ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในคดีค้ากำไรเกินควร: สิ่งของที่ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ไม่ใช่ของอันจะพึงริบ
สิ่งของที่จำเลยขายโดยไม่ปิดป้ายแสดงราคา ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 17 นั้น ไม่ใช่ของอันจะพึงริบตามมาตรา 29 ของอันพึงริบ จะต้องเป็นสิ่งของที่เกี่ยวกับการทำผิดในการค้ากำไรโดยตรง ตามมาตรา 18
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิ่งของขายโดยไม่ติดป้ายราคา ไม่เป็นของอันพึงริบ ต้องเกี่ยวข้องกับการค้ากำไรโดยตรง
สิ่งของที่จำเลยขายโดยไม่ปิดป้ายแสดงราคา ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ตามมาตรา 17 นั้น ไม่ใช่ของอันจะพึงริบตามมาตรา 29ของอันพึงริบ จะต้องเป็นสิ่งของที่เกี่ยวกับการทำผิดในการค้ากำไรโดยตรง ตามมาตรา 18 ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2493
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การค้าสุราของผู้ขายส่ง: การประเมินภาษีเงินได้ประเภทคนกลางตามประมวลรัษฎากร
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้พ.ศ.2482 กำหนดอาชีพการค้าขายของคนกลางให้ตกอยู่ในมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร คำว่า"การค้าขายของคนกลาง" นี้หมายความว่าการค้าของคนซึ่งอยู่ในระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค คือซื้อของที่ตนเองมิได้เป็นผู้ผลิตมาแล้วขายต่อไป
ทำสัญญากับโรงงานสุราเป็นผู้ขายส่งสุราประจำอำเภอหนึ่งแม้ตามสัญญาจะถูกจำกัดในการซื้อในการขายตลอดจนเรื่องราคาที่จะขายก็ดี ก็เป็นเรื่องที่ซื้อมาแล้วขายต่อไปอันเป็นการค้าของคนกลางนั้นเอง
ทำสัญญากับโรงงานสุราเป็นผู้ขายส่งสุราประจำอำเภอหนึ่งแม้ตามสัญญาจะถูกจำกัดในการซื้อในการขายตลอดจนเรื่องราคาที่จะขายก็ดี ก็เป็นเรื่องที่ซื้อมาแล้วขายต่อไปอันเป็นการค้าของคนกลางนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การค้าของคนกลาง: การซื้อมาแล้วขายต่อ แม้มีข้อจำกัดในการซื้อขาย ก็ยังคงเป็นการค้าของคนกลาง
พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ พ.ศ. 2482 กำหนดอาชีพการค้าขายของคนกลางให้ตกอยู่ในมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร คำว่า "การค้าขายของคนกลาง" นี้หมายความว่า การค้าของคนซึ่งอยู่ในระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคคือซื้อของที่ตนเองมิได้เป็นผู้ผลิตมาแล้วขายต่อไป
ทำสัญญากับโรงงานสุราเป็นผู้ขายส่งสุราประจำอำเภอหนึ่ง แม้ตายสัญญาจะถูกจำกัดในการซื้อในการขายตลอดจนเรื่องราคาที่จะขายก็ดีก็เป็นเรื่องที่ซื้อมาแล้วขายต่อไปอัน เป็นการค้าของคนกลางนั้นเอง
ทำสัญญากับโรงงานสุราเป็นผู้ขายส่งสุราประจำอำเภอหนึ่ง แม้ตายสัญญาจะถูกจำกัดในการซื้อในการขายตลอดจนเรื่องราคาที่จะขายก็ดีก็เป็นเรื่องที่ซื้อมาแล้วขายต่อไปอัน เป็นการค้าของคนกลางนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความค่าเสียหายจากการเช่า: การนับอายุความใหม่เมื่อมีการรับสภาพหนี้
การฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น จะต้องฟ้องภายในกำหนด 6 เดือนและแม้จะมีการรับสภาพหนี้กันซึ่งทำให้อายุความสดุดหยุดลง ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 172 ก็ตาม แต่เมื่อเริ่มนับใหม่ตามมาตรา 181 ก็ต้องถือว่าอายุความเดิมเป็นแต่ตั้งต้นใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความสัญญาเช่า: การรับสภาพหนี้และการนับอายุความใหม่
การฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้นจะต้องฟ้องภายในกำหนด 6 เดือน และแม้จะมีการรับสภาพหนี้กันซึ่งทำให้อายุความสดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 ก็ตามแต่เมื่อเริ่มนับใหม่ตามมาตรา 181 ก็ต้องถืออายุความเดิมเป็นแต่ตั้งต้นนับใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1895/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ภาษีต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด หากไม่ทำตามสิทธิฟ้องศาลย่อมไม่มี
การฟ้องศาลขอให้เพิกถอนการเรียกเก็บภาษีร้านค้า เพราะพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บไม่ถูกต้องนั้น ผู้เสียภาษีจะต้องเสียตามที่เจ้าหน้าที่ประเมินมาก่อนแล้วจึงอุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีแล้วแต่กรณี ต่อจากนั้นจึงจะอุทธรณ์ต่อศาลได้ ถ้าโจทก์ไม่จัดการอุทธรณ์ตามเกณฑ์และวิธีการดั่งทีกฎหมายบัญญัติไว้แล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลก็หามีไม่ ศาลไม่มีอำนาจจะประทับฟ้องไว้พิจารณาและในกรณีเช่นนี้แม้จำเลยจะไม่คัดค้านมาแต่ต้น ศาลสูงก็พิพากษายกฟ้องได้ เพราะเป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเนื่องว่าเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้องของประชาชน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1895/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการเรียกเก็บภาษีต้องอุทธรณ์ตามขั้นตอน หากไม่ทำตามสิทธิในการฟ้องศาลเป็นอันสิ้นสุด
การฟ้องศาลขอให้เพิกถอนการเรียกเก็บภาษีร้านค้า เพราะพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเก็บไม่ถูกต้องนั้น ผู้เสียภาษีจะต้องเสียตามที่เจ้าหน้าที่ประเมินมาก่อนแล้วจึงอุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีแล้วแต่กรณี ต่อจากนั้นจึงจะอุทธรณ์ต่อศาลได้ ถ้าโจทก์ไม่จัดการอุทธรณ์ตามเกณฑ์และวิธีการดั่งที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลก็หามีไม่ ศาลไม่มีอำนาจจะประทับฟ้องไว้พิจารณา และในกรณีเช่นนี้ แม้จำเลยจะไม่คัดค้านมาแต่ต้น ศาลสูงก็พิพากษายกฟ้องได้ เพราะเป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันเนื่องว่าเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เงินตราไม่ใช่ 'ของ' ตามกฎหมายศุลกากร จึงไม่ต้องเสียอากรขาออก
นำเงินตราออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต เงินตราไม่ใช่ของอันจะต้องเสียอากรตามพ.ร.บ.พิกัดอัตราศุลกากร(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1894/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เงินตราไม่ใช่ 'ของ' ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร การนำออกนอกประเทศไม่ผิด พ.ร.บ.ศุลกากร
นำเงินตราออกนอกประเทสโดยไม่ได้รับอนุญาตเงินตราไม่ใช่ของอันจะต้องเสียอากรตาม พ.ร.บ.พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2489