ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์นอกกรอบประเด็นเดิม ศาลไม่รับฟังเป็นเหตุหักล้างข้อกล่าวอ้างของโจทก์
ผู้ร้อง ร้องขัดทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องขัดทรัพย์ ได้รับมรดกมาแต่ผู้เดียว
โจทก์ให้การแก้ว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยด้วยครึ่งหนึ่งโดยจำเลยเป็นน้องผู้ร้อง และผู้ร้องกับจำเลยทำสัญญาแบ่งมรดกกันคน ละครึ่ง
ภายหลังวันชี้สองสถานแล้วผู้ร้องขอเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ว่า หลังจากทำสัญญาแบ่งทรัพย์กับจำเลยแล้วจำเลยได้มาขอเงินจากผู้ร้องไปจำนวนหนึ่ง แล้วทำสัญญาไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท อีกต่อไป สัญญาแบ่งทรัพย์จึงไม่ผูกพันต่อไปแต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ได้ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิจะนำสืบตามที่อ้างขึ้นมาใหม่ เพราะเมื่อข้ออ้างใหม่ศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมจึง ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาจะถือว่าเป็นการสืบหักล้างข้อกล่าว อ้างของโจทก์ ที่กล่าวอ้างไว้ในคำให้การไม่ได้
โจทก์ให้การแก้ว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของจำเลยด้วยครึ่งหนึ่งโดยจำเลยเป็นน้องผู้ร้อง และผู้ร้องกับจำเลยทำสัญญาแบ่งมรดกกันคน ละครึ่ง
ภายหลังวันชี้สองสถานแล้วผู้ร้องขอเพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ว่า หลังจากทำสัญญาแบ่งทรัพย์กับจำเลยแล้วจำเลยได้มาขอเงินจากผู้ร้องไปจำนวนหนึ่ง แล้วทำสัญญาไม่ขอเกี่ยวข้องกับทรัพย์พิพาท อีกต่อไป สัญญาแบ่งทรัพย์จึงไม่ผูกพันต่อไปแต่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมคำร้องขัดทรัพย์ได้ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิจะนำสืบตามที่อ้างขึ้นมาใหม่ เพราะเมื่อข้ออ้างใหม่ศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมจึง ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาจะถือว่าเป็นการสืบหักล้างข้อกล่าว อ้างของโจทก์ ที่กล่าวอ้างไว้ในคำให้การไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทในการถืออาวุธปืน การบรรยายฟ้องที่เพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุประชาชนกำลังฟังการทำขวัญนาคอยู่มีคนจะวิวาทกัน จำเลยได้ควักปืนลูกซองพกออกมาถือไว้ด้วยความประมาทปืนได้ลั่นไปถูกผู้ตายซึ่งนั่งฟังการทำขวัญนาคอยู่ถึงแก่ความตายดังนี้เป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำว่าจำเลยประมาทอย่างไร พอให้จำเลยเข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความประมาทในการถืออาวุธปืนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ฟ้องชัดเจนจำเลยเข้าใจได้
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุประชาชนกำลังฟังการทำขวัญนาคอยู่มีคนจะวิวาทกัน จำเลยได้ควักปืนลูกซองพกออกมาถือไว้ด้วยความประมาทปืนได้ลั่นไปถูกผู้ตายซึ่งนั่งฟังการทำขวัญนาคอยู่ถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำว่าจำเลยประมาทอย่างไร พอให้จำเลยเข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า vs. ทำร้ายร่างกาย: ศาลฎีกาวินิจฉัยความผิดฐานพยายามฆ่าไม่ชอบ เนื่องจากบาดแผลไม่ร้ายแรงและไม่มีสาเหตุ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา แต่ทั้งสองศาลฟังต้องกันว่ายังฟังไม่ได้ว่าผู้ตาย ตายเพราะบาดแผลที่ถูกทำร้าย จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยไปถึงว่าจำเลยอาจจะมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ( ประชุมใหญ่ 7 - 8/97 )
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกันจำเลยใช้มีดขนาดเล็แทงเพียงครั้งเดียว แม้จะมีโอกาศทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำ บาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรง จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกันจำเลยใช้มีดขนาดเล็แทงเพียงครั้งเดียว แม้จะมีโอกาศทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำ บาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรง จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามฆ่า vs. ทำร้ายร่างกาย: การพิเคราะห์เจตนาและความร้ายแรงของบาดแผล
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาแต่ทั้งสองศาลฟังต้องกันว่ายังฟังไม่ได้ว่าผู้ตาย ตายเพราะบาดแผลที่ถูกทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียวฎีกาศาลฎีกาย่อมจะไม่วินิจฉัยไปถึงว่าจำเลยอาจจะมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7-8/97)
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกัน. จำเลยใช้มีดขนาดเล็กแทงเพียงครั้งเดียวแม้จะมีโอกาสทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำบาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรงจึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7-8/97)
จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกัน. จำเลยใช้มีดขนาดเล็กแทงเพียงครั้งเดียวแม้จะมีโอกาสทำร้ายซ้ำอีกก็มิได้ทำบาดแผลที่ถูกทำร้ายไม่ถึงขนาดร้ายแรงจึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า จำเลยพยายามจะฆ่าผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1771/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจากการป้องกันและยั่วโทสะที่ไม่สมเหตุผล ศาลฎีกาพิพากษาแก้โทษจำคุก
จำเลยฉุดหญิงที่เป็นภรรยาจำเลยโดยไม่จดทะเบียนตามกฎหมายให้กลับไปอยู่กินด้วยกัน ลุงของหญิงห้าม จำเลยไม่ฟังจึงตบหน้าจำเลย 1 ที ชก 1 ที จำเลยแทงด้วยตะไบที่ท้อง ตายในวันนั้นเองเป็นความผิดตาม มาตรา 249 และไม่มีเหตุลดโทษฐานยั่วโทสะ
รับว่าแทงเขาเพื่อต่อสู้ว่าป้องกันและยั่วโทสะซึ่งฟังไม่ได้ และเหตุเกิดต่อหน้าคนโดยเปิดเผย ถึงจะรับหรือไม่รับก็เท่ากัน ไม่ควรลดโทษตาม มาตรา 59
รับว่าแทงเขาเพื่อต่อสู้ว่าป้องกันและยั่วโทสะซึ่งฟังไม่ได้ และเหตุเกิดต่อหน้าคนโดยเปิดเผย ถึงจะรับหรือไม่รับก็เท่ากัน ไม่ควรลดโทษตาม มาตรา 59
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องยักยอกทรัพย์ที่เคลือบคลุม ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกเงินของบริษัทหลายครั้งเป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ในระหว่างเวลาประมาณ 3 เดือนขอให้ลงโทษโดยมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ายักยอกเงินรายไหน ประเภทใดทั้งที่โจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านั้นในสำนวนการสอบสวนอยู่ดีแล้วดังนี้ ได้ชื่อว่าฟ้องเคลือบคลุมจะลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุมทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี แม้โจทก์มีข้อมูลรายละเอียด
โจทย์ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกเงินของบริษัทหลายครั้ง เป็นจำนวนเงินจำนวนหนึ่ง ในระหว่างเวลาประมาณ 3 เดือน ขอให้ลงโทษ โดยมิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่ายักยอกเงินรายไหน ประเภทใดทั้งที่โจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านั้นในสำนวนการสอบสวนอยู่ดีแล้ว ดังนี้ ได้ชื่อว่าฟ้องเคลือบคลุม จะลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำแนกความผิดฐานลักทรัพย์ตามเหตุพิเศษและลักษณะการกระทำ
ในเรื่องลักทรัพย์ กฎหมายจำแนกความผิดและกำหนดโทษหนักเบาต่างกันสุดแต่ว่าจะมีเหตุพิเศษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อจำเลยลักทรัพย์ของนายจ้างในเวลาค่ำคืน การกระทำของจำเลยต้องด้วยม.294 ข้อ 5 ซึ่งเป็นเหตุพิเศษประกอบกับตัวทรัพย์ที่ถูกลักและประกอบกับตัวทรัพย์ที่ถูกลักและประกอบด้วย ม.293 ข้อ 1 อันเป็นเหตุพิเศษประกอบอาการแห่งการลักทรัพย์นั้นด้วย จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 294 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1752/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำแนกความผิดฐานลักทรัพย์ตามเหตุพิเศษและโทษที่แตกต่างกัน
ในเรื่องลักทรัพย์ กฎหมายจำแนกความผิดและกำหนดโทษหนักเบาต่างกันสุดแต่ว่าจะมีเหตุพิเศษตามที่กฎหมายกำหนดไว้
เมื่อจำเลยลักทรัพย์ของนายจ้างในเวลาค่ำคืน การกระทำของจำเลยต้องด้วยมาตรา 294 ข้อ 5 ซึ่งเป็นเหตุพิเศษประกอบกับตัวทรัพย์ที่ถูกลักและประกอบด้วย มาตรา 293 ข้อ 1 อันเป็นเหตุพิเศษประกอบอาการแห่งการลักทรัพย์นั้นด้วย จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 294 วรรคท้าย
เมื่อจำเลยลักทรัพย์ของนายจ้างในเวลาค่ำคืน การกระทำของจำเลยต้องด้วยมาตรา 294 ข้อ 5 ซึ่งเป็นเหตุพิเศษประกอบกับตัวทรัพย์ที่ถูกลักและประกอบด้วย มาตรา 293 ข้อ 1 อันเป็นเหตุพิเศษประกอบอาการแห่งการลักทรัพย์นั้นด้วย จำเลยจึงมีความผิดตามมาตรา 294 วรรคท้าย