Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 65

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยอ้างการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1382 และ พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน
พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 มาตรา 14 และกฎกระทรวงมหาดไทยซึ่งออกตาม พ.ร.บ.นี้ข้อ 1 ว่าผู้ขอจดทะเบียนการได้มา ซึ่งกรรมสิทธิที่ดินที่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิแล้วตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1382 ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานที่ดินพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลแสดงว่าตนมีกรรมสิทธิในที่ดินนั้น ฉะนั้นการที่ผู้ครอบครองที่ดินจนได้กรรมสิทธิตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1382 แล้ว แม้ที่ดินนั้นจะมีชื่อผู้อื่นในโฉนด ผู้ครอบครองก็ย่อมจะยื่นคำร้องต่อศาลอย่างคดีไม่มีข้อพิพาทขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในที่ดินแปลงนั้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องผู้มีชื่อในโฉนดนั้นมาเป็นจำเลยอย่างคดีมีข้อพิพาท แต่ถ้าผู้มีชื่อในโฉนดร้องคัดค้านเข้ามาศาลก็ย่อมสั่งว่าคดีกลายเป็นมีข้อพิพาทให้เสียกค่าธรรมเนียมและดำเนินคดีอย่างคดีมีข้อพิพาทตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ฯ มาตรา 188 ข้อ 4

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย จำเลยอ้างป้องกันตัวไม่ได้
ลูกจ้างกับนายจ้างวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ลูกจ้างตบตีนายจ้างลงไปนอนและขึ้นนั่งคร่อมทับไว้ บุตรชายและบุตรสาวของนายจ้างเข้าช่วยมารดา ลูกจ้างจึงได้หันเข้าทำร้ายบุตรสาวนายจ้างบาดเจ็บและชักเงี่ยงปลากะเบนที่ตนพกไว้ออกแทงบุตรชายนายจ้าง 1 ทีถึงแก่ความตาย แม้ก่อนแทง บุตรชายนายจ้างจะได้บีบคอลูกจ้างจนติดกำแพงลูกจ้างจึงได้ชักเงี่ยงปลาที่พกไว้ออกมาแทงก็ดี ก็เป็นเรื่องการกระทำต่อสู้กันในการวิวาท ลูกจ้างจะอ้างว่ากระทำไปโดยจำเป็นเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวิวาททำร้ายร่างกายและการป้องกันตัวที่ไม่สมเหตุสมผล การใช้เงี่ยงปลากะเบนแทงจนถึงแก่ความตาย
ลูกจ้างกับนายจ้างวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันลูกจ้างตบตีนายจ้างลงไปนอนและขึ้นนั่งคร่อมทับไว้ บุตรชายและบุตรสาวของนายจ้างเข้าช่วยมารดา ลูกจ้างจึงได้หันเข้าทำร้ายบุตรสาวนายจ้างบาดเจ็บและชักเงี่ยงปลากะเบนที่ตนพกไว้ออกแทงบุตรชายนายจ้าง 1 ทีถึงแก่ความตายแม้ก่อนแทง บุตรชายนายจ้างจะได้บีบคอลูกจ้างจนติดกำแพงลูกจ้างจึงได้ชักเงี่ยงปลาที่พกไว้ออกมาแทงก็ดี ก็เป็นเรื่องการกระทำต่อสู้กันในการวิวาทลูกจ้างจะอ้างว่ากระทำไปโดยจำเป็นเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบเงินหมั้นและการยักยอก - สิทธิทางแพ่งและขอบเขตการฟ้องร้องอาญา
บิดาฝ่ายชายหมั้นหญิงและได้มอบเงินเป็นของหมั้นไว้กับบิดามารดาหญิงแล้ว ต่อมาบิดามารดาหญิงปฏิเสธว่าไม่ได้รับของหมั้นไว้ดังนี้ เงินหมั้นนั้นมิใช่ของที่มอบหมายให้ดูแลรักษาฯลฯตามความในมาตรา 314 รูปคดีเป็นมูลกรณีทางแพ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดสัญญาหมั้น บิดาชายจะฟ้องหาว่าบิดามารดาหญิงยักยอกของหมั้นในทางอาญาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เงินหมั้นไม่ใช่ของที่มอบหมายดูแลรักษา คดีเป็นเรื่องผิดสัญญาหมั้นฟ้องร้องได้ในทางแพ่ง
บิดาฝ่ายชายหมั้นหญิงและได้มอบเงินเป็นของหมั้นไว้กับบิดามารดาหญิงแล้ว ต่อมาบิดามารดาหญิงปฏิเสธว่าไม่ได้รับของหมั้นไว้ดังนี้ เงินหมั้นนั้นมิใช่ของที่มอบหมายให้ดูแลรักษา ฯลฯ ตามความในมาตรา 314 รูปคดีเป็นมูลกรณีทางแพ่งเกี่ยวกับเรื่องผิดสัญญาหมั้น บิดาชายจะฟ้องหาว่าบิดามารดาหญิงยักยอกของหมั้นในทางอาญาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคำนวณค่าปรับจากฝิ่นดิบ อ้างอิงราคาฝิ่นสุกของรัฐ
"ฝิ่น" ตาม พระราชบัญญัติฝิ่นพ.ศ.2472 มาตรา 3 หมายความทั้งฝิ่นดิบและฝิ่นสุก ฉะนั้นแม้จำเลยจะมีฝิ่นดิบไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ศาลก็ย่อมใช้ราคาฝิ่นสุกของรัฐบาลที่ขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุมาเป็นเกณฑ์คำนวณปรับจำเลย 5 เท่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคำนวณค่าปรับจากฝิ่นดิบ โดยใช้ราคาฝิ่นสุกตามกฎหมาย
" ฝิ่น " ตาม พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 มาตรา 3 หมายความทั้งฝิ่นดิบและฝิ่นสุก ฉะนั้นแม้จำเลยจะมีฝิ่นดิบไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ศาลก็ย่อมใช้ราคาฝิ่นสุกของรัฐบาลที่ขายในท้องที่และเวลาเกิดเหตุมาเป็นเกณฑ์คำนวณปรับจำเลย 5 เท่าได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขาดนัดยื่นคำให้การและผลกระทบจากประกาศที่ขัดแย้งกับหมายเรียก ศาลพิจารณาความสุจริตของผู้ถูกฟ้อง
โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ส่งหมายเรียกสำเนาฟ้องให้จำเลยไม่ได้ ศาลจึงประกาศเรียกจำเลยทางหนังสือพิมพ์ในประกาศมีกำหนดไว้ว่าให้จำเลยยื่นคำให้การในวันที่ 9 พฤษภาคม 2492 แต่จำเลยกลับมาขอรับสำเนาฟ้อง และหมายเรียกไปจากศาลเองในวันที่ 23 เมษายน 2492 แล้วเพิ่งมายื่นคำให้การเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2492 ดังนี้แม้จะเกินกำหนด 8 วัน แต่เมื่อจำเลยยืนยันว่าเข้าใจโดยสุจริตว่ายื่นคำให้การได้ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2492 ตามกำหนดในประกาศแลศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยอาจเข้าใจดังนั้นได้จริง ศาลก็มีอำนาจสั่งว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขาดนัดยื่นคำให้การ: การพิจารณาความสุจริตของผู้ถูกฟ้องและอำนาจศาล
โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ส่งหมายเรียกสำเนาฟ้องให้จำเลยไม่ได้ศาลจึงประกาศเรียกจำเลยทางหนังสือพิมพ์ในประกาศมีกำหนดไว้ว่าให้จำเลยยื่นคำให้การในวันที่ 9 พฤษภาคม 2492 แต่จำเลยกลับมาขอรับสำเนาฟ้อง และหมายเรียกไปจากศาลเองในวันที่ 23 เมษายน 2492 แล้วเพิ่งมายื่นคำให้การเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2492 ดังนี้แม้จะเกินกำหนด 8 วัน แต่เมื่อจำเลยยืนยันว่าเข้าใจโดยสุจริตว่ายื่นคำให้การได้ถึง วันที่ 9 พฤษภาคม 2492 ตามกำหนดในประกาศและศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยอาจเข้าใจดังนั้นได้จริง ศาลก็มีอำนาจสั่งว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานอนาจารต่อหน้าธารกำนัล: การกระทำต่อหน้าบุคคลอื่นถือเป็นความผิดต่อหน้าธารกำนัล แม้เป็นเวลากลางคืน
กอดปล้ำทำอนาจารหญิงสาวบนถนนริมฝั่งคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะและทางหลวงในเวลากลางคืน ในขณะที่มีเด็กชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้า เมื่อเด็กชายคนนั้นเห็นเข้าก็วิ่งหนีไปเสีย และยังมีชายอีก 2 คนซึ่งเดินอยู่บนถนนชายคลองอีกฟากหนึ่งพบเห็นเข้า ดังนี้ ย่อมถือว่าเป็นความผิดที่ได้กระทำต่อหน้าธารรกำนัล
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭