Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 63

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1873/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สัญญากู้เป็นพยานหลักฐานหลังปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน แม้จะมิได้ปิดอากรแสตมป์มาแต่เดิม
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บังคับแต่เพียงจะใช้ตราสารเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์และขีดฆ่าแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดว่าตราสารที่มิได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์มาแต่เดิมก็ดี ถ้าได้มีการปิดอากรแสตมป์ขึ้นแล้วในภายหลัง ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ทันที มิได้มีอะไรสูญเสียไป
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามเอกสารสัญญากู้ แต่ปรากฏว่า สัญญากู้ปิดอากรแสตมป์ยังไม่ครบถ้วน เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วสืบพยานจำเลยได้ 1 ปาก โจทก์ยื่นคำร้องขอปิดอากรแสตมป์ให้ครบ จำเลยคัดค้านเมื่อสืบพยานจำเลยเสร็จแล้ว ศาลยอมให้โจทก์นำสัญญากู้ไปปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ ดังนี้ ศาลย่อมรับฟังสัญญากู้เป็นพยานหลักฐานได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1873/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สัญญากู้เป็นหลักฐาน แม้ปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนแต่ภายหลังได้ดำเนินการให้ถูกต้อง
ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118 บังคับแต่เพียงจะใช้ตราสารเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะได้ปิดอากรแสดมป์บริบูรณ์และขีดฆ่าแล้วเท่านั้น ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดว่าตราสารที่มิได้อากรแสตมป์บริบูรณ์มาแต่เดิมก็ดีถ้าได้มีการปิดอากรแสตมป์ขึ้นแล้วในภาย หลัง ก็ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ทันที มิได้มีอะไรสูญเสียไป
โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยตามเอกสารสัญญากู้แต่ปรากฎว่า สัญญากู้ปิดอากรแสตมป์ยังไมครบถ้วนเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วสืบพยานจำเลยได้ 1 ปากโจทก์ยื่นคำร้องขอปิดอากรแสตมป์ให้ครบ จำเลยคัดค้านเมื่อสืบพยานจำเลยเสร็จแล้ว ศาลยอมให้โจทก์นำสัญญากู้ไปปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ ดังนี้ศาลย่อมรับฟังสัญญากู้เป็นพยานหลักฐานได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตามข้อเท็จจริง
คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินรายพิพาททั้งแปลงเป็นของจำเลยแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้แบ่งปันแก่โจทก์กึ่ง หนึ่งดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีทุนทรัพย์น้อยกว่า 2,000 บาท ศาลอุทธรณ์แก้ไขคำพิพากษาเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตามข้อเท็จจริง
คดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2,000 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่ดินรายพิพาททั้งแปลงเป็นของจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้แบ่งปันแก่โจทก์กึ่งหนึ่ง ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลแขวง: ความผิดหลายบท ใช้บทหนัก แม้บทเบาอยู่ในอำนาจ
ในกรณีที่ฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทด้วยกันนั้น หากพิจารณาได้ข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลก็ต้องใช้อาญาที่เป็นบทหนักลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 70 ฉะนั้นเมื่อความผิดตามบทกฎหมายที่หนักนั้น เกินอำนาจศาลแขวงแม้ความผิดบทเบา จะอยู่ในอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็ต้องพิพากษายกฟ้องเสีย เพราะต้องถือว่าเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1869/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดบทลงโทษในความผิดหลายบท ศาลต้องใช้บทที่มีโทษหนักที่สุด แม้ความผิดอื่นจะอยู่ในอำนาจศาลแขวง
ในกรณีที่ฟ้องอ้างว่าจำเลยกระทำความผิดซึ่งเป็นการละเมิด ก.ม. หลายบทด้วยกันนั้น หากพิจารณาได้ข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์แล้ว ศาลก็ต้องใช้อาญาที่เป็นบทนักลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 70 ฉะนั้นเมื่อความผิดตามบท ก.ม. ที่หนักนั้นเกินอำนาจศาลแขวงแม้ความผิดบทเบา จะอยู่ในอำนาจศาลแขวง ศาลแขวงก็ต้องพิพากษายกฟ้องเสีย เพราะต้องถือว่าเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ แม้ถูกทำร้ายก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ผู้ตายใช้มีดฟันจำเลย ๆ จึงเอาไม้ตีป้องกันตัวแต่เมื่อผู้ตายล้มลงแล้ว จำเลยยังตีและฟันผู้ตายซ้ำอีก ดังนี้ถือว่าเป็นการเกินสมควรแก่เหตุไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ: การทำร้ายต่อเนื่องหลังผู้ถูกทำร้ายหมดสภาพต่อสู้
ผู้ตายใช้มีดฟันจำเลย จำเลยจึงเอาไม้ตี ป้องกันตัว แต่เมื่อผู้ตายล้มลงแล้ว จำเลยยังตีและฟันผู้ตายซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าเป็นการเกินสมควรแก่เหตุไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการริบเครื่องมือการพนันตาม พ.ร.บ.การพนัน 2478 เป็นดุลพินิจ ไม่ใช่หน้าที่ต้องทำ
พ.ร.บ.การพนัน 2478 มาตรา 10 วรรคสอง นั้นเป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจจะริบเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นหรือไม่ริบก็ได้ หาใช่เป็นบทบังคับให้ต้องริบเสมอไปไม่ (อ้างฎีกาที่ 178/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1857/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการริบเครื่องมือการพนัน: ศาลมีดุลยพินิจ ไม่บังคับริบเสมอไป
พ.ร.บ.การพนัน 2478 มาตรา 10 วรรค 2 นั้นเป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลใช้ดุลยพินิจจะริบเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นหรือไม่ริบก็ได้ หาใช่เป็นบทบังคับให้ต้องริบเสมอไปไม่
(อ้างฎีกาที่ 178/2493)
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭