Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2526 — หน้า 58

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2526" (1409 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2982/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้เพื่อชำระหนี้แทนกันถือเป็นการให้เพื่อบำเหน็จสินจ้าง ไม่สามารถถอนคืนเพราะเหตุเนรคุณได้
โจทก์ให้ที่ดินพิพาทแก่จำเลยเพราะให้จำเลยชำระหนี้แก่เจ้าหนี้แทนโจทก์ แม้การให้ดังกล่าวจะมิใช่เป็นการชำระหนี้ตอบแทนตามสัญญาต่างตอบแทนโดยตรง และถือไม่ได้ว่าเป็นการให้สิ่งที่มีค่าภาระติดพัน ตามป.พ.พ. ม.535(2) ก็เป็นการให้เพื่อเป็นบำเหน็จสินจ้างโดยแท้ ตาม ม.535(1) การให้เช่นนี้จะถอนคืนเพราะเหตุเนรคุณหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษา: ต้องทำสัญญาประกันหรือกระทำการอื่นเพื่อชำระหนี้ต่อศาล
ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โดยให้จำเลยหาประกันมาวาง จำเลยนำโฉนดที่ดินพร้อมหนังสือมอบอำนาจของผู้มีกรรมสิทธิ์ให้ทำสัญญาประกันต่อศาลมาวาง ระหว่างศาลสอบถามราคาประเมินไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยแพ้คดี และต่อมาศาลฎีกาก็พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ดังนี้ เจ้าของที่ดินยังมิได้เข้าเป็นผู้ค้ำประกันในศาลโดยทำหนังสือประกัน และมิใช่เป็นการกระทำโดยวิธีอื่นๆเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274คำพิพากษาคดีนี้ย่อมใช้บังคับแก่การประกันดังกล่าวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกันการบังคับคดี: การที่เจ้าของทรัพย์ยังไม่ได้ทำสัญญาประกันต่อศาล แม้จะมอบอำนาจให้ทำแทน ก็ใช้บังคับกับประกันไม่ได้
ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ โดยให้จำเลยหาประกันมาวาง จำเลยนำโฉนดที่ดินพร้อมหนังสือมอบอำนาจของผู้มีกรรมสิทธิ์ให้ทำสัญญาประกันต่อศาลมาวาง ระหว่างศาลสอบถามราคาประเมินไปยังเจ้าพนักงานที่ดิน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยแพ้คดี และต่อมาศาลฎีกาก็พิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ดังนี้ เจ้าของที่ดินยังมิได้เข้าเป็นผู้ค้ำประกันในศาลโดยทำหนังสือประกัน และมิใช่เป็นการกระทำโดยวิธีอื่น ๆ เพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 274 คำพิพากษาคดีนี้ย่อมใช้บังคับแก่การประกันดังกล่าวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2977/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้อน: การฟ้องคดีใหม่ที่มีประเด็นซ้ำกับฟ้องแย้งในคดีเดิม ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้
เดิมจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 93/2523 อ้างว่า ป.ขายที่พิพาทให้แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการซื้อขาย ป.ถึงแก่ความตายเสียก่อนขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองโอนที่พิพาทให้ โจทก์ทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่าป.ไม่เคยขายที่พิพาทให้จำเลย จำเลยบุกรุกเข้ามาและทำลายต้นไม้ในที่พิพาทเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เมื่อปรากฏว่าฟ้องแย้งของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยตัดทำลายต้นไม้ในที่พิพาทโดยมิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่โจทก์ทั้งสองไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่พิพาทเพราะจำเลยบุกรุกเข้ามาก็ตาม แต่ก็ได้ความจากฟ้องแย้งว่า เมื่อจำเลยบุกรุกเข้ามาครอบครองที่พิพาทนั้นโจทก์ทั้งสองย่อมได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยแล้ว ชอบที่โจทก์ทั้งสองจะได้เรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่พิพาทมาในฟ้องแย้งเสียพร้อมกันในครั้งนั้น การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่พิพาทจากจำเลยในคดีนี้อีก จึงเป็นการฟ้องซ้อนกับฟ้องแย้งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 93/2523
อำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2977/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้อน: คดีเดิมฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายแล้ว การฟ้องคดีใหม่เรียกค่าเสียหายซ้ำเป็นฟ้องซ้อน
เดิมจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 93/2523 อ้างว่า ป. ขายที่พิพาทให้แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนการซื้อขาย ป.ถึงแก่ความตายเสียก่อน ขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองโอนที่พิพาทให้ โจทก์ทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า ป.ไม่เคยขายที่พิพาทให้จำเลย จำเลยบุกรุกเข้ามาและทำลายต้นไม้ในที่พิพาทเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ทั้งสองได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เมื่อปรากฏว่าฟ้องแย้งของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการที่จำเลยตัดทำลายต้นไม้ในที่พิพาทโดยมิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่โจทก์ทั้งสองไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่พิพาทเพราะจำเลยบุกรุกเข้ามาก็ตาม แต่ก็ได้ความจากฟ้องแย้งว่า เมื่อจำเลยบุกรุกเข้ามาครอบครองที่พิพาทนั้นโจทก์ทั้งสองย่อมได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยแล้ว ชอบที่โจทก์ทั้งสองจะได้เรียกร้องค่าเสียหายจากการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่พิพาทมาในฟ้องแย้งเสียพร้อมกันในครั้งนั้น การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่พิพาทจากจำเลยในคดีนี้อีก จึงเป็นการฟ้องซ้อนกับฟ้องแย้งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 93/2523
อำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2976/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในการยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา แม้ไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ ก็ถือว่าเป็นการต่อสู้
โจทก์เคยขอยึดทรัพย์ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้อง ซึ่งโจทก์ก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้อง แต่คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ขอหมายบังคับคดีภายใน15 วัน การยึดทรัพย์จึงเป็นอันยกเลิก ต่อมาโจทก์จึงขอให้ยึดทรัพย์ของจำเลยรายเดียวกันนี้ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์เป็นของผู้ร้องในคำร้องคัดค้านคำร้องขัดทรัพย์ของโจทก์แม้จะไม่ได้กล่าวตรงๆว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้องเช่นเดียวกับคดีแรก แต่โจทก์ก็กล่าวอ้างว่าแม้ศาลจะไม่ได้วินิจฉัยในครั้งก่อนแต่สิทธิของโจทก์ตามกฎหมายที่จะยึดทรัพย์ของจำเลยยังมีอยู่ เมื่อทรัพย์รายนี้เป็นทรัพย์รายเดียวกับคดีเดิม จึงพอถือได้ว่าโจทก์ให้การต่อสู้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยซึ่งมีผลเท่ากับโจทก์ปฏิเสธข้ออ้างของผู้ร้องว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้องจึงเป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2976/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คัดค้านทรัพย์สินที่ถูกยึด การให้การปฏิเสธข้ออ้างของผู้ร้อง ถือเป็นการต่อสู้คดีที่ชอบด้วยกฎหมาย
โจทก์เคยขอยึดทรัพย์ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นทรัพย์ของผู้ร้อง ซึ่งโจทก์ก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้อง แต่คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ขอหมายบังคับคดีภายใน 15 วัน การยึดทรัพย์จึงเป็นอันยกเลิก ต่อมาโจทก์จึงขอให้ยึดทรัพย์ของจำเลยรายเดียวกันนี้ ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าทรัพย์เป็นของผู้ร้อง ในคำร้องคัดค้านคำร้องขัดทรัพย์ของโจทก์แม้จะไม่ได้กล่าวตรง ๆ ว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้องเช่นเดียวกับคดีแรก แต่โจทก์ก็กล่าวอ้างว่า แม้ศาลจะไม่ได้วินิจฉัยในครั้งก่อนแต่สิทธิของโจทก์ตามกฎหมายที่จะยึดทรัพย์ของจำเลยยังมีอยู่ เมื่อทรัพย์รายนี้เป็นทรัพย์รายเดียวกับคดีเดิม จึงพอถือได้ว่าโจทก์ให้การต่อสู้ว่าเป็นทรัพย์ของจำเลย ซึ่งมีผลเท่ากับโจทก์ปฏิเสธข้ออ้างของผู้ร้องว่าไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ร้อง จึงเป็นคำให้การที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับสัญญาเช่าช่วงกระทบสิทธิบุคคลภายนอก - เทศบาล, สิทธิทำสัญญาโดยตรง, ไม่สามารถบังคับจำเลยทำสัญญาซ้ำได้
จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับเทศบาลเมืองขอนแก่นตกลงให้จำเลยที่ 1 ได้ใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์แล้วยกกรรมสิทธิ์ให้แก่เทศบาลเมืองขอนแก่นโดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิเช่าที่ดินกับอาคารดังกล่าวทั้งหมดและมีสิทธิให้เช่าช่วงได้ ซึ่งทางปฏิบัติจำเลยที่ 1 จะจัดการให้ผู้จองเช่าช่วงอาคารทำสัญญาเช่าโดยตรงกับเทศบาลเมืองขอนแก่น ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดการให้จำเลยที่ 4 ทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับเทศบาลเมืองขอนแก่นแล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าดังกล่าว ศาลย่อมไม่อาจบังคับให้จำเลยที่1ทำสัญญาให้โจทก์เช่าช่วงอาคารพิพาทอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเทศบาลเมืองขอนแก่นซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2975/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเช่าช่วงอาคาร: ศาลไม่อาจบังคับทำสัญญาเช่าช่วงหากมีสัญญาเช่าโดยตรงกับเทศบาลแล้ว
จำเลยที่ 1 ทำสัญญากับเทศบาลเมืองขอนแก่นตกลงให้จำเลยที่ 1 ได้ใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อทำการก่อสร้างอาคารพาณิชย์แล้วยกกรรมสิทธิ์ให้แก่เทศบาลเมืองขอนแก่นโดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิเช่าที่ดินกับอาคารดังกล่าวทั้งหมดและมีสิทธิให้เช่าช่วงได้ ซึ่งทางปฏิบัติจำเลยที่ 1จะจัดการให้ผู้จองเช่าช่วงอาคารทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ เทศบาลเมืองขอนแก่น ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1ได้จัดการให้จำเลยที่ 4 ทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทกับ เทศบาลเมืองขอนแก่นแล้ว และโจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าดังกล่าว ศาลย่อมไม่อาจบังคับให้จำเลยที่1 ทำสัญญาให้โจทก์เช่าช่วงอาคารพิพาทอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงสิทธิของเทศบาลเมืองขอนแก่นซึ่งเป็นบุคคลนอกคดีได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 297/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประกันภัย: การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อรถถูกยึด ไม่ใช่ความเสียหายจากลักทรัพย์
โจทก์รับประกันภัยรถยนต์จากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อจากจำเลยที่ 1 โจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 1 เพราะจำเลยแจ้งว่ารถถูกลักไป เมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดรถนั้นเนื่องจากมีผู้นำไปขนสินค้าหลบหนีภาษี ซึ่งตามกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จะใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อเมื่อเกิดวินาศภัยแก่รถยนต์สูญหายไปเนื่องจากถูกคนร้ายลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ฉะนั้นจำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
of 141 ⏮ ◀ ▶ ⏭