ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระหนี้โดยปริยาย การปฏิบัติที่ต่อเนื่องย่อมแสดงเจตนา การถือเอาการปฏิบัติเป็นหลัก
การชำระค่าเช่า จำเลยได้ส่งให้แก่บุคคลที่ 3 เป็นกิจวัตรตลอดมา โจทก์หรือภรรยาโจทก์มารับเอาไปจากบุคคลที่ 3 เป็นคราว ๆ ไป ดังนี้ กรณีเป็นที่ประจักษ์ว่า แม้จะไม่มีการตกลงกันโดยชัดแจ้งในการชำระหนี้ค่าเช่านี้ก็ดี แต่กริยาอาการที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ปฏิบัติต่อกันจนเป็นปกติกิจนั้น ย่อมแสดงได้ว่าโจทก์และจำเลยได้ตกลงกันโดยปริยายถึงวิธีการชำระหนี้ให้เป็นไปตามวิถีนั้น เมื่อโจทก์ไม่ไปรับค่าเช่าจากบุคคลที่ 3 นั้นเองเช่นที่เคยปฏิบัติมาแล้ว จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายทรัพย์ที่อายัติ - โจทก์มีสิทธิพิสูจน์การมอบหมายให้จำเลยรักษาได้ แม้จำเลยอ้างเอกสารการอายัติกับผู้อื่น
ในคดียักยอกทรัพย์ต้องอายัติ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ที่อายัติจากเจ้าพนักงานป่าไม้ผู้จับกุมในวันที่ 11 มกราคม 2488 แล้ว จำเลยอ้างเอกสารซึ่งพนักงานสอบสวนทำไว้ว่ายึดไม้ในวันที่ 10 มกราคม 2488 และอายัติไว้กับนายปั่น ดังนี้ ยังไม่พอฟังได้เด็ดขาดว่า ในวันที่ 11 มกราคม 2488 ซึ่งโจทก์หานั้น เจ้าพนักงานจะไม่ได้มอบหมายไม้ให้จำเลยรักษา โจทก์ย่อมมีสิทธิจะนำสืบให้สมฟัองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายทรัพย์อายัด: โจทก์มีสิทธิพิสูจน์การมอบหมายทรัพย์ให้จำเลยรักษา แม้จำเลยอ้างเอกสารอายัดกับผู้อื่น
ในคดียักยอกทรัพย์ต้องอายัด โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบหมายทรัพย์ที่อายัดจากเจ้าพนักงานป่าไม้ผู้จับกุมในวันที่ 11 มกราคม 2488 แล้ว จำเลยอ้างเอกสารซึ่งพนักงานสอบสวนทำไว้ว่ายึดไม้ในวันที่ 10 มกราคม 2488 และอายัดไว้กับนายปั่น ดังนี้ยังไม่พอฟังได้เด็ดขาดว่า ในวันที่ 11 มกราคม 2488 ซึ่งโจทก์หานั้น เจ้าพนักงานจะไม่ได้มอบหมายไม้ให้จำเลยรักษา โจทก์ย่อมมีสิทธิจะนำสืบให้สมฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกตามกฎหมายแพ่ง: สามี บุตร และภรรยาผู้มีสิทธิ
ผู้ตายมีสามีและมีบุตร ต้องแบ่งมรดกให้คนละเท่าๆกัน
ผู้ตายมีบิดาและมีภรรยาต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
ผู้ตายมีบิดาและมีภรรยาต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงทายาทโดยธรรมและสินเดิม
ผู้ตายมีสามีและมีบุตร ต้องแบ่งมฤดกให้คนละเท่าๆกัน
ผู้ตายมีบิดาและมีภรรยาต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
ผู้ตายมีบิดาและมีภรรยาต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จ – รายงานความจริงโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า"ฯลฯ(นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยวก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จ: ข้อความไม่ตรงกับฟ้องและรายงานโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า "ฯลฯ (นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยว ก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-927/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปล้นทรัพย์ต้องมีการชิงทรัพย์สำเร็จ หากไม่ปรากฏหลักฐานการเอาทรัพย์ไป ถือเป็นความพยายาม
ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามาทั้งเอาปืนยิงด้วยแต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามาทั้งเอาปืนยิงด้วยแต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-927/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปล้นทรัพย์ต้องมีการชิงทรัพย์สำเร็จ หากไม่มีการชิงทรัพย์แม้เพียงเล็กน้อย ถือเป็นความพยายามปล้นทรัพย์
ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงแต่ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามา ทั้งเอาปืนยิงด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามา ทั้งเอาปืนยิงด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความแตกต่างระหว่างค้างชำระค่าเช่ากับการผิดนัดชำระค่าเช่ามีผลต่อสิทธิในการฟ้องขับไล่
การค้างชำระค่าเช่ากับการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่านั้นต่างกัน จำเลยค้างชำระค่าเช่า 12 เดือน จะถือว่าจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า 2 คราวยังไม่ได้ เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยผิดนัดเพียงครั้งเดียว กรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2489 มาตรา 16(1) ที่จะฟ้องขับไล่ได้