ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาหลักฐานใหม่หลังมีคำพิพากษา ศาลมีอำนาจจำกัดเพื่อป้องกันการพิจารณาไม่มีที่สิ้นสุด
โจทก์ฟ้องเรียกคืนเรือยนต์หรือให้ใช้ราคาเรือยนต์ที่ไปจ้างจำเลยซ่อม แล้วเครื่องยนต์หายไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเรือ ระหว่างอุทธรณ์จำเลยอ้างว่า ตำรวจจับคนร้ายและเครื่องยนต์ได้ โจทก์ได้ปราณีประนอมกับคนร้าย รับเครื่องยนต์คืนไปแล้ว ขอให้ศาลอุทธรณ์เรียกหลักฐานมาพิจารณา ดังนี้ ถือว่าเป็นเรื่องศาลพิพากษาแล้ว ศาลไม่อนุญาต หากเป็นจริงก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะว่ากล่าวต่อไป.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2080/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกร้องค่าเสียหายจากการซ่อมเรือยนต์และการคืนเครื่องยนต์ที่หายไป ศาลไม่อนุญาตให้สืบพยานเพิ่มเติมหลังมีคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกคืนเรือยนต์หรือให้ใช้ราคาเรือยนต์ที่ไปจ้างจำเลยซ่อม แล้วเครื่องยนต์หายไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเรือ ระหว่างอุทธรณ์จำเลยอ้างว่า ตำรวจจับคนร้ายและเครื่องยนต์ได้ โจทก์ได้ประนีประนอมกับคนร้าย รับเครื่องยนต์คืนไปแล้ว ขอให้ศาลอุทธรณ์เรียกหลักฐานมาพิจารณา ดังนี้ ถือว่าเป็นเรื่องศาลพิพากษาแล้ว ศาลไม่อนุญาต หากเป็นจริงก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะว่ากล่าวต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในความผิดประมาทต้องมีเจตนาใช้ทำผิด
สิ่งของที่จะริบได้ตามมาตรา 27(1) นั้น จะต้องเป็นของที่เจตนาใช้กระทำผิดหรือมีไว้โดยเจตนาใช้ทำผิด ฉะนั้นจะมีการริบทรัพย์ในความผิดฐานประมาทไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2073/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางต้องมีเจตนาใช้กระทำผิด คดีประมาทไม่เข้าข่ายริบ
สิ่งของที่จะริบได้ตามมาตรา 27(1) นั้น จะต้องเป็นของที่เจตนาใช้กระทำผิดหรือมีไว้โดยเจตนาใช้ทำผิด ฉะนั้นจะมีการริบทรัพย์ในความผิดฐานประมาทไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2072/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญาข้ามจังหวัด: อัยการต้องดำเนินคดีในฐานะอัยการจังหวัดที่รับผิดชอบ
พนักงานอัยการจังหวัดหนึ่งไปดำเนินคดีที่อีกจังหวัดหนึ่งได้โดยคำสั่งอธิบดีกรมอัยการ แต่ต้องไปกระทำในฐานะเสมือนเป็นพนักงานอัยการจังหวัดที่สั่งให้ไปดำเนินคดี
พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับคำสั่งอธิบดีกรมอัยการให้ไปดำเนินคดีที่จังหวัดกระบี่ ได้ระบุในฎีกาว่าเป็นฎีกาของพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่เป็นโจทก์ ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับฎีกา
พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับคำสั่งอธิบดีกรมอัยการให้ไปดำเนินคดีที่จังหวัดกระบี่ ได้ระบุในฎีกาว่าเป็นฎีกาของพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่เป็นโจทก์ ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับฎีกา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2072/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญา: อัยยการจังหวัดอื่นดำเนินคดีแทน ต้องระบุฐานะเป็นอัยยการจังหวัดที่รับผิดชอบคดี
พนักงานอัยยการจังหวัดหนึ่งไปดำเนินคดีที่อีกจังหวัดหนึ่งได้โดยคำสั่งอธิบดีกรมอัยยการ แต่ต้องไปกระทำในฐานะเสมือนเป็นพนักงานอัยยการจังหวัดที่สั่งให้ไปดำเนินคดี
พนักงานอัยยการจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับคำสั่งอธิบดีกรมอัยยการให้ไปดำเนินคดีที่จังหวัดกระบี่ ได้ระบุในฎีกาว่าเป็นฎีกาของพนักงานอัยยการจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีที่พนักงานอัยยการจังหวัดกระบี่เป็นโจทก์ ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับฎีกา.
พนักงานอัยยการจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งได้รับคำสั่งอธิบดีกรมอัยยการให้ไปดำเนินคดีที่จังหวัดกระบี่ ได้ระบุในฎีกาว่าเป็นฎีกาของพนักงานอัยยการจังหวัดกาญจนบุรี ในคดีที่พนักงานอัยยการจังหวัดกระบี่เป็นโจทก์ ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับฎีกา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุทำให้เกิดการเสียชีวิต
ผู้ตายกับจำเลย ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่ถึง 16 ปี ได้โต้เถียงกันเรื่องโคของจำเลยเข้าไปกินถั่วในไร่ของบิดาผู้ตาย ผู้ตายจะจับจำเลยส่งผู้ใหญ่บ้าน จำเลยหนี ผู้ตายไล่ทันได้จิกผมจำเลยดึงจนหน้าหงาย จำเลยใช้มีดแทงไปทางหลัง 1 ทีถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าจำเลยทำการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ เป็นผิดตามมาตรา 251, 53.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2071/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุจากการทำร้ายร่างกาย ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ผู้ตายกับจำเลย ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่ถึง 16 ปี ได้โต้เถียงกันเรื่องโคของจำเลยเข้าไปกินถั่วในไร่ของบิดาผู้ตาย ผู้ตายจะจับจำเลยส่งผู้ใหญ่บ้านจำเลยหนี ผู้ตายไล่ทันได้จิกผมจำเลยดึงจนหน้าหงาย จำเลยใช้มีดแทงไปทางหลัง 1 ทีถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ ถือว่าจำเลยทำการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ เป็นผิดตามมาตรา 251,53
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบหนี้ที่เคยให้การยอมรับแล้ว แต่ภายหลังอ้างว่าไม่ถูกต้อง ศาลไม่ห้ามโจทก์นำสืบ
โจทก์ให้การไว้ในคดีเรื่องหนึ่งว่า เงินจำนวนหนึ่งได้หักหนี้กันแล้ว และคดีนั้นได้ทำยอมกัน โดยศาลมิได้วินิจฉัยถึงหนี้รายนี้ แล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเรียกหนี้รายนี้คืนและแถลงว่าการหักหนี้นั้นไม่ถูกต้อง ดังนี้ถือว่าไม่ต้องห้ามในการที่โจทก์จะนำสืบตามข้ออ้าง ศาลจะงดไม่ให้โจทก์สืบไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบหนี้ที่เคยให้การยอมรับในคดีก่อนหน้า: ศาลไม่ห้ามโจทก์อ้างเหตุผลใหม่ หากคดีก่อนไม่มีวินิจฉัย
โจทก์ให้การไว้ในคดีเรื่องหนึ่งว่า เงินจำนวนหนึ่งได้หักหนี้กันแล้วและคดีนั้นได้ทำยอมกัน โดยศาลมิได้วินิจฉัยถึงหนี้รายนี้ แล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเรียกหนี้รายนี้คืนและแถลงว่าการหักหนี้นั้นไม่ถูกต้อง ดังนี้ถือว่าไม่ต้องห้ามในการที่โจทก์จะนำสืบตามข้ออ้าง ศาลจะงดไม่ให้โจทก์สืบไม่ได้