Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2499 — หน้า 60

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงประนีประนอมในชั้นศาล: การคืนกระบือและเงินกู้ ไม่เป็นการพนันขันต่อ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้กับดอกเบี้ย 2,037 บาท จำเลยต่อสู้ว่าความจริงจำเลยตกลงซื้อกระบือ 2 ตัวราคา 2,000 บาท โดยโจทก์ผ่อนชำระภายในเดือน 3 ทุก ๆ ปี โจทก์จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้ไว้เมื่อจำเลยชำระราคากระบือแล้วจะคืนอสัญญาให้
วันชี้ คู่ความท้ากันว่าขอให้สืบนายเลี่ยม ถ้าให้การว่ากระบือรายนี้ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน 11 พ.ศ.2497 แล้ว จำเลยยอมคืนกระบือ 2 ตัวกับเงิน 2,000 บาท ถ้าให้การว่าเพิ่งตกอยู่กับจำเลยเมื่อเดือน 11 พ.ศ.2498 นี้เอง จำเลยยอมคืนกระบือให้โจทก์ 2 ตัวอย่างเดียว
ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคืนกระบือ 2 ตัว กับเงิน 2,000 บาทให้โจทก์ตามที่คู่ความแถลงตกลงกันให้ชั้นชี้สองสถาน จึงไม่ใช่การพนันขันต่อเป็นเรื่องทำความประนีประนอมกันให้ศาลพิพากษาเช่นนี้ตาม ป.พ.พ. ม.850 และป.วิ.แพ่ง ม.138 ไม่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงประนีประนอมทางการแพ่ง: การคืนกระบือและเงินกู้ ไม่ใช่การพนัน
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้กับดอกเบี้ย 2,037 บาท จำเลยต่อสู้ว่าความจริงจำเลยตกลงซื้อกระบือ 2 ตัวราคา 2,000บาท โดยโจทก์ผ่อนชำระภายในเดือน 3 ทุกๆ ปี โจทก์ให้จำเลยทำเป็นสัญญากู้ให้ไว้ เมื่อจำเลยชำระราคากระบือแล้วจะคืนสัญญาให้
วันชี้ คู่ความท้ากันว่าขอให้สืบนายเลี่ยม ถ้าให้การว่ากระบือรายนี้ตกอยู่แก่จำเลยก่อนเดือน 11 พ.ศ.2497 แล้ว จำเลยยอมคืนกระบือ 2 ตัวกับเงิน 2,000 บาทถ้าให้การว่าเพิ่งตกอยู่กับจำเลยเมื่อเดือน 11 พ.ศ.2498นี้เอง จำเลยยอมคืนกระบือให้โจทก์ 2 ตัวอย่างเดียว
ดังนี้เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคืนกระบือ 2 ตัว กับเงิน 2,000 บาทให้โจทก์ตามที่คู่ความแถลงตกลงกันในชั้นชี้สองสถาน จึงไม่ใช่การพนันขันต่อเป็นเรื่องทำความประนีประนอมกันให้ศาลพิพากษา เช่นนี้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา138 ไม่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การละเมิดสิทธิในที่ดินและการชดใช้ค่าเสียหาย แม้ไม่ได้เสียหายจากเงินมัดจำที่ถูกริบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดินทำให้โจทก์แบ่งขายที่ดินไม่ได้ โจทก์จึงไม่ด้เงินไปชำระราคาที่ดินซึ่งโจทก์วางมัดจำซื้อไว้เป็นเหตุให้โจทก์ถูกริบเงินมัดจำแม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ก็ตาม แต่จะถือว่าเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบเป็นค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดไม่ได้
เมื่อมีการละเมิดขึ้นแล้ว ศาลย่อมวินิจฉัยให้จำเลยให้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามควรแก่พฤติการณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดขอค่าเสียหายที่ถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาท เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการละเมิดแก่โจทก์หนึ่งพันบาทก็ได้ไม่เกินคำขอ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1691/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยขัดขวางการแบ่งขายที่ดิน ทำให้โจทก์ถูกริบมัดจำ ศาลพิจารณาค่าเสียหายจากการละเมิด
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยคัดค้านการแบ่งแยกที่ดินทำให้โจทก์แบ่งขายที่ดินไม่ได้ โจทก์จึงไม่ได้เงินไปชำระราคาที่ดินซึ่งโจทก์วางมัดจำซื้อไว้เป็นเหตุให้โจทก์ถูกริบเงินมัดจำ แม้จะปรากฏว่าการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ก็ตาม แต่จะถือว่าเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบเป็นค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดไม่ได้
เมื่อมีการละเมิดขึ้นแล้ว ศาลย่อมวินิจฉัยให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามควรแก่พฤติการณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยละเมิดขอค่าเสียหายที่ถูกริบมัดจำหนึ่งหมื่นบาท เมื่อศาลเห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดในเงินมัดจำที่โจทก์ถูกริบศาลจะพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายในการละเมิดแก่โจทก์หนึ่งพันบาทก็ได้ไม่เกินคำขอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดโทษปรับรายปีสำหรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบสำคัญประจำตัว และขอบเขตการลงโทษภายในอายุความ
ความผิดฐานเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว อันเป็นผิดตาม พระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว 2493 มาตรา 5,20 นั้น ศาลจะลงโทษได้ในปีสุดท้าย(ซึ่งอยู่ในอายุความ)ปีเดียว คือปรับไม่เกิน 500 บาทเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความประมาทของผู้ขับขี่ การกระทำผิดตาม ม.43 ไม่เชื่อมโยงโดยตรงกับอุบัติเหตุ
ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถชนคนตายโดยประมาทนั้น แม้คดีจะได้ความว่าจำเลยขับขี่รถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่ได้ ซึ่งตาม ก.ม.อาญา ม.43 ถือว่าผู้ฝ่าฝืน ก.ม.เช่นนี้กระทำการโดยประมาทก็ตาม แต่การที่จะลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทตามฟ้องนั้น คดีจะต้องได้ความด้วยว่าเนื่องจากจำเลยกระทำฝ่าฝืน ก.ม.นี้เป็นเหตุให้รถยนต์ชนผู้ตายถึงแก่ความตาย
เมื่อคดีนี้ได้ความว่าจำเลยขับรถเป็นขณะเกิดเหตุจำเลยขับรถโดยเรียบร้อย แขนลีบที่กล่าวในฟ้องว่าใช้การไม่ได้ก็ได้ความว่าไม่ถึงกับใช้แขนนั้นไม่ได้เสียทีเดียว ทั้งเป็นความผิดของผู้ตายเอง การตายมิได้เกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลย ดังนี้ลงโทษจำเลยตาม ม.252 ไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1661/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความประมาทของผู้ขับขี่เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แม้ขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาตต้องพิสูจน์เหตุผลเชิงประจักษ์
ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับรถชนคนตายโดยประมาทนั้น แม้คดีจะได้ความว่าจำเลยขับขี่รถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตให้ขับขี่ได้ ซึ่งตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 43ถือว่าผู้ฝ่าฝืนกฎหมายเช่นนี้กระทำโดยประมาทก็ตาม แต่การที่จะลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทตามฟ้องนั้น คดีจะต้องได้ความด้วยว่าเนื่องจากจำเลยกระทำฝ่าฝืนกฎหมายนี้เป็นเหตุให้รถยนต์ชนผู้ตายถึงแก่ความตาย
เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยขับรถเป็น ขณะเกิดเหตุจำเลยขับรถโดยเรียบร้อย แขนลีบที่กล่าวในฟ้องว่าใช้การไม่ได้ก็ได้ความว่าไม่ถึงกับใช้แขนนั้นไม่ได้เสียทีเดียว ทั้งเป็นความผิดของผู้ตายเอง การตายมิได้เกิดขึ้นเพราะความประมาทของจำเลย ดังนี้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 252 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประนีประนอมยอมความยุติคดีอาญา: ผลผูกพันและอำนาจฟ้องของอัยการ
อัยการโจทก์และผู้เสียหายโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยบุกรุกขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.327
ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยตกลงยอมขยับรั้วเข้ามาตามแนวที่ศาลชี้ ทนายโจทก์ร่วมและผู้รับมอบฉันทะจากผู้เสียหาย (โจทก์ร่วม) ให้ทำการประนีประนอมยอมความได้ ได้ยอมรับข้อตกลงนี้และแถลงว่าจะได้ถอนฟ้องให้เสร็จไป ดังนี้ถือว่าทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันเข้าลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. ม.850,851,852
เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามยอมแล้วคดีก็ระงับไปตาม ป.วิ.อาญา ม.39 (2) การที่โจทก์ร่วมว่าจะถอนฟ้องเมื่อจำเลยปฏิบัติแล้วนั้น ก็มีความหมายเพียงเพื่อให้ศาลจำหนายคดีเสร็จไปตามวิธีปฏิบัติของศาลทั้งจะถอนหรือไม่ถอนก็มีผลไม่ต่างกันและอัยการไม่มีสิทธิจะดำเนินคดีต่อไปได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1655/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การระงับข้อพิพาทด้วยการประนีประนอมยอมความและการสิ้นสุดคดีอาญา
อัยการโจทก์และผู้เสียหายโจทก์ร่วมฟ้องว่าจำเลยบุกรุกขอให้ลงโทษตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยตกลงยอมขยับรั้วเข้ามาตามแนวที่ศาลชี้ ทนายโจทก์ร่วมและผู้รับมอบฉันทะจากผู้เสียหาย(โจทก์ร่วม)ให้ทำการประนีประนอมยอมความได้ ได้ยอมรับข้อตกลงนี้และแถลงว่าจะได้ถอนฟ้องให้เสร็จไป ดังนี้ถือว่าทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน เข้าลักษณะสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850,851,852
เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามยอมแล้วคดีก็ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) การที่โจทก์ร่วมว่าจะถอนฟ้องเมื่อจำเลยปฏิบัติแล้วนั้น ก็มีความหมายเพียงเพื่อให้ศาลจำหน่ายคดีเสร็จไปตามวิธีปฏิบัติของศาล ทั้งจะถอนหรือไม่ถอนก็มีผลไม่ต่างกันและอัยการไม่มีสิทธิจะดำเนินคดีต่อไปได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องขับไล่ขึ้นอยู่กับการนำสืบเรื่องการบอกกล่าวให้จำเลยออกจากห้องเช่า การฟังข้อเท็จจริงนอกพยานหลักฐานเป็นเหตุให้ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าห้องพิพาทโจทก์ซื้อมาจากเจ้าของเดิม โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ยังไม่ได้บอกกล่าว จำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
ก่อนพิจารณาโจทก์จำเลยรับกันว่าโจทก์เป็นเจ้าของห้องพิพาทจำเลยไม่ได้ทำสัญญาเช่าจากโจทก์ จำเลยขายข้าวสารน้ำปลาและของเบ็ดเตล็ดและอาศัยอยู่ในห้องพิพาท ได้จดทะเบียนการค้าตามโจทก์อ้างจริง แล้วโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน
ดังนี้แม้ในฟ้องของโจทก์ได้กล่าวว่าได้บอกกล่าวจำเลยแล้วจำเลยก็มิได้รับตามฟ้อง จึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความในเรื่องบอกกล่าวจึงจะมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย เมื่อไม่สืบก็ต้องยกฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นกลับฟังว่าโจทก์ได้บอกกล่าวแล้วจึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงเรื่องบอกกล่าวนอกพยานหลักฐานในสำนวน และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ใช่ข้อเท็จจริงไม่ต้องห้ามฎีกา
อนึ่งโจทก์ก็มิได้คัดค้านในชั้นอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ไว้(เรื่องบอกกล่าว) จึงให้ยกฎีกาของโจทก์เสีย
of 85 ⏮ ◀ ▶ ⏭