ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 301/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษจำเลยฐานพ้นโทษมาไม่ถึง 3 ปี กระทำผิดซ้ำ และโทษครั้งแรกเกิน 6 เดือน
จำเลยเคยต้องโทษฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้งพ้นโทษครั้งแรกมากระทำผิดฐานลักทรัพย์ ครั้งที่ 3 ขึ้นอีกใน 3 ปี เมื่อโทษครั้งที่ 1 ครั้งเดียว ต้องจำคุกเกินกว่า 6 เดือน แล้วต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 73 จะเพิ่มโทษตามมาตรา 74 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควรและการจ่ายเงินรางวัลผู้จับ คดีนี้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาให้คืนของกลางบางส่วนและจ่ายรางวัล
คดีที่หาว่า จำเลยกระทำผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ และหาว่า จำเลยขายของเกินราคาควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานจับของกลางรวมกันมานั้น ศาลต้องแยกพิเคราะห์ดูว่า ของกลางสิ่งใดจำเลยได้ขายเกินราคาควบคุม และศาลคงริบได้เฉพาะสิ่งของที่หาว่า จำเลยขายเกินราคาควบคุมอันเป็นการค้ากำไรเกินควรโดยตรงเท่านั้นส่วนสิ่งของที่หาว่าจำเลยกระทำผิดฝ่าฝืนประกาศฯ ไม่เป็นของจะพึงริบให้คืนไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควรและฝ่าฝืนประกาศฯ ศาลต้องแยกพิจารณาเฉพาะของที่ขายเกินราคาควบคุม
คดีที่หาว่า จำเลยกระทำผิดฐานไม่ปิดป้ายแสดงราคาฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ และหาว่า จำเลยขายของเกินราคาควบคุม ซึ่งเจ้าพนักงานจับของกลางรวมกันมานั้น ศาลต้องแยกพิเคราะห์ดูว่า ของกลางสิ่งใดจำเลยได้ขายเกินราคาควบคุม และศาลคงริบได้ฉะเพาะสิ่งของที่หาว่า จำเลยขายเกินราคาควบคุมอันเป็นการค้ากำไรเกินควรโดยตรงเท่านั้น ส่วนสิ่งของที่หาว่าจำเลยกระทำผิดฝ่าฝืนประกาศฯ ไม่เป็นของจะพึงริบ ให้คืนไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินยังไม่จดทะเบียน: กรรมสิทธิ์ยังไม่โอน แม้มีการส่งมอบ
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินอันมีโฉนดเป็นหลักฐานของโจทก์คืนจากจำเลยแม้โจทก์จะได้อ้างในฟ้องว่า ให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ และข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยต่อสู้ว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ขายให้แก่จำเลยแล้วก็ดีก็ยังหาทำให้คดีโจทก์ตกไปไม่ จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่รายนี้ แล้วหรือยัง เมื่อคดีปรากฏว่า จำเลยไม่จดทะเบียนการซื้อขายและการครอบครองที่รายนี้มายังไม่ถึง 10 ปี จำเลยก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ต้องคืนที่ให้แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยยังมิได้จดทะเบียน: กรรมสิทธิยังไม่โอน ผู้ขายมีสิทธิเรียกคืนได้
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินอันมีโฉนดเป็นหลักฐานของโจทก์คืนจากจำเลย แม้โจทก์จะได้อ้างในฟ้องว่า ให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ และข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่จำเลยต่อสู้ว่า เป็นเรื่องที่โจทก์ขายให้แก่จำเลยแล้วก็ดีก็ยังหาทำให้คดีโจทก์ตกไปไม่ จะต้องพิจารณาต่อไปว่าจำเลยได้กรรมสิทธิในที่รายนี้ แล้วหรือยังเมื่อคดีปรากฎว่า จำเลยไม่จดทะเบียนการซื้อขายและการครอบครองที่รายนี้มายังไม่ถึง 10 ปี จำเลยก็ยังไม่ได้กรรมสิทธิต้องคืนที่ให้แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฆ่าโดยเจตนา: การทำร้ายด้วยอาวุธจนถึงแก่ความตาย
จำเลยใช้ไม้สี่เหลี่ยมโตขนาด 3 นิ้วยาว 1 ศอกตีผู้ตายที่ขมับและแง่ศีรษะ 3-4 ทีโดยแรงถึงเยื่อกะโหลกศีรษะแตก 3 แห่ง และเมื่อผู้ตายล้มลงไปแล้วยังตีซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามมาตรา 249
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรก แม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลก็ปราณลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรก แม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาลก็ปราณลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลพิจารณาจากกิริยาอาการและผลของการกระทำ
จำเลยใช้ไม้สี่เหลี่ยมโตขนาด 3 นิ้วยาว 1 ศอก ตีผู้ตายที่ขมับและแง่ศรีษะ 3-4 ทีโดยแรงถึงเยื่อกะโหลกศรีษะแตก 3 แห่ง และเมื่อผู้ตายล้มลงไปแล้วยังตีซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามมาตรา 249
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรกแม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ก็ปราณีลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59
จำเลยที่ให้การรับสารภาพต่อศาลในชั้นแรกแม้จะกลับต่อสู้ภายหลังหากคำรับในชั้นแรกนั้น เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ก็ปราณีลดโทษให้จำเลยได้ตามมาตรา 59
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่ถอนการขายฝาก: ใช้สิทธิทางศาลหรือตกลงกันเองก็ได้ กำหนด 10 ปีเป็นเงื่อนไขการไถ่ ไม่ใช่อายุความ
การที่ผู้ขายฝากไปขอไถ่ถอนกันเอง และไปร้องขอไถ่ถอนต่ออำเภอก่อนครบ 10 ปี แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมและหลบตัวไปเสียกลับมาต่อเมื่อเกิน 10 ปีแล้ว ดังนี้ ถือว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่ถอนในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว จึงมาฟ้องศาล ขอไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากได้
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามมาตรา 494 มิได้บังคับว่าต้องใช้สิทธิทางศาล อาจขอไถ่ถอนกันเองก็ได้ และกำหนดเวลา 10 ปีไม่ใช่อายุความฟ้องร้องเป็นเงื่อนไขแห่งเวลาสำหรับไถ่ถอนเมื่อผู้ซื้อฝากผิดเงื่อนไขสัญญาขายฝากจึงเกิดอายุ ความฟ้องร้องในเรื่องผิดสัญญา
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามมาตรา 494 มิได้บังคับว่าต้องใช้สิทธิทางศาล อาจขอไถ่ถอนกันเองก็ได้ และกำหนดเวลา 10 ปีไม่ใช่อายุความฟ้องร้องเป็นเงื่อนไขแห่งเวลาสำหรับไถ่ถอนเมื่อผู้ซื้อฝากผิดเงื่อนไขสัญญาขายฝากจึงเกิดอายุ ความฟ้องร้องในเรื่องผิดสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่ถอนการขายฝาก: ใช้สิทธิได้ทั้งทางศาลและนอกศาล กำหนด 10 ปีเป็นเงื่อนไข ไม่ใช่อายุความ
การที่ผู้ขายฝากไปขอไถ่ถอนต่อกันเอง และไปร้องขอไถ่ถอนต่ออำเภอก่อนครบ 10 ปี แต่ผู้ซื้อฝากไม่ยอมและหลบตัวไปเสียกลับมาต่อเมื่อเกิน 10 ปีแล้ว ดังนี้ถือว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่ถอนในกำหนดเวลาตามกฎหมายแล้ว จึงมาฟ้องศาล ขอไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากได้
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามมาตรา 494 มิได้บังคับว่าต้องใช้สิทธิทางศาล อาจขอไถ่ถอนกันเองก็ได้ และกำหนดเวลา 10 ปีไม่ใช่อายุความฟ้องร้อง เป็นเงื่อนไขแห่งเวลาสำหรับไถ่ถอนเมื่อผู้ซื้อฝากผิดเงื่อนไขสัญญาขายฝากจึงเกิดอายุความฟ้องร้องในเรื่องผิดสัญญา
การใช้สิทธิไถ่ทรัพย์ที่ขายฝากตามมาตรา 494 มิได้บังคับว่าต้องใช้สิทธิทางศาล อาจขอไถ่ถอนกันเองก็ได้ และกำหนดเวลา 10 ปีไม่ใช่อายุความฟ้องร้อง เป็นเงื่อนไขแห่งเวลาสำหรับไถ่ถอนเมื่อผู้ซื้อฝากผิดเงื่อนไขสัญญาขายฝากจึงเกิดอายุความฟ้องร้องในเรื่องผิดสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 274/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงราคาติดป้ายต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการฯ และการจ่ายเงินรางวัลเจ้าพนักงานจับกุม
คดีที่หาว่าจำเลยขายสิ่งของควบคุมติดป้ายแสดงราคาเล็กกว่าขนาด ตามประกาศของคณะกรรมการฯ นั้น ศาลไม่ริบป้ายของกลางเพราะไม่ใช่ของที่ต้องห้ามค้ากำไรเกินควร
(อ้างฎีกาที่ 201/2493)
(อ้างฎีกาที่ 201/2493)