Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 66

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานอนาจารต่อหน้าธารกำนัล
กอดปล้ำทำอนาจารหญิงสาวบนถนนริมฝั่งคลอง ซึ่งเป็นทางสาธารณะและทางหลวงในเวลากลางคืนในขณะที่มีเด็กชายคนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้า เมื่อเด็กชายคนนั้นเห็นเข้าก็วิ่งหนีไปเสีย และยังมีชายอีก 2 คนซึ่งเดินอยู่บนถนนชายคลองอีกฟากหนึ่งพบเห็นเข้า ดังนี้ ย่อมถือว่าเป็นความผิดที่ได้กระทำต่อหน้าธารกำนัล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งส่วนทรัพย์สินในคดีเรียกร้องทรัพย์สิน: ศาลต้องมีข้อเท็จจริงชัดเจนก่อนแบ่ง
มาตรา 142(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่บัญญัติว่า ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใดใดเป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่า โจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ นั้นถ้าข้อเท็จจริงในคดีนั้นยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้แบ่งส่วนกันออกไปอย่างไรแล้วศาลก็ไม่อาจแบ่งให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแบ่งมรดก: ศาลไม่อาจแบ่งทรัพย์สินหากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนเพียงพอ
มาตรา 142(2) แห่ง ป.ม.วิ.แพ่งที่บัญญัติว่า ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใดใดเป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่า โจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้ นั้น ถ้าข้อเท็จจริงในคดีนั้นยังไม่ชัดเจนพอที่จะให้แบ่งส่วนกันออกไปอย่างไรแล้วศาลก็ไม่อาจแบ่งให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1788/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลสั่งคืนของกลางในคดีอาญาที่ไม่มีคดีแพ่งพ่วง: ศาลไม่รับฎีกาเฉพาะเรื่องของกลาง
อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทางอาญา คือฐานลักทรัพย์ ไม่มีคำขอทางแพ่ง ปนมาด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแต่ให้คืนของกลางแก่ผู้เสียหายโดยอาศัยอำนาจตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 49 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเรื่องของกลาง จำเลยยังเถียงกรรมสิทธิอยู่ ควรให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ส่วนในข้อหาฐานลักทรัพย์คงยกฟ้อง ดังนี้คดีอาญาที่ได้ฟ้อง ได้ถึงที่สุดแล้วโจทก์จำเลยจะฎีกาเฉพาะให้สั่งในเรื่องของกลาง ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1788/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการสั่งคืนของกลางหลังยกฟ้องคดีอาญา และการระงับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิในทางแพ่ง
อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทางอาญา คือฐานลักทรัพย์ไม่มีคำขอทางแพ่ง ปนมาด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแต่ให้คืนของกลางแก่ผู้เสียหายโดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 49 แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเรื่องของกลาง จำเลยยังเถียงกรรมสิทธิอยู่ ควรให้ไปว่ากล่าวกันในทางแพ่ง ส่วนในข้อหาฐานลักทรัพย์คงยกฟ้อง ดังนี้คดีอาญาที่ได้ฟ้อง ได้ถึงที่สุดแล้วโจทก์จำเลยจะฎีกาเฉพาะให้สั่งในเรื่องของกลาง ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของผู้ประกันจำเลย: การนำตัวจำเลยส่งศาล
ผู้ประกันจำเลยในคดีอาญาจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อได้นำตัวจำเลยมาส่งศาลและศาลสั่งให้ถอนประกันหรือปล่อยตัวไปตามข้อ1 แห่งสัญญาประกันเท่านั้น การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีและให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล แล้วผู้ประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ ดังนี้หาทำให้ผู้ประกันพ้นจากความรับผิดไม่ ศาลย่อมมีอำนาจปรับผู้ประกันตามสัญญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1787/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดของผู้ประกันตัวเมื่อจำเลยไม่มาศาล ศาลยังคงมีอำนาจปรับตามสัญญา
ผู้ประกันจำเลยในคดีอาญาจะพ้นความรับผิดต่อเมื่อได้นำตัวจำเลยมาส่งศาลและศาลสั่งให้ถอนประกันหรือปล่อยตัวไปตามข้อ 1 แห่งสัญญาประกันเท่านั้น การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีและให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยต่อศาล แล้วผู้ประกันส่งตัวจำเลยไม่ได้ ดังนี้หาทำให้ผู้ประกันพ้นจากความรับผิดไม่ศาลย่อมมีอำนาจปรับผู้ประกันตามสัญญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงการซ่อมแซมห้องเช่าแล้วไม่ให้เช่าคืน: สิทธิของผู้เช่าเดิม
ผู้เช่าตกลงยินยอมออกจากห้องเช่าโดยเจ้าของห้องจะซ่อมแซมห้องเช่า เมื่อซ่อมเสร็จแล้วจะให้ผู้เช่าเข้าอยู่ใหม่ แต่ครั้นซ่อมเสร็จแล้ว เจ้าของห้องกลับให้ผู้อื่นเช่าห้องนั้นอยู่ ดังนี้ ผู้เช่าคนเดิมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าคนใหม่ให้ออกจากห้องเช่านั้น แต่ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาความกับเจ้าของห้องที่กระทำผิดข้อตกลง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1784/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองสิ้นสุดเมื่อผู้เช่าสละการครอบครอง แม้เจ้าของสัญญาว่าจะให้กลับเข้าอยู่ใหม่ สิทธิเรียกร้องมีต่อเจ้าของทรัพย์สิน
ผู้เช่าตกลงยินยอมออกจากห้องเช่าโดยเจ้าของห้องจะซ่อมแซมห้องเช่า เมื่อซ่อมเสร็จแล้วจะให้ผู้เช่าเข้าอยู่ใหม่ แต่ครั้นซ่อมเสร็จแล้ว เจ้าของห้องกลับให้ผู้อื่นเช่าห้องนั้นอยู่ ดังนี้ ผู้เช่าคนเดิมไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าคนใหม่ให้ออกจากห้องเช่านั้น แต่ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาความกับเจ้าของห้องที่กระทำผิดข้อตกลง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยอมความในคดีอาญา: สิทธิระงับการฟ้องเกิดขึ้นเมื่อยอมความถูกต้องตามกฎหมาย ไม่รอผลสัญญา
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(2) บัญญัติให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปเมื่อได้ยอมความกัน โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว มิใช่ให้ระงับไปต่อเมื่อได้ผลตามสัญญายอมความแล้ว
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭