Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2501 — หน้า 56

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2501" (682 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์เจตนาฆ่าโดยพยาบาทมาดหมาย: ความแตกต่างระหว่างกฎหมายลักษณะอาญาและประมวลกฎหมายอาญา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 ซึ่งต่างกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ข้อ 4 ที่ว่าฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 จึงเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย เพราะจะต้องให้ได้ความว่า เป็นการฆ่าคนโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายจึงจะมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา250 ที่โจทก์อ้าง (หมายเหตุ ตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 มีโทษสถานเดียวเท่ากัน คือประหารชีวิต)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์เจตนาฆ่าตามกฎหมายลักษณะอาญา: ความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมาย vs. ไตร่ตรองไว้ก่อน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.250 ซึ่งต่างกับประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ข้อ 4 ที่ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.250 จึงเป็นกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลย เพราะจะต้องให้ได้ความว่า เป็นการฆ่าคนโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายจึงจะมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญาม.250 ที่โจทก์อ้าง
(หมายเหตุ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม.250 และตาม ประมวล ก.ม.อาญา ม.289 มีโทษสถานเดียวเท่ากันคือประหารชีวิต)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ้างพินัยกรรมในฟ้องคดี การไม่ลงชื่อรับรองสำเนาพินัยกรรมไม่ทำให้ฟ้องเสีย
การที่โจทก์ฟ้องอ้างถึงพินัยกรรมและคัดสำเนาพินัยกรรมติดมาท้ายฟ้องแต่มิได้ลงชื่อรับรองในสำเนาพินัยกรรมเช่นนี้ไม่เป็นเหตุทำให้ฟ้องหรือสำเนาพินัยกรรมเสียไปถึงแก่ให้ศาลยกฟ้องเพราะเรื่องเช่นนี้หากศาลเห็นว่าเป็นการบกพร่องผิดระเบียบแล้วก็อาจให้ทำเสียให้ถูกได้และการฟ้องอ้างถึงหลักฐานเช่นนี้ ก็ไม่จำต้องลงชื่อรับรองเพราะเป็นการรับรองอยู่ในคำฟ้องแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอ้างพินัยกรรมในฟ้อง: การไม่ลงนามรับรองสำเนาไม่ทำให้ฟ้องเสีย
การที่โจทก์ฟ้องอ้างถึงพินัยกรรมและคัดสำเนาพินัยกรรมติดมาท้ายฟ้อง แต่มิได้ลงชื่อรับรองในสำเนาพินัยกรรมเช่นนี้ ไม่เป็นเหตุทำให้ฟ้องหรือสำเนาพินัยกรรมเสียไปถึงแก่ให้ศาลยกฟ้อง เพราะเรื่องเช่นนี้หากศาลเห็นว่าเป็นการบกพร่องผิดระเบียบแล้ว ก็อาจให้ทำเสียให้ถูกได้ และการฟ้องอ้างถึงหลักฐานเช่นนี้ ก็ไม่จำต้องลงชื่อรับรอง เพราะเป็นการรับรองอยู่ในคำฟ้องแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงทำแผนที่เพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน หากผลไม่เป็นไปตามตกลง ฝ่ายที่ผิดสัญญาต้องแพ้คดี
ท้ากันให้พนักงานป่าไม้ชี้ที่พิพาท ถ้าเป็นป่าสงวน โจทก์ยอมแพ้ถ้าไม่เป็นป่าสงวน จำเลยยอมแพ้ ทางราชการแจ้งว่าการสงวนป่ารายนี้ทางราชการสั่งระงับแล้ว ดังนี้จำเลยต้องแพ้ ศาลพิพากษาขับไล่จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เช็คลงลายมือชื่อเพื่อวิ่งเต้นประมูลงาน สลักหลังไม่สุจริต ผู้รับโอนไม่มีสิทธิเรียกเงิน
ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คเป็นค่าบริการที่ผู้รับเช็คจะไปช่วยวิ่งเต้นให้บริษัทซึ่งผู้สั่งจ่ายเป็นกรรมการผู้จัดการได้รับประมูลงานก่อสร้าง ต่อมาเช็คดังกล่าวถูกสลักหลังโอนไปโดยมีพฤติการณ์ส่อว่าการโอนเป็นไปโดยไม่สุจริต ดังนี้ ผู้รับโอนไม่มีสิทธิจะเรียกเงินตามเช็คได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนเช็คโดยไม่สุจริตและสิทธิเรียกร้องเงินจากเช็ค ผู้รับโอนไม่มีสิทธิเรียกร้องได้
ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คเป็นค่าบริการที่ผู้รับเช็คจะไปช่วยวิ่งเต้นให้บริษัทซึ่งผู้สั่งจ่ายเป็นกรรมการผู้จัดการได้รับประมูลงานก่อสร้าง ต่อมาเช็คดังกล่าวถูกสลักหลังโอนไปโดยมีพฤติการณ์ส่อว่าการโอนเป็นไปโดยไม่สุจริตดั่งนี้ ผู้รับโอนไม่มีสิทธิจะเรียกเงินตามเช็คได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้โดยบุคคลอื่นแทนลูกหนี้ต้องมีอำนาจชอบธรรม การยอมรับของโจทก์ไม่เพียงพอ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระให้แก่นายขาบสามีโจทก์แล้ว นายขาบร้องสอดเข้ามารับว่าได้รับชำระไว้แทนโจทก์แล้ว วันชี้สองสถาน ศาลกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยแถลงว่าถ้าโจทก์ยอมรับว่าขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดิน นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยจำเลยก็ไม่นำสืบ โจทก์ยอมรับ คู่ความต่างไม่สืบพยาน
ดังนี้ เมื่อจำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมประเด็นข้อต่อสู้กลับไม่สืบจะอาศัยแต่เพียงการรับของโจทก์ว่าขณะทำสัญญาซื้อขาย นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยเท่านั้น ไม่พอ หากจะฟังว่าขณะนั้นนายขาบเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ปรากฏว่าเป็นสามีที่ร้างกันหรืออยู่กินด้วยกันตามปกตินามสกุลก็ใช้ต่างกัน เมื่อฟ้องคดีโจทก์ก็อ้างว่าเป็นหญิงหม้าย จำเลยมิได้นำสืบว่านายขาบยังเป็นสามีโจทก์อยู่ และมีอำนาจที่จะรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้แต่อย่างใด การที่จำเลยอ้างว่าได้ทำการชำระหนี้รายนี้แก่นายขาบแม้จะเป็นจริง ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำการชำระหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงต้องแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1237/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชำระหนี้โดยไม่สุจริตต่อตัวแทนที่ไม่ได้รับมอบอำนาจ ย่อมไม่ถือเป็นการชำระหนี้โดยชอบ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระให้แก่นายขาบสามี โจทก์แล้ว นายขาบร้องสอดเข้ามารับว่าได้รับชำระไว้แทนโจทก์แล้ว วันชี้สองสถาน ศาลกำหนดหน้าที่ให้จำเลยนำสืบก่อน จำเลยแถลงว่าถ้าโจทก์ยอมรับว่าขณะทำสัญญาซื้อขายที่ดิน นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยจำเลยก็ไม่นำสืบ โจทก์ยอมรับ คู่ความต่างไม่สืบพยาน
ดังนี้ เมื่อจำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมประเด็น ข้อต่อสู้กลับไม่สืบ จะอาศัยแต่เพียงการรับของโจทก์ว่าขณะทำสัญญาซื้อขาย นายขาบได้ยินยอมรู้เห็นด้วยเท่านั้นไม่พอ หากจะฟังว่าขณะนั้นนายขาบเป็นสามีโจทก์ ก็ไม่ปรากฎว่าเป็นสามีที่ร้างกันหรืออยู่กินด้วยกันตามปกติ นามสกุลก็ใช้ต่างกัน เมื่อฟ้องคดี โจทก์ก็อ้างว่าเป็นหญิงหม้าย จำเลยมิได้นำสืบว่านายขาบยังเป็นสามีโจทก์อยู่ และมีอำนาจที่จะรับชำระหนี้แทนโจทก์ได้แต่อย่างใด การที่จำเลยอ้างว่าได้ทำการชำระหนี้รายนี้แก่นายขาบแม้จะเป็นจริง ก็ยังถือไม่ได้ว่าได้ทำการชำระหนี้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำเลยจึงต้องแพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่า-ปลูกสร้าง: สิทธิของผู้เช่า-ผู้ปลูกสร้างในที่ดินของผู้อื่น แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
จำเลยเข้าปลูกห้องแถวในที่พิพาทโดยได้ทำสัญญาเช่ากับเจ้าของที่ดินแล้ว การกระทำของจำเลยก็ไม่ใช่บุกรุกอันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกจากเจ้าของที่ดิน สัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับเจ้าของที่ดินเดิมจะปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์หรือไม่ไม่สำคัญ เพราะแม้จำเลยจะเข้าไปปลูกห้องแถวด้วยการตกลงเช่าปากเปล่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็ยังฟังได้ว่าจำเลยเข้าไปปลูกห้องแถว โดยความยินยอมของเจ้าของที่ดินซึ่งจะหาว่าจำเลยละเมิดมิได้
of 69 ⏮ ◀ ▶ ⏭