Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 62

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองที่ดิน: ผู้รับอนุญาตจับจองต้องทำประโยชน์ หากละเลยและมีผู้อื่นครอบครองต่อเนื่อง ย่อมเสียสิทธิการครอบครอง
ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจองที่ดิน ผู้รับจะต้องทำประโยชน์ในที่นั้นถ้าไม่ได้ทำ และมีผู้อื่นเข้าทำอยู่ในที่นั้นจนได้รับใบเหยียบย่ำและได้จดทะเบียนสิทธิไว้ที่อำเภอหลายปีแล้ว ดังนี้ ผู้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้จับจอง จะฟ้องขับไล่ผู้นั้นไปไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836-1838/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์เครื่องมือประจำที่ในการประมง: ศาลต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่โจทก์ต้องการนำสืบ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสร้างเครื่องมือประจำที่ โดยวางกร่ำลงในหนองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.การประมง 2490 มาตรา 31,61 ดังนี้แม้ศาลจะสอบโจทก์ ๆ แถลงว่ากร่ำที่จำเลยวาง คือเอาผักกับหนามไปไว้ในน้ำเพื่อให้ปลามาอาศัยแล้วใช้อวนล้อมจับปลา จำเลยยังมิได้จับปลาถ้าจับปลาต้องเอาอวนมาล้อมที่กร่ำก็ดี ศาลก็จำต้องให้โจทก์นำสืบตามฟ้องก่อน เพราะข้อที่โจทก์จะสืบมีว่า กร่ำที่จำเลยวางเป็นเครื่องมือประจำที่ ซึ่งมีความหมายกว้างขวาง หาใช่จะจำกัดอยู่เพียงที่โจทก์ แถลงไม่ จะด่วนงดสืบพยานโดยฟังข้อเท็จจริงเฉพาะตามที่โจทก์แถลง หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1836-1838/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย: ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานตามที่ฟ้อง ไม่จำกัดเฉพาะคำแถลง
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสร้างเครื่องมือประจำที่ โดยวางกร่ำลงในหนองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ขอให้ลงโทษตาม พระราชบัญญัติการประมง 2490 มาตรา 31,61 ดังนี้แม้ศาลจะสอบโจทก์โจทก์แถลงว่ากร่ำที่จำเลยวางคือเอาผักกับหนามไปไว้ในน้ำเพื่อให้ปลามาอาศัยแล้วใช้อวนล้อมจับปลา จำเลยยังมิได้จับปลา ถ้าจะจับปลาต้องเอาอวนมาล้อมที่กร่ำก็ดี ศาลก็จำต้องให้โจทก์นำสืบตามฟ้องก่อน เพราะข้อที่โจทก์จะสืบมีว่า กร่ำที่จำเลยวางเป็นเครื่องมือประจำที่ ซึ่งมีความหมายกว้างขวาง หาใช่จะจำกัดอยู่เพียงที่โจทก์ แถลงไม่ จะด่วนงดสืบพยานโดยฟังข้อเท็จจริงเฉพาะตามที่โจทก์แถลง หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อปกป้องชีวิตจากอันตรายใกล้จะถึง แม้เป็นการทำร้ายกลับ
ผู้ตายเป็นผู้ก่อนเรื่องรุกรานจำเลย โดยเข้าชกต่อยจำเลยก่อน จนจำเลยถอยหลังไปติดป่ายี่หร่าล้มลง แล้วผู้ตายจะเข้าบีบคอจำเลย ๆ อาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้ เพราะผู้ตายเป็นคนร่างสูงใหญ่กว่าจำเลยมาก จำเลยจึงชักมีดออกแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่ใต้นมขวาผู้ตายวิ่งไปได้ 5 วา ก็ล้มลง ครู่หนึ่งก็ถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวชอบด้วยกฎหมาย: ผู้ถูกทำร้ายมีสิทธิป้องกันตนเองเมื่อถูกรุกรานถึงอันตรายถึงชีวิต
ผู้ตายเป็นผู้ก่อเรื่องรุกรานจำเลย โดยเข้าชกต่อยจำเลยก่อน จนจำเลยถอยหลังไปติดป่ายี่หร่าล้มลง แล้วผู้ตายจะเข้าบีบคอจำเลย จำเลยอาจถึงอันตรายแก่ชีวิตได้เพราะผู้ตายเป็นคนร่างสูงใหญ่กว่าจำเลยมาก จำเลยจึงชักมีดออกแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่ใต้นมขวา ผู้ตายวิ่งไปได้ 5 วา ก็ล้มลง ครู่หนึ่งก็ถึงแก่ความตายดังนี้ ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เขตควบคุมการแปรรูปไม้: การพิสูจน์การประกาศและการปิดประกาศเพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำการแปรรูปไม้สัก ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตเหตุเกิดในป่าตำบลหนึ่ง อันเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ และได้คัดสำเนาประกาศไว้ ณะที่ว่าการอำเภอ และที่ทำการกำนันและที่สาธารณะสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องที่เกิดเหตุนี้แล้ว ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิด เฉย ๆ แม้มิได้ต่อสู้ว่าตำบลที่เกิดเหตุไม่ใช่เหตุควบคุมแปรรูปไม้ และมิได้ต่อสู้ว่าไม่มีการปิดประกาศที่เกิดเหตุ ก็ดี ศาลก็ยังต้องวินิจฉัยว่าตำบลที่เกิดเหตุนั้น เป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้แล้วหรือไม่ และมีการประกาศและปิดสำเนาประกาศถูกต้องแล้วหรือไม่ด้วย ซึ่งในข้อวินิจฉัยนี้ แม้โจทก์จะมีพยานคือ ป่าไม้เขตและป่าไม้จังหวัดนั้น มาเบิกความว่าตำบลที่เกิดเหตุได้ประกาศกำหนดเป็นเขตควบคุมกรแปรรูปไม้และได้ปิดประกาศไว้ด้วยแล้วก็ตามแต่เมื่อโจทก์มิได้นำตัวประกาศหรือสำเนา อันเจ้าหน้าที่รับรองว่า ถูกต้องมาแสดงให้ปรากฎ ทั้งผู้ปิดประกาศนั้น ก็ไม่มีมาเบิกความเช่นนี้ ศาลย่อมวินิจฉัยได้ว่า ที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยมีประกาศและปิดประกาศแล้วนั้น ฟังไม่ได้ จึงต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เขตควบคุมการแปรรูปไม้: การพิสูจน์ประกาศและการปิดประกาศ
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำการแปรรูปไม้สัก ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดในป่าตำบลหนึ่ง อันเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ซึ่งรัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ และได้คัดสำเนาประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ และที่ทำการกำนันและที่สาธารณะสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องที่เกิดเหตุนี้แล้ว ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดเฉยๆ แม้มิได้ต่อสู้ว่าตำบลที่เกิดเหตุไม่ใช่เขตควบคุมแปรรูปไม้ และมิได้ต่อสู้ว่าไม่มีการปิดประกาศณที่เกิดเหตุก็ดีศาลก็ยังต้องวินิจฉัยว่าตำบลที่เกิดเหตุนั้น เป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้แล้วหรือไม่ และมีการประกาศและปิดสำเนาประกาศถูกต้องแล้วหรือไม่ด้วย ซึ่งในข้อวินิจฉัยนี้แม้โจทก์จะมีพยานคือ ป่าไม้เขตและป่าไม้จังหวัดนั้น มาเบิกความว่าตำบลที่เกิดเหตุได้ประกาศกำหนดเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้และได้ปิดประกาศไว้ด้วยแล้วก็ตามแต่เมื่อโจทก์มิได้นำตัวประกาศหรือสำเนา อันเจ้าหน้าที่รับรองว่า ถูกต้องมาแสดงให้ปรากฏ ทั้งผู้ปิดประกาศนั้นก็ไม่มีมาเบิกความเช่นนี้ ศาลย่อมวินิจฉัยได้ว่าที่ว่าที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยมีประกาศและปิดประกาศแล้วนั้นฟังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนบุคคล vs. ทางสาธารณะ: การอุทิศทางเป็นสำคัญ
ทางเดินอยู่ในหน้าโฉนดซึ่งเป็นกรรมสิทธิของเอกชนจะกลับกลายเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะ ต้องมีการอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงแต่ได้ความว่ามีคนเดินผ่านไปมาหลายสิบปีแล้วเท่านั้น หาทำให้ทางนั้นเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะเสมอไปไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทางเดินในโฉนดเอกชน ไม่ใช่ทางหลวง/สาธารณะ หากไม่มีการอุทิศ
ทางเดินอยู่ในหน้าโฉนดซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนจะกลับกลายเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะ ต้องมีการอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงแต่ได้ความว่ามีคนเดินผ่านไปมาหลายสิบปีแล้วเท่านั้น หาทำให้ทางนั้นเป็นทางหลวง หรือทางสาธารณะเสมอไปไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1823/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแสดงบัญชีข้าวโรงสี: การลงรายการผิดพลาดไม่ถือว่าไม่แสดงรายการ
ผู้ทำการโรงสีซึ่งมีหน้าที่ต้องทำบัญชีแสดงรายการปริมาณข้าวซึ่งมีอยู่ ได้มาและขายไปตามประมวลรัษฎากรมาตรา 201 นั้น ถ้าไม่แสดงรายการปริมาณข้าวดังกล่าวแล้วย่อมเข้ามาตรา 202 แห่งประมวลรัษฎากรซึ่งจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 10 เท่า แต่ถ้าได้แสดงรายการปริมาณข้าวแล้วแต่ลงจำนวนข้าวผิดไปเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องไม่แสดงรายการตามมาตรา 202 ฉะนั้นจึงจะเรียกเงินเพิ่ม 10 เท่าจากผู้ทำการโรงสีไม่ได้ ถ้าเรียกเพิ่มไว้แล้วผู้ทำการโรงสีฟ้องเรียกคืนได้
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭