Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2523 — หน้า 64

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2523" (1414 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย: พยานหลักฐานสนับสนุนคำวินิจฉัยของศาล
เฮโรอีนของกลางมีถึง 21 กรัมเศษ แบ่งใส่หลอดถึง 25 หลอดแยกไว้เป็น 5 ห่อ ห่อละ 5 หลอด เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย ไม่ปรากฏว่าจำเลยเสพเฮโรอีนเหล่านั้นเองจำเลยจึงมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2555/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยต่อบุคคลภายนอก: สิทธิในการโต้แย้งหนี้และหลักเกณฑ์การพิจารณา
โจทก์อายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยอันมีต่อผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ผู้ร้องปฏิเสธหรือโต้แย้งหนี้ที่เรียกร้องได้หากศาลไต่สวนแล้วเป็นที่พอใจว่าหนี้ที่เรียกร้องมีอยู่จริงก็มีคำสั่งให้บุคคลภายนอกปฏิบัติตามคำสั่งอายัดฎีกาในปัญหาที่ว่าจะอายัดได้หรือไม่ เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2553/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับคดีรื้อถอนบ้าน - แม้เลขที่บ้านในคำพิพากษาไม่ตรงกับบ้านที่ถูกรื้อถอน แต่หากบ้านที่ถูกรื้อถอนเป็นบ้านที่โจทก์รับรองในแผนที่พิพาท ก็เป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษา
ศาลพิพากษาตามฟ้องแย้งของจำเลยให้ขับไล่โจทก์และบริวารให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4 ออกจากที่พิพาทแต่ปรากฏว่าบ้านพิพาทนั้น ความจริงเป็นเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 โจทก์จึงอ้างว่าบ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4 ตามคำพิพากษาไม่ใช่ของโจทก์ ไม่สามารถรื้อถอนได้แต่ตามแผนที่พิพาทที่โจทก์จำเลยรับรองกันว่าถูกต้องแล้วนั้น คงมีบ้านพิพาทของโจทก์ปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทจริงทั้งนี้โดยโจทก์รับรองตามที่ได้นำชี้ไว้เมื่อเจ้าพนักงานศาลไปทำแผนที่พิพาทดังนั้น แม้คำพิพากษาจะระบุให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 4 ผลก็คือให้รื้อถอนบ้านพิพาทของโจทก์ดังที่โจทก์นำชี้ว่าปลูกอยู่ในที่ดินพิพาทและได้รับรองไว้ในแผนที่พิพาทนั่นเองเหตุดังกล่าวที่จำเลยขอให้บังคับโจทก์รื้อถอนบ้านพิพาทโดยระบุเลขที่ 13 หมู่ที่ 7 ซึ่งเป็นเลขที่และหมู่ที่อันแท้จริงของบ้านพิพาทนั้นจึงหาเป็นการขอให้บังคับนอกเหนือจากคำพิพากษาไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2549/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบพยานข้ามฝ่าย - การไม่คัดค้านพยานคู่ความในชั้นสืบพยานทำให้ไม่อาจยกขึ้นเป็นเหตุโต้แย้งภายหลังได้
จำเลยตอบคำถามค้านว่า เคยขายไม้ซุงให้ผู้อื่น ในช่วงที่ทำสัญญาขายไม้ให้โจทก์ พยานไม่เคยขายไม้ให้ใครคำเบิกความดังกล่าวพอถือได้ว่าโจทก์ได้ถามค้านพยานจำเลยในเรื่องจำเลยกู้เงินโจทก์ไปทำไม้เสาเข็มส่งผู้สร้างหมู่บ้านจัดสรร ไม่เกี่ยวกับเงินวางมัดจำตามสัญญาซื้อไม้
ตอนที่โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบพยานภายหลังนำพยานเข้าสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดค้านการนำสืบพยานของโจทก์เสียในขณะที่พยานเบิกความตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา89 วรรค 2จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีอาญาของตัวแทน แม้ผู้รับมอบอำนาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ คำฟ้องยังสมบูรณ์
โจทก์มอบอำนาจให้ พ. ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความฟ้องและดำเนินคดีอาญาแทน การที่ พ. ลงชื่อเป็นผู้เรียงคำฟ้องมิใช่เรื่องว่าความอย่างทนายความฐานะในคดีระหว่างโจทก์กับ พ. มีนิติสัมพันธ์ต่อกันฉันตัวการตัวแทน เมื่อตัวการยื่นฟ้องคดีอาญา ตัวการเรียงหรือแต่งคำฟ้องไปยื่นต่อศาลได้ ตัวแทนก็ย่อมมีสิทธิกระทำได้เช่นเดียวกัน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีอาญาโดยผู้รับมอบอำนาจที่ไม่ใช่ทนายความ: คำฟ้องสมบูรณ์ตามกฎหมาย
โจทก์มอบอำนาจให้ พ.ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความฟ้องและดำเนินคดีอาญาแทน การที่ พ.ลงชื่อเป็นผู้เรียงคำฟ้อง มิใช่เรื่องว่าความอย่างทนายความฐานะในคดีระหว่างโจทก์กับ พ.มีนิติสัมพันธ์ต่อกันฉันตัวการตัวแทน เมื่อตัวการยื่นฟ้องคดีอาญา ตัวการเรียงหรือแต่งคำฟ้องไปยื่นต่อศาลได้ ตัวแทนก็ย่อมมีสิทธิกระทำได้เช่นเดียวกันคำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายข้าวเปลือกจากบุคคลทั่วไปที่โรงสี ไม่ถือเป็นการซื้อในท้องตลาด
แม้โรงสีเป็นสถานที่แหล่งรับซื้อข้าวเปลือกแต่การที่จำเลยซื้อข้าวเปลือกของโจทก์ที่ ส. ลักเอามาขายให้โรงสีของจำเลยนั้น มิใช่การซื้อจากร้านค้าใดร้านค้าหนึ่งที่อยู่ในชุมนุมการค้า จึงไม่เป็นการซื้อทรัพย์ในท้องตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อข้าวเปลือกที่ได้มาจากการลักทรัพย์: ไม่ใช่การซื้อขายในท้องตลาด
แม้โรงสีเป็นสถานที่แหล่งรับซื้อข้าวเปลือกแต่การที่จำเลยซื้อข้าวเปลือกของโจทก์ที่ ส. ลักเอามาขายให้ที่โรงสีของจำเลยนั้น มิใช่การซื้อจากร้านค้าใดร้านค้าหนึ่งที่อยู่ในชุมนุมการค้า จึงไม่เป็นการซื้อทรัพย์ในท้องตลาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินสาธารณะ: แม้ที่ดินเป็นสาธารณะ แต่เมื่อสิ่งปลูกสร้างตกเป็นของโจทก์แล้ว โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองและให้เช่าได้
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ปลูกสร้างสะพานและอาคารบนสะพานโดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดให้สิ่งปลูกสร้างนั้นตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดสัญญาเช่าเดิมจำเลยได้โอนสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้วและเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นต่อมา แม้ภายหลังปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยเช่านั้นเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และนายอำเภอผู้ปกครองดูแลที่สาธารณะฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินแต่ก็มิได้อ้างสิทธิในสิ่งปลูกสร้างด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวหาตกเป็นของรัฐไม่ โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง จำเลยเช่าสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยชำระค่าเช่าให้โจทก์ และครบกำหนดสัญญาเช่าโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินสาธารณะ: สิทธิของเจ้าของสิ่งปลูกสร้างเมื่อที่ดินเป็นสาธารณะ
จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินจากโจทก์ปลูกสร้างสะพานและอาคารบนสะพาน โดยมีข้อตกลงในสัญญาว่าเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดให้สิ่งปลูกสร้างนั้นตกเป็นของโจทก์ ครบกำหนดสัญญาเช่าเดิมจำเลยได้โอนสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์แล้วและเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นต่อมา แม้ภายหลังปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์ให้จำเลยเช่านั้นเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และนายอำเภอผู้ปกครองดูแลที่สาธารณะฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินแต่ก็มิได้อ้างสิทธิในสิ่งปลูกสร้างด้วยซึ่งปลูกสร้างดังกล่าว หากตกเป็นของรัฐไม่ โจทก์ยังมีสิทธิครอบครองเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง จำเลยเช่าสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่าโดยชำระค่าเช่าให้โจทก์ และครบกำหนดสัญญาเช่าโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าได้
of 142 ⏮ ◀ ▶ ⏭