ผลการค้นหาตามปี "2486" (600 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายสินค้าโดยตรงของเจ้าของ ไม่ถือเป็นความผิด
จำเลยเป็นคนต่างด้าวขายถ่านของตนเองโดยไม่ได้ทำการรับจ้างผู้ใดเช่นนี้ ไม่มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความอุธรณ์: การยื่นอุธรณ์ใหม่หลังพ้นกำหนดและอายุความ ย่อมขาดอายุความ
สาลชั้นต้นสั่งว่าอุธรน์ฟุ่มเฟือยก้าวร้าวไห้ทำมายื่นไหม่พายไน 3 วันผู้อุธรน์ร้องอุธรน์คำสั่ง สาลอุธรน์สั่งยก ผู้อุธรน์จึงทำอุธรน์มายื่นไหม่ แต่เปนเวลาเกินกำหนด 3 วัน และเลยอายุความอุธรน์แล้วดังนี้ ถือว่าฟ้องอุธรน์ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อุทธรณ์ขัดขั้นตอนและเกินกำหนดเวลา ทำให้ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นสั่งว่าอุทธรณ์ฟุ่มเฟือยก้าวร้าวให้ทำมายื่นใหม่ภายใน 3 วันผู้อุทธรณ์ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งยก ผู้อุทธรณ์จึงทำอุทธรณ์มายื่นใหม่ แต่เป็นเวลาเกินกำหนด 3 วัน และเลยอายุความอุทธรณ์แล้วดังนี้ถือว่าฟ้องอุทธรณ์ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15-18/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความข้อเท็จจริงจากฟ้องโจทก์: โรงเรียนของอำเภอและการกระทำผิดเวลากลางวัน
แม้ว่าฟ้องโจทก์จะไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ1 เป็นโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเภอจัดตั้ง แต่ฟ้องโจทก์ได้กล่าวแล้วว่าจำเลยรับราชการเป็นศึกษาธิการมีหน้าที่ดูแลรักษาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนนั้น ก็พอตีความได้ว่า โรงเรียนนั้นเป็นของอำเภอบาเจาะ
ฟ้องโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟังว่าจำเลยกระทำผิดในเวลากลางวัน
ฟ้องโจทก์ว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟังว่าจำเลยกระทำผิดในเวลากลางวัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15-18/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงาน, การตีความข้อกล่าวหา, และหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของโรงเรียน
แม้ว่าฟ้องโจทจะไม่ได้กล่าวว่าโรงเรียนประชาบาลบาเจาะ 1 เปนโรงเรียนประชาบาลที่ทางอำเพอจัดตั้ง แต่ฟ้องโจทได้กล่าวแล้วว่าจำเลยได้รับราชการเปนสึกสาธิการมีหน้าที่ดูแลรักสาเก็บผลประโยชน์รายได้ของโรงเรียนนั้นก็พอคีความได้ว่า โรงเรียนนั้นเปนของอำเพอบาเจาะ,
ฟ้องโจทว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน.
ฟ้องโจทว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แม้คำพยานโจทไม่ปรากตว่าจำเลยกะทำผิดเวลากลางวัน แต่มิได้โต้เถียงกันมาเรื่องเวลา ต้องฟ้องว่าจำเลยกะทำผิดไนเวลากลางวัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดมาตรา 256(8) ต้องมีอาการเจ็บป่วยและไม่สามารถประกอบอาชีพได้เกิน 20 วัน
กรณีจะเป็นผิดตามมาตรา 256(8) จะต้องได้ความว่ามีอาการเจ็บป่วยไข้ประกอบด้วยทุกขเวทนากล้าเกินกว่า 20 วันและไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20วันด้วย
เจ้าทุกข์เบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบิกความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2486 แต่มิได้มีมติตัดสิน)
เจ้าทุกข์เบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบิกความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2486 แต่มิได้มีมติตัดสิน)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดตาม ม.256 (8) ต้องพิสูจน์อาการเจ็บป่วยและผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ
กรนีจะเปนผิดตามม.256 ( 8 ) จะต้องได้ความว่ามีอาการเจ็บป่วยไข้ประกอบด้วยทุขเวทนากล้าเกินกว่า 20 วัน และไม่สามาถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปรกติเกินกว่า 20 วันด้วย
เจ้าทุกเบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบื่อความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
เจ้าทุกเบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบื่อความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเบิกความเท็จในคดีแพ่งและการฟ้องคดีอาญา: สิทธิในการไต่สวนพยานและมูลความผิด
การที่โจทขอไห้สาลไต่สวนพยานที่สืบไว้แล้วไนคดีแพ่งและที่จะขอสืบไหม่ว่าคดีของโจทมีมูลนั้น สาลชั้นต้นหาชอบที่จะสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากสายกฟ้องเสียไม่
คำพิพากสาไนคดีแพ่งย่อมไม่ตัดสิทธิโจทที่จะฟ้องคดีอาญาต่อไป
คำพิพากสาไนคดีแพ่งย่อมไม่ตัดสิทธิโจทที่จะฟ้องคดีอาญาต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 144/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฟ้องคดีอาญาไม่ตัดสิทธิ์การไต่สวนมูลฟ้องในคดีแพ่ง
การที่โจทก์ขอให้ศาลไต่สวนพยานที่สืบไว้แล้วในคดีแพ่งและที่จะขอสืบใหม่ว่าคดีของโจทก์มีมูลนั้น ศาลชั้นต้นหาชอบที่จะสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องเสียไม่
คำพิพากษาในคดีแพ่งย่อมไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ที่จะฟ้องคดีอาญาต่อไป
คำพิพากษาในคดีแพ่งย่อมไม่ตัดสิทธิ์โจทก์ที่จะฟ้องคดีอาญาต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตนเองและทรัพย์สินเกินสมควรแก่เหตุในสถานการณ์ที่มีภัยคุกคาม
พรึติการน์ที่ถือว่ากะทำการป้องกันตนและทรัพย์สินไม่เกินสมควรแก่เหตุ