Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2503 — หน้า 67

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2503" (779 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงให้ศาลชี้ขาดแบ่งที่พิพาทโดยตรง ถือเป็นสืบพยานธรรมดาและผูกพันคู่ความ
โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลไปดูสภาพของที่พิพาท แล้วให้ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดแบ่งที่พิพาทว่าจะเป็นของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ตามแต่ศาลจะเห็นสมควร โดยไม่ต้องคำนึงถึงคำพยานที่สืบมาแล้วและจะยอมรับคำวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวของศาลเป็นยุติข้อตกลงเช่นนี้เป็นเรื่องสืบพยานธรรมดา โดยอ้างวัตถุพยานคือ ที่พิพาทเป็นพยานร่วมนั่นเอง ข้อตกลงดังกล่าวนี้ก็สมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะเป็นคดีส่วนแพ่ง เป็นเรื่องที่คู่ความจะตกลงกันเช่นนี้ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้าม ตามที่ตกลงกันไว้นั้นเท่ากับเป็นการที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ถือเอาคำขอและคำต่อสู้คดีในรูปเดิม แต่ขอให้ศาลไปตรวจที่พิพาทแล้วพิพากษาชี้ขาดได้ตลอดจนได้ยอมให้ศาลแบ่งที่ดินรายพิพาทได้ด้วย คือ จะแบ่งเท่ากันหรือไม่เท่ากัน หรือให้แก่ฝ่ายใดทั้งหมดก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร เมื่อศาลได้ไปตรวจสภาพของที่พิพาทตามข้อตกลง ไม่พบแนวเขตที่จะถือเป็นหลักในการแบ่ง ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้แบ่งที่พิพาทให้แก่โจทก์จำเลยคนละครึ่งได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดที่พิพาทโดยอ้างสภาพที่ดินเป็นพยานย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมาย
โจทก์จำเลยตกลงกันขอให้ศาลไปดูสภาพของที่พิพาท แล้วให้ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด ที่พิพาทจะเป็นของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งหมดหรือบางส่วน ตามแต่ศาลจะเห็นสมควร โดยไม่ต้องคำนึงถึง คำพยานที่สืบมาแล้ว และจะยอมรับคำวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าวของศาลเป็นยุติ ข้อตกลงเช่นนี้ เป็นเรื่องสืบพยานธรรมดา โดยอ้างวัตถุพยาน คือ ที่พิพาทเป็นพยานร่วมนั่นเอง ข้อตกลงดังกล่าวนี้ก็สมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะเป็นคดีส่วนแพ่ง เป็นเรื่องที่คู่ความจะตกลงกันเช่นนี้ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้าม ตามที่ตกลงกันไว้ นั้นเท่ากับ เป็นการที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่ถือ เอาคำขอและคำต่อสู้คดีในรูปเดิม แต่ขอให้ศาลไปตรวจที่พิพาทแล้ว พิพากษาชี้ขาดได้ตลอดจนได้ยอมให้ศาลแบ่งที่ดินนายพิพาทได้ด้วย คือ จะแบ่งเท่ากันหรือไม่เท่ากันหรือใช้แก่ฝ่ายใดทั้งหมดก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร เมื่อศาลได้ไปตรวจสภาพของที่พิพาทตามข้อตกลง ไม่พบแนวเจตที่จะถือเป็นหลักในการแบ่ง ศาลก็มีอำนาจพิพากษาให้แบ่งที่พิพาทให้แก่โจทก์จำเลยคนละครึ่งได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลำดับทายาท & อายุความมรดก: โจทก์เป็นญาติสนิทกว่า ย่อมมีสิทธิเหนือกว่าจำเลย และตัดอายุความมรดก 1 ปี
ถ้าฟังว่าโจทก์เป็นญาตที่สนิทของเจ้ามรดกยิ่งกว่าจำเลยแล้ว จำเลยก็ย่อมไม่อาจยกอายุความ มรดก 1 ปี มาตัดฟ้องของโจทก์ได้
(เทียบฎีกาที่ 19/2495)
จำเลยกล่าวอ้างในคำให้การต่อสู้คดีว่า ตนเป็นทายาทโดยพินัยกรรม เพื่อตัดโจทก์ผู้เป็นทายาทโดยธรรมเช่นนี้ จำเลยต้องเป็นฝ่ายมีหน้าที่นำสืบก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลำดับทายาท & อายุความมรดก: ทายาทโดยธรรมที่มีความสนิทใกล้ชิดกว่า ย่อมฟ้องได้แม้จำเลยอ้างเป็นทายาทโดยพินัยกรรม
ถ้าฟังว่าโจทก์เป็นญาติที่สนิทของเจ้ามรดกยิ่งกว่าจำเลยแล้วจำเลยก็ย่อมไม่อาจยกอายุความมรดก 1 ปี มาตัดฟ้องของโจทก์ได้(เทียบฎีกาที่ 19/2495)
จำเลยกล่าวอ้างในคำให้การต่อสู้คดีว่า ตนเป็นทายาทโดยพินัยกรรมเพื่อตัดโจทก์ผู้เป็นทายาทโดยธรรมเช่นนี้ จำเลยต้องเป็นฝ่ายมีหน้าที่ทำสืบก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนการสืบพยานเนื่องจากทนายจำเลยลาออกและจำเลยตั้งทนายใหม่ ศาลพิจารณาถึงความซับซ้อนของคดีและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ทนายจำเลยขอถอนตัวจากการเป็นทนายก่อนวัดนัดสืบพยานจำเลยเพียง 6 วันและจำเลยตั้งทนายใหม่ก่อนวันสืบพยานเพียง 2 คน และจำเลยยื่นคำร้อง ขอเลื่อนการพิจารณา เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่า จำเลยจงใจแกล้งประวิงคดีให้ล่าช้า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลสมควรอนุญาตให้จำเลยเลื่อนการสืบพยาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนการพิจารณาคดีเนื่องจากทนายจำเลยลาออกและจำเลยต้องตั้งทนายใหม่ ศาลต้องคำนึงถึงความยุติธรรมและสิทธิในการป้องกันตัวของจำเลย
ทนายจำเลยขอถอนตัวจากการเป็นทนายก่อนวันนัดสืบพยานจำเลยเพียง 6 วัน และจำเลยตั้งทนายใหม่ก่อนวันสืบพยานเพียง2 วัน และจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา เมื่อไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่า จำเลยจงใจแกล้งประวิงคดีให้ล่าช้า เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลสมควรอนุญาตให้จำเลยเลื่อนการสืบพยาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดโทษพนันไฮโลว์ตาม พ.ร.บ.การพนัน: โทษคั่นต่ำที่แตกต่างกันตามประเภทการพนัน
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไฮโลว์ โดยทุกคนผลัดกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ นั้น ตามกฎหมายเป็นการพนันชนิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการพนัน หมาย ก. ลำดับที่ 23 ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 2 ซึ่งมิได้กำหนดโทษคั่นต่ำไว้ มิใช่ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 1 ซึ่งกำหนดจำคุกคั่นต่ำไว้ 3 เดือน ปรับ 500 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกำหนดโทษการพนันไฮโลว์: จำแนกประเภทการพนันเพื่อใช้บทลงโทษที่ถูกต้อง
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไฮโลว์ โดยทุกคนผลัดกันเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ นั้น ตามกฎหมายเป็นการพนันชนิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการพนันหมาย ก. ลำดับที่ 23 ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 2. ซึ่งมิได้กำหนดโทษขั้นต่ำไว้ มิใช่ตรงตามมาตรา 12 ข้อ 1 ซึ่งกำหนดจำคุกขั้นต่ำไว้ 3 เดือน ปรับ 500 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาต้องห้าม & การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา: จำเลยต้องใช้วิธีการปกติคืออุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่ร้องขอให้ศาลดำเนินการให้
การที่จำเลยขวนขวายจะให้ได้ คำรับรองเพื่อฎีกา เป็นการรับอยู่ในตัวว่าจำเลยเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ซึ่งให้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
เมื่อไม่ต้องด้วยบทบัญญัติให้ร้องตรงมายังศาลฎีกา อีกทั้งยังไม่มีการรับฎีกาอันจะถือได้ว่า คดีได้ขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยก็มีแต่ทางจะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2503)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลไม่ต้องส่งฎีกาให้รับรอง การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกา
การที่จำเลยขวนขวายจะให้ได้คำรับรองเพื่อฎีกา เป็นการรับอยู่ในตัวว่าจำเลยเห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลย เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย กรณีจึงไม่เข้าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 224 ซึ่งให้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
เมื่อไม่ต้องด้วยบทบัญญัติให้ร้องตรงมายังศาลฎีกา อีกทั้งยังไม่มีการรับฎีกาอันจะถือได้ว่าคดีได้ขึ้นสู่ศาลฎีกาแล้ว หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นจำเลยก็มีแต่ทางจะอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2503)
of 78 ⏮ ◀ ▶ ⏭