Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2486 — หน้า 58

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2486" (600 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยสำคัญผิด: ยิงผู้บุกรุกในสถานการณ์ฉุกเฉิน
จำเลยเฝ้าบ้านอยู่คนเดียวมีเพื่อนมานั่งคุยอยู่ด้วย 2 คน. นั่งคุยกันมืดๆ เพราะระหว่างนั้นมีโจรผู้ร้ายกระทำการปล้นทรัพย์ชิงทรัพย์ชุกชุมชาวบ้านต่างเกรงกลัวโจรภัย ภรรยาจำเลยและมารดาภรรยาจำเลยผู้ตายไปพักนอนที่อื่น เวลาประมาณ 20 นาฬิกาฝนกำลังตก ผู้ตายรีบเดินขึ้นเรือนจำเลยร้องถามผู้ตายก็ไม่ตอบ จำเลยจึงร้องบอกไปอีกว่าอย่าขึ้นมาจะยิง ผู้ตายยังขืนเดินขึ้นบันไดเรือนจำเลยเวลานั้นเดือนมืดมองดูไม่รู้ว่าเป็นใคร เมื่อศีรษะผู้ตายพ้นชานเรือนแล้วจำเลยยังร้องถามอีก 2-3 คำผู้ตายก็ไม่ตอบ เป็นเหตุให้จำเลยสำคัญมั่นใจว่าเป็นผู้ร้ายบังอาจบุกรุกขึ้นมาบนเคหสถาน จำเลยจึงใช้ปืนลูกซองยิงไป 1นัด ถูกขาผู้ตาย ผู้ตายร้องขึ้นจึงทราบว่าเป็นมารดาภรรยาและได้ขาดใจตายในวันรุ่งขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นการยิงปืนไปโดยเจตนาจะป้องกันชีวิตร่างกายและทรัพย์สินในเหตุการณ์ที่ผู้ตายแสดงอาการให้พึงเข้าใจว่าเป็นผู้ร้ายสำคัญ ไม่เป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุไม่เป็นความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยื่นเอกสารหลังสืบพยานโจทก์: การละเมิดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
เอกสารที่ยื่นต่อศาลเพื่อให้โจทก์ตรวจดูภายหลังเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ย่อมเป็นการฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 และไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งเอกสารหลังสืบพยานโจทก์ขัดต่อกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ทำให้ศาลไม่รับฟัง
เอกสารที่ยื่นต่อสาลเพื่อไห้โจทตรวจดูพายหลังเมื่อสืบพยานโจทเส็ดแล้ว ย่อมเปนการฝ่าฝืนตาม ป.ว.พ.มาตรา 90 และไม่มีเหตุเพียงพอที่จะรับฟังได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่ชัดเจน จำเลยไม่เข้าใจข้อหา: ฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องโจทก์กล่าวว่าจำเลยลักลอบเล่นการพนันซึ่งมีลักษณะคล้ายทั้งจับยี่กีและหวยก.ข. เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวถึงการกระทำของจำเลยให้ชัดเจนพอและไม่มีข้อเท็จจริงที่แน่นอนพอที่จำเลยจะเข้าใจและแก้ข้อหาได้จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่ชัดเจน การระบุลักษณะการพนันคลุมเครือทำให้จำเลยไม่สามารถแก้ข้อหาได้ ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องโจทกล่าวว่าจำเลยลักลอบเล่นการพนันซึ่งมีลักสนะคล้ายทั้งจับยี่กีและหวย ก.ข. เช่นนี้ย่อมถือได้ว่าฟ้องโจทไม่ได้กล่าวถึงการกะทำของจำเลยไห้ชัดเจนพอและไม่ข้อเท็ดจิงที่แน่นอนพอที่จำเลยจะเข้าไจและแก้ข้อหาได้ จึงเปนฟ้องที่เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำเข้าของโดยผิดกฎหมายทำให้ของกลางถูกริบ แม้จำเลยไม่ต้องรับโทษ
นำของที่ไม่ต้องเสียภาษีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องมีผิดตามมาตรา 27
เมื่อการนำของเข้ามาเป็นผิดตามมาตรา 27 พระราชบัญญัติศุลกากร 2469 แล้ว ของกลางอันเนื่องด้วยความผิดนั้นก็ต้องถูกริบด้วยตามมาตรา 17 พระราชบัญญัติศุลกากร ฉบับที่ 9พ.ศ.2482 ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะต้องมีโทษด้วยหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำเข้าของผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. สุลกากร ทำให้ของกลางต้องถูกริบ แม้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ
เมื่อการนำของเข้ามาเปนผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ. สุลกากร 2469 แล้ว ของกลางอันเนื่องด้วยความผิดนั้น ก็ต้องถูกริบด้วยตามมาตรา 17 พ.ร.บ. สุลกากรฉบับที่ 9 พ.ส. 2482 ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะต้องมีโทษด้วยหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134-135/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับของโจรจากไม้ซุงผิดกฎหมาย: ความหมายของมาตรา 10 พ.ร.บ.ไม้ซุงและการตีความความเสียหายของรอยตรา
โจทฟ้องว่าจำเลยรับของโจรจากผู้ยักยอกทรัพย์ พายหลังจะอ้างว่าจำเลยมีผิดถานรับของโจร โดยรับของนั้นไว้จากผู้ทำผิดกดหมายหย่างอื่นมิได้
ความหมายของ ม.10 พ.ร.บ. ว่าด้วยไม้ซุงและไม้ท่อนที่ดวงตราลบเลือน ร.ส.115 นั้นประสงค์ที่จะลงโทสะผู้ที่ทำลายรอยตราจนจำไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดโทษทางอาญา: พิจารณาโทษจำคุกเป็นเกณฑ์หลักเมื่อมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม พ.ร.บ. 2 ฉบับ ไนการที่จะวินิฉัยว่าควนลงอาญาที่หนักตามกดหมายฉบับไดนั้นต้องถือตามโทสจำคุกเพราะเปนโทสที่ร้ายแรงกว่าโทสปรับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2486

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษทางอาญา: หลักเกณฑ์การพิจารณาโทษจำคุกและโทษปรับ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติ 2 ฉบับ ในการที่จะวินิจฉัยว่าควรลงอาญาที่หนักตามกฎหมายฉบับใดนั้นต้องถือตามโทษจำคุกเพราะเป็นโทษที่ร้ายแรงกว่าโทษปรับ
of 60 ⏮ ◀ ▶ ⏭