ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อแตกต่างข้อเท็จจริงในฟ้องและพิจารณา ทำให้ลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อคืนระหว่างวันที่ 11,12 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดในคืนวันที่ 10 ถือว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริงที่บรรยายมาในฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อเท็จจริงต่างจากฟ้อง ลงโทษไม่ได้ตามกฎหมาย
ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อคืนระหว่างวันที่ 11,12 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดในคืนวันที่ 10 ถือว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับข้อเท็จจริง ที่บรรยายมาในฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้ตาม ป.วิ.อาญามาตรา 192(2).
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความสัญญา: เจตนาที่แท้จริง vs. ถ้อยคำตามตัวอักษร และขอบเขตการสืบพยาน
ป.ม.แพ่งฯ มาตรา132 ที่ว่าในการตีความแสดงเจตนานั้นให้เพ่งเล็งถึง เจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรนั้น หมายความว่า ถ้าข้อความในเอกสารมีทางแปลไปได้แล้ว ก็พึงแปลให้เข้ากับเจตนาในที่นี้ ก็คือเจตนาอันเห็นได้จากหนังสือนั้นเอง มิได้หมายความว่าคู่สัญญาจะทำสัญญาไว้อย่างไรก็ช่าง แต่ย่อมสืบเจตนาได้เสมอการสืบเจตนานอกไปจากที่จะคำนวณได้จากตัวหนังสือนี้ มีห้ามไว้ในประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความสัญญา: เพ่งเล็งเจตนาอันแท้จริงเหนือถ้อยคำตามตัวอักษร และขอบเขตการสืบพยาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 132 ที่ว่าในการตีความแสดงเจตนานั้นท่านให้เพ่งเล็งถึง เจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนตามตัวอักษรนั้น หมายความว่า ถ้าข้อความในเอกสารมีทางแปลไปได้แล้วก็พึงแปลให้เข้ากับเจตนาอันแท้จริงของคู่สัญญา และเจตนาในที่นี้ ก็คือเจตนาอันเห็นได้จากหนังสือนั้นเอง มิได้หมายความว่าคู่สัญญาจะทำสัญญาไว้อย่างไรก็ช่าง แต่ย่อมสืบเจตนาได้เสมอการสืบเจตนานอกไปจากที่จะคำนวณได้จากตัวหนังสือนี้ มีห้ามไว้ในประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องระบุปัญหาข้อกฎหมายให้ชัดเจน การโต้แย้งข้อเท็จจริงศาลล่างถือเป็นฎีกาที่ต้องห้าม
ฎีกาในปัญหาข้อกฏหมายนั้นจะต้องอธิบายในคำฟ้องฎีกาให้ชัดแจ้งว่า ข้อที่อ้างเป็นปัญหาข้อกฏหมายนั้นคืออะไรเป็นปัญหาข้อกฏหมายว่าอย่างไร
ข้อฎีกาที่ว่าข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมานั้น ไม่ควรถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายห้องจากโจทก์นั้น ถือว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง.
ข้อฎีกาที่ว่าข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมานั้น ไม่ควรถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายห้องจากโจทก์นั้น ถือว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องชัดเจนแจ้งประเด็นกฎหมาย หากเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง ศาลจะยกฎีกา
ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นจะต้องอธิบายในคำฟ้องฎีกาให้แจ้งชัดว่า ข้อที่อ้างเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นคืออะไรเป็นปัญหากฎหมายว่าอย่างไร
ข้อฎีกาที่ว่าข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมานั้น ไม่ควรถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายห้องจากโจทก์นั้น ถือว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง
ข้อฎีกาที่ว่าข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังมานั้น ไม่ควรถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายห้องจากโจทก์นั้น ถือว่าเป็นฎีกาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิรับมฤดก: การเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหลังเจ้ามฤดกเสียชีวิตไม่มีผลต่อการรับมรดก
เจ้ามฤดกตาย มฤดกย่อมตกทอดทายาททันที บุคลธรรมดาที่จะเป็นทายาทและมีสิทธิรับมฤดกของ+ได้ นอกจากจะต้องมีสภาพ+สามารถมีสิทธิตาม ม.1604 +ยังต้องมีสิทธิที่จะรับมฤดกในขณะที่เจ้ามฤดกตายด้วย
ในกรณีที่มีคำพิพากษาว่าเป็นความชอบด้วยก.ม.นั้นมีผลนับตั้งแต่+พิพากษาถึงที่สุด ถ้าในขณะที่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น เป็นเวลาภายหลังเจ้ามฤดกตายแล้ว และไมามีมฤดก+ไม่มีทางจะให้เด็กคนน้นได้รับมฤดกได้
โจท์ฟ้องขอแบ่งมฤดกของบิดา+ข้อที่ศาลพิพากษา ว่าเป็น+นั้น ไม่มีประเด็นที่จะต้อง+ว่า เมื่อก่อนตาย บิดา+โจทก์ว่าเป็นบุตร อันจะทำมีสิทธิรับมฤดกตามป.พ.พ.ม.+หรือไม่ คงจะมีประเด็นข้อเถียง+ขอ งศาลที่แสดงไว้นั้น จะมีผลต่อโจทก์ในทางรับมฤดกอย่างไรหรือไม่
ในกรณีที่มีคำพิพากษาว่าเป็นความชอบด้วยก.ม.นั้นมีผลนับตั้งแต่+พิพากษาถึงที่สุด ถ้าในขณะที่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น เป็นเวลาภายหลังเจ้ามฤดกตายแล้ว และไมามีมฤดก+ไม่มีทางจะให้เด็กคนน้นได้รับมฤดกได้
โจท์ฟ้องขอแบ่งมฤดกของบิดา+ข้อที่ศาลพิพากษา ว่าเป็น+นั้น ไม่มีประเด็นที่จะต้อง+ว่า เมื่อก่อนตาย บิดา+โจทก์ว่าเป็นบุตร อันจะทำมีสิทธิรับมฤดกตามป.พ.พ.ม.+หรือไม่ คงจะมีประเด็นข้อเถียง+ขอ งศาลที่แสดงไว้นั้น จะมีผลต่อโจทก์ในทางรับมฤดกอย่างไรหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิรับมรดกเกิดขึ้นเมื่อใด: ทายาทต้องมีสิทธิในขณะเจ้ามรดกตาย
เจ้ามรดกตาย มรดกย่อมตกทอดแก่ทายาททันที บุคคลธรรมดาที่จะเป็นทายาทและมีสิทธิรับมรดกของบุคคลใด นอกจากจะต้องมีสภาพหรือสามารถมีสิทธิตาม มาตรา1604 แล้วยังต้องมีสิทธิที่จะรับมรดกในขณะที่เจ้ามรดกตายด้วย บุตรในกรณีที่มีคำพิพากษาว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนั้นมีผลนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าในขณะที่คำพิพากษาถึงที่สุดนั้น เป็นเวลาภายหลังเจ้ามรดกตายแล้ว และไม่มีมรดกจะรับก็ไม่มีทางจะให้เด็กนั้นได้รับมรดกได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของบิดาโดยอ้างข้อที่ศาลพิพากษา ว่าเป็นบุตรเท่านั้น ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าเมื่อก่อนบิดาตาย บิดาได้รับรองโจทก์ว่าเป็นบุตร อันจะทำให้มีสิทธิรับมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 หรือไม่ คงมีประเด็นข้อเถียงว่าคำสั่งของศาลที่แสดงไว้นั้น จะมีผลแก่โจทก์ในทางรับมรดกอย่างไรหรือไม่
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของบิดาโดยอ้างข้อที่ศาลพิพากษา ว่าเป็นบุตรเท่านั้น ไม่มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาว่าเมื่อก่อนบิดาตาย บิดาได้รับรองโจทก์ว่าเป็นบุตร อันจะทำให้มีสิทธิรับมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 หรือไม่ คงมีประเด็นข้อเถียงว่าคำสั่งของศาลที่แสดงไว้นั้น จะมีผลแก่โจทก์ในทางรับมรดกอย่างไรหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เครื่องยนต์ชำรุดแต่ยังซ่อมได้ ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามกฎหมาย
เครื่องยนต์ฉุดระหัดที่มีไว้โดยมิได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศควบคุมของเจ้าพนักงานออกตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ เพียงแต่เป็นเครื่องชำรุดยังซ่อมแซมใช้การได้ แต่ต้องเสียค่าซ่อมแพงนั้น มิใช่เป็นเครื่องยนต์ที่ชำรุดจนถึงแก่จะต้องใช้เป็นเศษเหล็กนั้นนับว่าเข้าอยู่ในความมุ่งหมายของ พระราชบัญญัติและประกาศของเจ้าพนักงานผู้มีไว้โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ จึงมีผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคฯลฯ 2488 มาตรา 17
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองเครื่องยนต์ชำรุดที่ยังใช้งานได้ และความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค
เครื่องยนตร์ฉุดระหัดที่มีไว้โดยมิได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศควบคุมของเจ้าพนักงานออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ เพียงแต่เป็นเครื่องชำรุดซึ่งซ่อมแซมใช้การได้ แต่ต้องเสียค่าซ่อมแพงนั้น มิใช่เป็นเครื่องยนต์ที่ชำรุดจนถึงแก่จะต้องใช้เป็นเศษเหล็กนั้น นับว่าเข้าอยู่ในความมุ่งหมายของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ และประกาศของเจ้าพักงานผู้มีไว้โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯลฯ 2488 มาตรา 17