผู้เสียหายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลาง 9 วันแล้ว ซื้อยาไปรักษาตัวที่บ้านอีก 20 วัน แผลหายสนิท จึงไปทำงานตามปกติ แต่เหตุที่ผู้เสียหายไม่ไปทำงาน ไม่ปรากฏว่าหากขืนทำจะมีอาการเป็นประการใด แพทย์ประจำโรงพยาบาลกลางได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์ว่าบาดแผลผู้เสียหายรักษา 15 วันหาย เช่นนี้วินิจฉัยว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254 เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องพยายามฆ่าคน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดแผลจากสร้อยคอขาด: การพิจารณา 'บาดเจ็บ' ทางกฎหมายอาญา
กระชากสร้อยคอจากคอเจ้าทรัพย์ จนสร้อยคอขาดบาดคอเจ้าทรัพย์เป็นบาดแผลที่คอแถบขวาเป็นรอยผื่นแดงยาว 6 ซ.ม. กว้าง 1 ซ.ม. กลางมีรอยขีดหนังขาดยาว 5 ซ.ม. เป็นบาดแผลหนังขาดโลหิตซับ รักษา 3 วันหาย ดังนี้ ยังไม่เป็นบาดแผลถึงบาดเจ็ยตามความหมายแห่ง ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระชากสร้อยคอไม่ถึงขั้นเป็น 'บาดเจ็บ' ตามกฎหมายอาญา
กระชากสร้อยคอจากคอเจ้าทรัพย์ จนสร้อยคอขาดบาดคอเจ้าทรัพย์เป็นบาดแผลที่คอแถบขวาเป็นรอยผื่นแดงยาว 6 เซ็นติเมตรกว้าง 1 เซ็นติเมตร กลางมีรอยขีดหนังขาดยาว5เซ็นติเมตรเป็นบาดแผลหนังขาดโลหิตซับ รักษา 3 วันหาย ดังนี้ ยังไม่เป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บาดแผลเป็นที่ใบหน้าถือเป็นความเสียหายถึงรูปหน้าเสียโฉมตามกฎหมายอาญา
ใช้มีดฟันเขาถูกที่แก้มซ้าย เมื่อแผลหายแล้วเป็นแผลเป็นยาว 8 ซ.ม. ถึงใบหูกว้างประมาณ 1 ซ.ม. เป็นแผลเป็นติดตัวแลเห็นได้ชัดในระยะห่างวาครึ่ง เป็นที่น่าเกลียดมากทำให้เสียความงามของใบหน้า ดังนี้ เป็นแผลถึงรูปหน้าเสียโฉมติดตัวตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 256(6)
(อ้างฎีกาที่ 314/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานทำร้ายร่างกายทำให้เสียโฉม
ใช้มีดฟันเขาถูกที่แก้มซ้ายเมื่อแผลหายแล้วเป็นแผลเป็นยาว 8 เซ็นติเมตรถึงใบหูกว้างประมาณ1เซ็นติเมตร เป็นแผลเป็นติดตัวแลเห็นได้ชัดในระยะห่างวาครึ่ง เป็นที่น่าเกลียดมากทำให้เสียความงามของใบหน้าดังนี้ เป็นแผลถึงรูปหน้าเสียโฉมติดตัวตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256(6) (อ้างฎีกาที่ 314/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ปิดทางน้ำไหล-ความเสียหาย: เจ้าของที่ดินสูงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายหากไม่เกิดความเสียหาย
ปิดทางน้ำไหล ทำให้น้ำบนที่ดินสูงไหลลงไม่ได้นั้น เมื่อไม่เกิดการเสียหาย เจ้าของที่ดินสูงจะเรียกค่าเสียหายแก่ผู้ปิดทางน้ำไหลไม่ได้
of 63 ⏮ ◀ ▶ ⏭