Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 67

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องหมิ่นประมาท: ข้อความที่อ้างถึงต้องกล่าวถึงรายละเอียดโดยบริบูรณ์ เพื่อให้ศาลพิจารณาได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้นำจดหมายปิดประกาศโฆษณามีข้อความหมิ่นประมาทใส่ความนายสอนกำนันตำบลนาโยงมีใจความว่า'นายสอนกำนันเป็นคนธรรมดาขาดการศึกษาดีงาม ชอบแต่ขู่เข็ญราษฎรเพื่อหวังผลประโยชน์แก่ส่วนตัวฝ่ายเดียว ฯลฯ' ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ได้กล่าวข้อความในส่วนที่กล่าวหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทนายสอนกำนันนั้นไว้ในฟ้องโดยบริบูรณ์ตามความหมายแห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) วรรคสองแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาที่แท้จริงของคู่สัญญาสำคัญกว่าข้อตกลงในสัญญาเช่า แม้สัญญาจะระบุวัตถุประสงค์ใช้เช่าเป็นอย่างอื่น
แม้สัญญาเช่าจะมีข้อความชัดเจนว่า เช่าเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียวไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อผู้เช่าต่อสู้ว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัยมิได้ประกอบการค้าและเช่ามานานแล้ว ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ ดังนี้ ผู้เช่าย่อมนำสืบตามข้อต่อสู้นี้ได้ เพราะศาลจำต้องพิเคราะห์ถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีและความจริงที่ที่ผู้เช่าปฏิบัติประกอบด้วย
จำเลยเช่าตึกแถวอยู่อาศัยหาได้ทำการค้าไม่ เมื่อหมดอายุสัญญาเดิม โจทก์ทำสัญญาเช่าใหม่ เติมข้อความว่าเช่าเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียวไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัย โดยอ้างว่าเป็นธรรมเนียมของโจทก์ที่จะกรอกข้อความเช่นนี้ทุกราย เมื่อจำเลยเซ็นแล้ว ก็คงใช้ตึกห้องที่เช่านี้อยู่อาศัยเช่นเดิม หาได้ใช้ทำการค้าไม่ ดังนี้เห็นได้ว่าการเติมข้อความนั้นลง ก็เพื่อเลี่ยงกฎหมายเท่านั้น จึงต้องบังคับตามความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาจริงของสัญญาเช่าสำคัญกว่าข้อความในสัญญา หากผู้เช่าใช้เพื่ออยู่อาศัย แม้สัญญาจะระบุว่าเพื่อการค้า
แม้สัญญาเช่าจะมีข้อความชัดเจนว่า เช่าเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียวไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัย เมื่อผู้เช่าต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยมิได้ประกอบการค้าและเช่ามานานแล้ว ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ดังนี้ผู้เช่าย่อมนำสืบตามข้อต่อสู้นี้ได้, เพราะศาลจำต้องพิเคราะห์ถึงเจตนาอันแท้จริงของคู่กรณีและความจริงที่ที่ผู้เช่าปฏิบัติประกอบด้วย
จำเลยเช่าตึกแถวอยู่อาศัยหาได้ทำการค้าไม่ เมื่อหมดอายุสัญญาเดิม โจทก์ทำสัญญาเช่าใหม่เติมข้อความว่าเช่าเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียวไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัยโดยอ้างว่าเป็น ธรรมเนียมของโจทก์ที่จะกรอกข้อความเช่นนี้ทุกราย,เมื่อจำเลยเซ็นแล้ว ก็คงใช้ตึกห้องที่เช่านี้อยู่อาศัยเช่นเดิมหาได้ใช้ทำการค้าไม่ดังนี้เห็นได้ว่าการเติมข้อความนั้นลงก็เพื่อเลี่ยง กฎหมายเท่านั้นจึงต้องบังคับตามความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันเกียรติยศเกินสมควรแก่เหตุ: การกระทำความรุนแรงจนถึงแก่ความตาย
ไปพบผู้ตายนอนกอดภริยาตนอยู่บนแคร่ ซึ่งมีคนอื่นนอนอยู่ด้วยอีกหลายคน จึงเอาไม้ตีผู้ตายดังนี้เป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียงเกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1805/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันเกียรติยศเกินสมควรแก่เหตุเป็นเหตุให้ความผิดฐานฆ่าลดลง
ไปพบผู้ตายนอนกอดภริยาตนอยู่บนแคร่ ซึ่งมีคนอื่นนอนอยู่ด้วยอีกหลายคน จึงเอาไม้ตีผู้ตาย และตีซ้ำอีกจนผู้ตายตาย ดังนี้ เป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกียรติยศและชื่อเสียงเกินสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าและการซื้อขายที่ไม่สุจริต ผู้ซื้อต้องทราบสิทธิครอบครองของผู้ครอบครองเดิม
ที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ผู้ที่ครอบครองคงมีแต่สิทธิครอบครองเท่านั้น เมื่อสละการครอบครองให้ผู้อื่นเข้าครอบครองเป็นเจ้าของ ผู้นั้นก็ย่อมได้สิทธิครอบครอง
ซื้อที่นามือเปล่าโดยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอเมื่อปรากฏว่า ผู้ครอบครองที่นั้นอยู่ได้คัดค้านจนทำการรังวัดไม่ได้ เช่นนี้จะฟังว่าผู้ซื้อซื้อที่นี้ไว้โดยสุจริตไม่ได้ และจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1299, 1300 มาคุ้มครองไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1803/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่า การซื้อขายโดยไม่สุจริต และผลกระทบต่อผู้ครอบครองเดิม
ที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน ผู้ที่ครอบครองคงมีแต่สิทธิครอบครองเท่านั้นเมื่อสละการครอบครองให้ผู้อื่นเข้าครอบครองเป็นเจ้าของผู้นันก็ย่อม ได้สิทธิครอบครอง
ซื้อที่นามือเปล่าโดยทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอเมื่อปรากฎว่าผู้ครอบครองที่นั้นอยู่ได้คัดค้านจนทำการรังวัดไม่ได้ เช่นนี้จะฟังว่าผู้ซื้อซื้อทีนี้ไว้โดยสุจริตไม่ได้ และจะอ้าง ป.ม.แพ่ฯ ม. 1299, 1300 มาคุ้มครองไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบเงินค่าขายสินค้าที่เกินราคาควบคุมขัดต่อกฎหมาย เงินดังกล่าวไม่เข้าข่ายของกลางที่ต้องริบ
เงินราคาขายสิ่งของที่ขายเกินราคาควบคุมนั้นจะริบไม่ได้
ของกลางที่ศาลล่างริบโดยขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกาในข้อนี้ขึ้นมา เมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกาศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การริบเงินราคาขายสิ่งของเกินราคาควบคุมขัดต่อกฎหมาย และสิทธิการได้รับเงินรางวัลของผู้แจ้งเบาะแส
ิเงินราคาขายสิ่งของที่ขายเกินราคาควบคุมนั้นจะริบไม่ได้
ของกลางที่ศาลล่างริบโดยขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกาในข้อนี้ขึ้นมา เมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกา ๆ มีอำนาจวินิจฉัยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1802/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจยินยอมของมารดาแทนบุตรผู้เยาว์, สิทธิครอบครองเวนคืน, และการฟ้องขับไล่
อำเภอเปรียบเทียบให้ที่นาและที่สวนเป็นสิทธิแก่ฝ่ายจำเลยแต่ปรากฏว่า ที่นาและที่สวนนี้เป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เยาว์ และมารดาโจทก์ร่วมกัน เมื่อมารดาโจทก์แต่ผู้เดียวได้ยินยอมตามที่อำเภอเปรียบเทียบการยินยอมนั้นย่อมไม่ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546
อย่างไรก็ดี เมื่อฝ่ายจำเลยได้ครอบครองที่นาและที่สวนพิพาทนี้มาเกิน 1 ปีแล้วฝ่ายจำเลยก็ได้สิทธิครอบครองที่นาพิพาท เพราะเป็นที่มือเปล่า ส่วนที่สวนโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้ เพราะจำเลยยังครอบครองไม่ถึง 10 ปี
ประเด็นข้อที่ว่ามารดาไม่มีอำนาจให้ความยินยอมแทนบุตรตามที่อำเภอเปรียบเทียบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1546 นั้น เป็นเรื่องกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้เยาว์และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนวินิจฉัยได้
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭