Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2500 — หน้า 59

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องแบ่งที่ดินซ้ำ: ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการฟ้องใหม่ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ หากศาลยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นตามที่ฟ้องในคดีก่อน
เกี่ยวกับที่ดินแปลงเดียวกันทุกคดี
คดีแรกถึงที่สุดเพียงศาลชั้นต้น ซึ่งพิพากษาให้แบ่งที่ดินเฉพาะส่วนที่โจทก์จะได้รับตามพินัยกรรมข้อ 1. เพราะโจทก์ขอรับเพียงส่วนตามพินัยกรรมเท่านั้น
คดีที่ 2 ถึงที่สุดชั้นศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกคำชี้ขาดของศาลชั้นต้นที่ชี้ขาดไว้ว่า โจทก์จำเลยปกครองที่พิพาทร่วมกัน
โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งที่ดินซึ่งเป็นกองกลางตามพินัยกรรมข้อ 3. เช่นนี้ การฟ้องคดีใหม่นี้ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีแรกและคดีที่ 2.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบตกแก่ใคร: กรณีที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญและจำเลยครอบครอง
เมื่อศาลขั้นต้นสั่งหน้าที่นำสืบตกแก่จำเลย ๆ ได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา226 (2)
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้จำเลยต่อสู้ว่าเดิมที่พิพาทเป็นของโจทก์จริงแต่ได้ขายให้แก่จำเลยแล้วก็ตาม เมื่อปรากฎว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ และจำเลยเป็นผู้ครอบครองอยู่ดังนี้ หน้าที่นำสืบจึงตกแก่โจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบและการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นในคดีครอบครองที่ดิน
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งหน้าที่นำสืบตกแก่จำเลย จำเลยได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ จำเลยจึงมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้จำเลยต่อสู้ว่าเดิมที่พิพาทเป็นของโจทก์จริงแต่ได้ขายให้แก่จำเลยแล้วก็ตาม เมื่อปรากฏว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ และจำเลยเป็นผู้ครอบครองอยู่ ดังนี้ หน้าที่นำสืบจึงตกแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิโจทก์ฟ้องขับไล่ย่อมมีก่อนกฎหมายควบคุมค่าเช่า แม้เขตเทศบาลเปลี่ยนแปลง
แม้จะได้ความว่าเมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเป็นเหตุให้ที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์เข้าอยู่ในเขตเทศบาลก็ตาม ก็ไม่บังเกิดผลให้จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ เพราะสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยได้เกิดขึ้นก่อนวันประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และโจทก์ได้ใช้สิทธินั้นฟ้องจำเลยแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฟ้องของเจ้าของที่ดินย่อมเกิดก่อนกฎหมายใหม่ แม้เขตเทศบาลเปลี่ยนแปลง
แม้จะได้ความว่าเมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล เป็นเหตุให้ที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์เข้าอยู่ในเขตเทศบาลก็ตาม ก็ไม่บังเกิดผลให้จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ เพราะสิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยได้เกิดขึ้นก่อนวันประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และโจทก์ได้ใช้สิทธินั้นฟ้องจำเลยแล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเพิกถอนการให้ทรัพย์เนื่องจากเนรคุณและการหมิ่นประมาท ศาลยกฟ้องเนื่องจากพฤติการณ์ไม่ร้ายแรง
แม้จะฟังว่าจำเลยได้กล่าวลับหลังโจทก์ว่า "ไม่ใช่พ่อแม่หรือโคตรพ่อโคตรแม่อะไรนี่" ก็ยังไม่เรียกว่าเป็นการดูถูกดูหมิ่นอย่างร้ายแรงประการใด เพียงแต่กล่าวคำไม่สุภาพว่าโจทก์มิใช่เป็นบุพการีเท่านั้น จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณยังไม่ได้
ใบแต่งทนายเมื่อได้ยื่นต่อศาล ศาลยอมให้ดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมา ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงว่าอนุญาตอยู่ในตัวแล้ว ทนายจำเลยจึงมีอำนาจดำเนินคดีในฐานะทนายจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเพิกถอนการให้เนื่องจากเนรคุณและการหมิ่นประมาท ศาลฎีกาตัดสินว่าคำกล่าวอ้างไม่ถึงขั้นร้ายแรง
แม้จะฟังว่าจำเลยได้กล่าวลับหลังโจทก์ว่า "ไม่ใช่พ่อแม่หรือโคตร์พ่อโคตร์แม่อะไรนี่" ก็ยังไม่เรียกว่าเป็นการดูถูกดูหมิ่นอย่างร้ายแรงประการใดเพียงแต่กล่าวคำไม่สุภาพว่าโจทก์มิใช่เป็นบุพพการีเท่านั้น จะเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุเนรคุณยังไม่ได้
ใบแต่งทนายเมื่อได้ยื่นต่อศาล ๆ ยอมให้ดำเนินกระบวนพิจารณาตลอดมา ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงว่าอนุญาตอยู่ในตัวแล้วทนายจำเลยจึงมีอำนาจดำเนินคดีในฐานะทนายจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1537/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว, การฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกหลังสิทธิเดิมระงับ, ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องต้องยกขึ้นในชั้นต้น
สามีเช่าเคหะ เมื่อสามีตาย ภริยาซึ่งอยู่ร่วมกันเช่าเป็นเคหะต่อไปดังนี้ เมือบุตรเลี้ยงซึ่งเป็นผู้อาศัยแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการครอบครองเคหะ ภริยาหรือมารดาเลี้ยงนั้นฟ้องขับไล่ได้
ข้ออ้างที่ว่าโจทก์มิได้บอกกล่าวเลิกสิทธิอาศัยก่อนฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้น จึงมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้
สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายก็ย่อมระงับไปไม่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1537/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว การครอบครองปรปักษ์ และอำนาจฟ้องคดีขับไล่
สามีเช่าเคหะ เมื่อสามีตาย ภริยาซึ่งอยู่ร่วมกันเช่าเป็นเคหะต่อไปดังนี้ เมื่อบุตรเลี้ยงซึ่งเป็นผู้อาศัยแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการครอบครองเคหะภริยาหรือมารดาเลี้ยงนั้นฟ้องขับไล่ได้
ข้ออ้างที่ว่าโจทก์มิได้บอกกล่าวเลิกสิทธิอาศัยก่อนฟ้องจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยมิได้อ้างไว้ในศาลชั้นต้น จึงมาอ้างในชั้นอุทธรณ์ไม่ได้
สิทธิการเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัว เมื่อผู้เช่าตายก็ย่อมระงับไป ไม่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อที่ดินติดภาระจำนองในการขายทอดตลาด แม้สุจริตและเสียสินจ้าง ก็ไม่ทำให้ภาระจำนองหลุดพ้น
กรณีที่ผู้ซื้อรู้ถึงการรอนสิทธิอยู่แล้วในเวลาซื้อขาย
รับซื้อที่ดินติดภาระจำนองในการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาล ถึงแม้จะซื้อโดยสุจริตและเสียสินจ้างก็ไม่ทำให้ภาระจำนองหลุดพ้น เพราะเป็นการขายเฉพาะสิทธิเท่าที่มีอยู่ของเจ้าของที่ดิน
of 87 ⏮ ◀ ▶ ⏭