Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2501 — หน้า 55

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมรู้เห็นการกระทำผิดทางอาญา แม้ไม่ได้ลงมือเอง ศาลริบของกลางได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยวิวาททำร้ายร่างกายจำเลยรับสารภาพ ศาลลงโทษจำคุกคนละ 3 เดือนจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอคืนปืนของกลาง ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ใช้ปืนของกลางในการวิวาทและไม่ทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้นำปืนของกลางมาใช้ในการวิวาทแต่จำเลยที่ 1 ได้ร่วมรู้เห็นและลงมือกระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นการริบทรัพย์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะข้อริบปืน ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย พิพากษายืน คดีเช่นนี้จำเลยที่ 1 จะฎีกาว่าไม่รู้และมิได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 นำปืนไปใช้ในการวิวาทอีกต่อไปไม่ได้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมรู้เห็นการใช้ปืนในการทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ริบปืนได้ แม้เจ้าของปืนไม่ได้ใช้เอง
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยวิวาททำร้ายร่างกาย จำเลยรับสารภาพศาลลงโทษจำคุกคนละ 3 เดือน จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอคืนปืนของกลาง ศาลชั้นต้นสั่งว่าแม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้ใช้ปืนของกลางในการวิวาทและไม่ทราบว่าจำเลยที่ 2 ได้นำปืนของกลางมาใช้ในการวิวาท แต่จำเลยที 1 ได้ร่วมรู้เห็นและลงมือกระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ 2 กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นการริบทรัพย์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์เฉพาะข้อริบปืน ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ 1 รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดด้วย พิพากษายืน คดีเช่นนี้จำเลยที่ 1 จะฎีกาว่าไม่รู้และมิได้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 นำปืนไปใช้ในการวิวาทอีกต่อไปไม่ได้ เป็นการเถียงข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองสัญญาและการพิพากษาคดีค่าจ้าง: ศาลพิพากษาตามสัญญาที่จำเลยรับรองโดยไม่ต้องสืบพยาน
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างดำเนินงานเกี่ยวกับการชำระบัญชี จำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจ้างโจทก์กำหนดอัตราค่าจ้างไว้จริง ไม่ได้ยกข้อต่อสู้อื่นอีกแต่ประการใด เช่นนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างนี้ได้เลยโดยไม่ต้องสืบพยานหรือวินิจฉัยประการใดอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองสัญญาและการพิพากษาค่าจ้างโดยไม่ต้องสืบพยานเมื่อจำเลยไม่ต่อสู้
โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างดำเนินงานเกี่ยวกับการชำระบัญชีจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจ้าง โจทก์กำหนดอัตราค่าจ้างไว้จริง ไม่ได้ยกข้อต่อสู้อื่นอีกแต่ประการใด เช่นนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างนี้ได้เลยโดยไม่ต้องสืบพยานหรือวินิจฉัยประการใดอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทิศที่ดินเป็นที่สาธารณประโยชน์โดยคำขอรังวัด มีผลผูกพันตามกฎหมาย แม้ไม่แก้โฉนด
เกี่ยวกับที่พิพาทปรากฏในคำขอร้องรังวัดของโจทก์ว่า โจทก์ยินยอมขอให้รังวัดตั้งแต่ทางเกวียนจนจดถนนสาย 22 เป็นที่สาธารณประโยชน์ คำขอเช่นว่านี้ก็เสมือนคำขออุทิศเป็นลายลักษณ์อักษรของโจทก์นั่นเอง
การอุทิศให้เป็นที่สาธารณประโยชน์นี้ ไม่จำต้องแก้โฉนดก็ใช้บังคับได้ตามนัยฎีกาที่ 765/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทิศที่ดินเป็นที่สาธารณะประโยชน์โดยคำขอรังวัดถือเป็นคำขออุทิศได้ แม้ไม่แก้โฉนด
เกี่ยวกับที่พิพาทปรากฎในคำขอร้องรังวัดของโจทก์ว่า โจทก์ยินยอมขอให้รังวัดตั้งแต่ทางเกวียนจนจดถนนสาย 22 เป็นที่สาธารณะประโยชน์ คำขอเช่นว่านี้ก็เสมือนคำขออุทิศเป็นลายลักษณ์อักษรของโจทก์นั้นเอง
การอุทิศให้เป็นที่สาธารณะประโยชน์นี้ ไม่จำต้องแก้โฉนดก็ใช้บังคับได้ ตามนัยฎีกาที่ 765/2498
ฎีกาที่ 765/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ทนายดำเนินการโดยมิได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ หากไม่มีผลเสียต่อคู่ความ
ทนายดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนเสร็จสำนวนแล้วลงชื่อยื่นฟ้องอุทธรณ์แทนโจทก์อีก แต่มิได้มีการแต่งทนายไว้เพราะความพลั้งเผลอทั้งมิได้ประวิงคดีหรือเอาเปรียบในเชิงคดี และศาลชั้นต้นก็ได้สั่งรับอุทธรณ์ เมื่อคดีมาถึงชั้นศาลฎีกาตัวโจทก์ก็ได้แต่งทนายผู้นี้ไว้แล้วในวันยื่นฎีกา ดังนี้ แม้จะเป็นการปฏิบัติผิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ก็สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ทำเสียให้ถูกต้องได้ตาม มาตรา 27 และ พอถือได้ว่าการพิจารณาและการอุทธรณ์เป็นการชอบแล้ว (เทียบฎีกาที่ 1894/2499)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแต่งทนายโดยไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ศาลอนุญาตให้แก้ไขได้หากไม่มีเจตนาประวิงคดี
ทนายดำเนินกระบวนพิจารณาแทนโจทก์มาตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนเสร็จสำนวนแล้วลงชื่อยื่นฟ้องอุทธรณ์แทนโจทก์อีก แต่มิได้มีการแต่งทนายไว้ เพราะความพลั้งเผลอทั้งมิได้ประวิงคดีหรือเอาเปรียบในเชิงคดีและศาลชั้นต้นก็ได้สั่งรับอุทธรณ์เมื่อคดีมาถึงชั้นศาลฎีกาตัวโจทก์ก็ได้แต่งทนายผู้นี้ไว้แล้วในวันยื่นฎีกา ดังนี้แม้จะเป็นการปฏิบัติผิด ป.วิ.แพ่ง ก็สมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ทำเสียให้ถูกต้องได้ตาม มาตรา 27 และพอถือได้ว่าการพิจารณาและการอุทธรณ์เป็นการชอบแล้ว
(เทียบฎีกาที่ 1894/2499)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่คัดค้านขายทอดตลาดไม่ตัดสิทธิในการยึดทรัพย์ส่วนที่เหลือ
การไม่คัดค้านให้ขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นส่วนของจำเลยเสียทั้งหมดในคราวก่อน ไม่เป็นการตัดสิทธิปิดปากที่จะมิให้โจทก์นำยึดทรัพย์ซึ่งยังเป็นของจำเลยอยู่ในบัดนี้
ที่จำเลยได้ถูกถอนชื่อออกและใส่ชื่อนายนิยมผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดคดีก่อนแทนลงไปในตราจองตามคำสั่งศาลแล้วนั้นนายนิยมก็มีสิทธิอยู่เพียงครึ่งเดียวตามที่ตนเป็นผู้ซื้อ แต่เมื่อส่วนของจำเลยที่ยังเหลือ ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้เสียสิทธิไปแก่ผู้ใดโดยกรณีอย่างไร โจทก์ก็ยังนำยึดที่ดินส่วนที่ยังเหลืออันเป็นของจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1252/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการยึดทรัพย์ที่เหลือหลังขายทอดตลาดบางส่วน แม้จะไม่ได้คัดค้านการขายครั้งแรก
การไม่คัดค้านให้ขายทอดตลาดที่ดินอันเป็นส่วนของจำเลยเสียทั้งหมดในคราวก่อน ไม่เป็นการตัดสิทธิปิดปากที่จะมิให้โจทก์นำยึดทรัพย์ซึ่งยังเป็นของจำเลยอยู่ในบัดนี้
ที่จำเลยได้ถูกถอนชื่อออกและใส่ชื่อนายนิยมผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดคดีก่อนแทนลงไปในตราจองตามคำสั่งศาลแล้วนั้น นายนิยมก็มีสิทธิอยู่เพียงครึ่งเดียวตามที่ตนเป็นผู้ซื้อ แต่เมื่อส่วนของจำเลยที่ยังเหลือ ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้เสียสิทธิไปแก่ผู้ใดโดยกรณีอย่างไรโจทก์ก็ยังนำยึดที่ดินส่วนที่ยังเหลืออันเป็นของจำเลยได้
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭