ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แม้ผู้ตายเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ศาลยังลงโทษได้
ในคดีฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251 นั้น ถ้าผู้ถูกทำร้ายตายเพราะเหตุอื่น ไม่ใช่เพราะบาดแผลที่ถูกทำร้ายแล้ว ศาลก็ยังลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยแต่ข้อเดียวว่าผู้ตายมิได้ตายเพราะบาดแผลที่จำเลยทำร้าย ศาลฎีกาสั่งย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 923/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย แม้ผู้ตายถึงแก่ความตายจากสาเหตุอื่น ศาลยังลงโทษฐานทำร้ายได้
ในคดีฟ้องหาว่าจำเลยฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 251 นั้น ถ้าผู้ถูกทำร้ายตายเพราะเหตุอื่นไม่ใช่เพราะบาดแผลที่ถูกทำร้ายแล้ว ศาลก็ยังลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้ตาม ป.วิ.อาญา ม. 192 เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยแต่ข้อเดียวว่าผู้ตายมิได้ตายเพราะบาดแผลที่จำเลยทำร้าย ศาลฎีกาสั่งย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยความผิดฐานทำร้ายร่างกายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องขอพิสูจน์สัญชาติเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกโต้แย้ง มิใช่ผู้แทน
การร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อเจ้าพนักงาน หรือ ต่อศาลตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ.2480 มาตรา 28 นั้น เป็นสิทธิของผู้ที่จะร้องขอพิสูจน์เอง คนอื่นจะร้องขอแทนมิได้ แม้ผู้ที่ร้องขอให้พิสูจน์นั้นเป็นผู้เยาว์ บิดาก็ร้องขอแทนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการพิสูจน์สัญชาติเป็นสิทธิส่วนบุคคล ผู้อื่นไม่อาจร้องขอแทนได้ แม้เป็นผู้เยาว์
การร้องขอพิศูจน์สัญชาติต่อเจ้าพนักงานหรือต่อศาลตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 28 นั้น เป็นสิทธิของผู้ที่จะต้องขอพิศูจน์เอง คนอื่นจะต้องขอแทนมิได้ แม้ผู้ที่ร้องขอให้พิศูจน์นั้นเป็นผู้เยาว์ บิดาก็ร้องขอแทนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และความรับผิดชอบในการนำตัวพยานมาศาล
คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ ฟ้องคดีเองโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้วและศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องจนสั่งคดีมีมูลแล้ว นัดพิจารณาต่อไปในชั้นพิจารณาศาลก็ออกหมายเรียกพยานตามบัญชีระบุพยานนั้นมอบให้โจทก์รับไป แม้จะไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอีกในชั้นพิจารณาก็ย่อมถือว่าโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลตามกฎหมายแล้ว
โจทก์รับหมายพยานไปแล้ว จะส่งให้พยานได้หรือไม่ไม่ปรากฏ พยานไม่มาศาลโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์พยายามเสือกใสหน่วงเหนี่ยว จะว่าโจทก์ประวิงความและไม่ให้โจทก์เลื่อนคดีไม่ได้
โจทก์รับหมายพยานไปแล้ว จะส่งให้พยานได้หรือไม่ไม่ปรากฏ พยานไม่มาศาลโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์พยายามเสือกใสหน่วงเหนี่ยว จะว่าโจทก์ประวิงความและไม่ให้โจทก์เลื่อนคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 921/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีผลผูกพันในชั้นพิจารณา แม้ไม่ได้ยื่นใหม่ ศาลไม่ถือว่าโจทก์ประวิงคดี
คดีอาญาที่ราษฎรเป็นโจทก์ฟ้องคดีเองโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานแล้ว และศาลทำการไต่สวนมูลฟ้องจนสังคดีมีมูลแล้ว นัดพิจารณาต่อไป ในชั้นพิจารณาศาลก็ออกหมายเรียกพยานตามบัญชีระบุพยาน +มอบให้โจทก์รับไป แม้จะไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอีกในชั้นพิจารณาก็ย่อมถือว่าโจทก์ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลตาม ก.ม.แล้ว
โจทก์รับหมายพยานไปแล้ว จะส่งให้พยานได้หรือไม่ไม่ปรากฎพยานไม่มาศาล โดยไม่ปรากฎว่าโจทก์พยายามเสือกใสหน่วงเหนี่ยวจะว่าโจทก์ประวิงความและไม่ให้โจทก์เลื่อนคดีไม่ได้
โจทก์รับหมายพยานไปแล้ว จะส่งให้พยานได้หรือไม่ไม่ปรากฎพยานไม่มาศาล โดยไม่ปรากฎว่าโจทก์พยายามเสือกใสหน่วงเหนี่ยวจะว่าโจทก์ประวิงความและไม่ให้โจทก์เลื่อนคดีไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินทิ้งร้างและสิทธิของผู้ครอบครอง: ผู้ซื้อทิ้งที่ดินไว้นานจนถูกผู้อื่นครอบครอง ย่อมเสียสิทธิ
ซื้อที่ดินจากผู้อื่นโดยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ แต่ก็ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าหลายปี จนมีผู้มาขอจับจอง เจ้าพนักงานผู้ไปทำการรังวัดก็เห็นเป็นที่ว่างเปล่า จึงได้ออกใบเหยียบย่ำให้ แล้วผู้นั้นได้เข้าครอบครองดังนี้ ผู้ขอจับจองและเข้าครอบครองจึงมีสิทธิดีกว่าผู้ซื้อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินแล้วทิ้งร้าง ผู้ครอบครองมีสิทธิเหนือกว่า
ซื้อที่ดินจากผู้อื่นโดยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ แต่ก็ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าหลายปีจนมีผู้มาขอจับจองเจ้าพนักงานผู้ไปทำการรังวัดก็เห็นเป็นที่ว่างเปล่า จึงได้ออกใบเหยียบย่ำให้ แล้วผู้นั้นได้เข้าครอบครอง ดังนี้ผู้ขอจับจองและเข้าครอบครองจึงมีสิทธิดีกว่าผู้ซื้อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องสอดเป็นจำเลย: ศาลไม่อาจสั่งให้ฟ้องใหม่ หากมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความได้
ผู้ร้องสอดที่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยโต้แย้งว่าที่พิพาทรายเดียวกันนั้นเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย ดังนี้ ต้องตามมาตรา 57 อนุมาตรา (1)ไม่ใช่ตามอนุมาตรา (2) ผู้ร้องสอดมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความ ศาลจะยกมาตรา 29 วรรคท้ายมาใช้สั่งไม่อนุญาตโดยให้ไปฟ้องใหม่เป็นอีกสำนวนหนึ่งไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องสอดเป็นจำเลย: การคุ้มครองสิทธิในที่ดินพิพาท ศาลต้องอนุญาตหากมีสิทธิโดยตรง
ผู้ร้องสอดที่ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยโต้แย้งว่าที่พิพาทรายเดียวกันนั้นเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลยดังนี้ต้องตามมาตรา 57 อนุมาตรา (1) ไม่ใช่ตามอนุมาตรา (2) ผู้ร้องสอดมีสิทธิร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความศาลจะยกมาตรา 29 วรรคท้ายมาใช้สั่งไม่อนุญาตโดยให้ไปฟ้องใหม่+สำนวนหนึ่งไม่ได้