Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2499 — หน้า 55

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีซ้ำและการเปิดช่องให้ฟ้องใหม่ ศาลพิพากษายืนตามคำพิพากษาเดิมที่ไม่ได้ตัดสิทธิโจทก์
คดีเดิมเรื่องแรกที่ศาลพิพากษายกฟ้องเปิดช่องไว้ว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ จำเลยจึงอุทธรณ์แล้วต่อมาจึงขอถอนอุทธรณ์ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นโจทก์ฟ้องหลังระหว่างที่คดีแรกอยู่ระหว่างอุทธรณ์ศาลพิพากษายกฟ้อง(เพราะต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173) ไม่มีอุทธรณ์คดีถึงที่สุดก่อนคดีแรกทั้งคดีหลังนี้มิได้กระทบกระเทือนข้อวินิจฉัยคดีนี้
การที่โจทก์ฟ้องคดีปัจจุบันนี้ก็เนื่องจากคำพิพากษาคดีแรกเปิดช่องไว้ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่โจทก์ย่อมฟ้องคดีได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีซ้ำหลังคำพิพากษายกฟ้องที่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ การฟ้องคดีใหม่จึงชอบด้วยกฎหมาย
คดีเดิมเรื่องแรกที่ศาลพิพากษายกฟ้องเปิดช่องไว้ว่าไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ จำเลยจึงอุทธรณ์ แล้วต่อมาจึงขอถอนอุทธรณ์ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนั้นโจทก์ฟ้องหลังระหว่างที่คดีแรกอยู่ระหว่างอุทธรณ์ศาลพิพากษายกฟ้อง(เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.173) ไม่มีอุทธรณ์คดีถึงที่สุดก่อนคดีแรกทั้งคดีหลังนี้มิดได้กระทบกระเทือนข้อวินิจฉัยคดีนี้
การที่โจทก์ฟ้องคดีปัจจุบันนี้ก็เนื่องจากคำพิพากษาคดีแรกเปิดช่องช่องไว้ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่โจทก์ย่อมฟ้องคดีได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1788/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของบิดาต่อการกระทำของบุตรผู้เยาว์ที่ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และประเด็นการประมาทเลินเล่อ
บิดามารดา ซึ่งเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ รู้เห็นยินยอมให้บุตรผู้เยาว์ขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์มาช้านาน มิได้ห้ามปรามตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล เมื่อผู้เยาว์ขับรถจักยานยนต์ชนรถผู้อื่นเสียหาย อันเป็นการละเมิดบิดามารดาต้องรับผิดร่วมด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์สัญชาติไทยและการมีอำนาจฟ้องร้องกรณีคำสั่งให้ออกจากราชอาณาจักร
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์เกิดในประเทศไทยมีสัญชาติเป็นไทยให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้โจทก์ออกไปนอกราชอาณาจักรไทย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวเกิดในประเทศจีนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาต ประเด็นจึงมีว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทยโดยเกิดในประเทศไทยจริงหรือไม่ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์เคยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดจากสัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) 2496 นั้น เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเนื่องจากมี ก.ม.ซึ่งเพิ่งออกใช้ภายหลังฟ้องจะเท็จจริงประการใดจึงยังไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้
คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองซึ่งเป็นคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งโดย พ.ร.บ. คนเข้าเมืองไม่ใช่บุคคลอันสังกัดขึ้นอยู่กับกรมตำรวจก็ตามมีหน้าที่เพียงพิจารณาและลงมติเกี่ยวกับเรื่องร้องขอพิสูจน์สัญชาติเท่านั้น ส่วนการที่มีหนังสือหรือคำสั่งแจ้งให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ออกไปนอกราชอาณาจักรนั้นเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองอันสังกัดอยู่กับกรมตำรวจ โจทก์ย่อมฟ้องกรมตำรวจได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1783/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญชาติไทยโดยการเกิดในประเทศ และอำนาจฟ้องกรมตำรวจกรณีคำสั่งให้ออกนอกราชอาณาจักร
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์เกิดในประเทศไทยมีสัญชาติเป็นไทยให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้โจทก์ออกไปนอกราชอาณาจักรไทยจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวเกิดในประเทศจีนเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้รับอนุญาต ประเด็นจึงมีว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทยโดยเกิดในประเทศไทยจริงหรือไม่ ส่วนข้อที่จำเลยอ้างว่าโจทก์เคยรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดจากสัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 2)2496 นั้นเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเนื่องจากมี กฎหมายซึ่งเพิ่งออกใช้ภายหลังฟ้องจะเท็จจริงประการใดจึงยังไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้
คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองซึ่งเป็นคณะบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งโดยพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองไม่ใช่บุคคลอันสังกัดขึ้นอยู่กับกรมตำรวจก็ตาม มีหน้าที่เพียงพิจารณาและลงมติเกี่ยวกับเรื่องร้องขอพิสูจน์สัญชาติเท่านั้น ส่วนการที่มีหนังสือหรือคำสั่งแจ้งให้โจทก์ทราบเพื่อให้โจทก์ออกไปนอกราชอาณาจักรนั้นเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองอันสังกัดอยู่กับกรมตำรวจ โจทก์ย่อมฟ้องกรมตำรวจได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าพนักงาน และการลงโทษผู้สมรู้ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย
เมื่อได้ความว่าจำเลยสมรู้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิดตาม ม.136 แล้ว แม้จำเลยจะเป็นราษฎรก็ตามก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในความผิดที่เจ้าพนักงานกระทำนั้น
ผู้สมรู้ก็เป็นกระทำผิดเมื่อความผิดนั้น ๆ ต้องตามบทมาตราใน พ.ร.บ. กักกัน ฯ ก็ลงโทษกักกันผู้สมรู้นั้นได้ พ.ร.บ. กักกันฯ มิได้ประสงค์ให้ลงโทษแต่เฉพาะตัวการไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1779/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าพนักงาน และการลงโทษผู้สมรู้ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้ร้าย
เมื่อได้ความว่าจำเลยสมรู้ให้เจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา136 แล้วแม้จำเลยจะเป็นราษฎรก็ตามก็ย่อมมีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในความผิดที่เจ้าพนักงานกระทำนั้น
ผู้สมรู้ก็เป็นกระทำผิดเมื่อความผิดนั้นๆ ต้องตามบทมาตราใน พระราชบัญญัติกักกันฯก็ลงโทษกักกันผู้สมรู้นั้นได้ พระราชบัญญัติกักกันฯมิได้ประสงค์ให้ลงโทษแต่เฉพาะตัวการไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1778/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของลูกจ้างดูแลโกดังแทนนายจ้าง และความรับผิดชอบทางอาญาที่แตกต่างจากลักทรัพย์
ลูกจ้างผู้ได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ดูแลครอบครองทรัพย์ที่มีผู้นำมาฝากไว้ในโกดังแทน ได้เอาทรัพย์ที่รับฝากไว้ให้ผู้ที่สมคบกันไปขาย โดยนายจ้างมิได้อนุญาต ทั้งลูกจ้างและผู้ที่สมคบย่อมมีความผิดฐานยักยอก มิใช่ลักทรัพย์
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่า เป็นยักยอกทรัพย์ จะลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผลผูกพันสัญญาประนีประนอมยอมความที่ถึงที่สุดแล้ว ไม่อาจฟ้องเพิกถอนได้ แม้อ้างถูกหลอกลวง
สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีคำพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาจนคดีถึงที่สุดแล้ว คู่ความจะมาฟ้องใหม่ขอให้ทำลายเสียไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันเมื่อมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โจทก์ฟ้องซ้ำไม่ได้
สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมีคำพิพากษาให้เป็นไปตามสัญญาจนคดีถึงที่สุดแล้ว คู่ความจะมาฟ้องใหม่ขอให้ทำลายเสียไม่ได้
of 85 ⏮ ◀ ▶ ⏭