ผลการค้นหาตามปี "2490" (684 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมแปลงเอกสารราชการ: ใบอนุญาตเล่นการพนันไม่ใช่หนังสือสำคัญทางกฎหมาย
ปลอมใบอนุญาตเล่นการพนัน ไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการ เพราะใบอนุญาตเล่นการพนันไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งการตั้งกรรมสิทธิ์ หรือหนี้สิน
โจทก์สืบสมฟ้อง แต่อ้างบทไม่ตรงกับความผิด ศาลมีอำนาจลงบทที่ถูกต้อง และเบากว่าบทที่อ้างมานั้นได้
โจทก์สืบสมฟ้อง แต่อ้างบทไม่ตรงกับความผิด ศาลมีอำนาจลงบทที่ถูกต้อง และเบากว่าบทที่อ้างมานั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมหนังสือราชการ: ใบอนุญาตเล่นการพนันไม่ใช่หนังสือสำคัญทางกฎหมาย
ปลอมใบอนุญาตเล่นการพะนัน ไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือสำคัญในราชการการเพราะใบอนุญาตเล่นการพะนันไม่ใช่หนังสือสำคัญแห่งการตั้งกรรมสิทธิ์ หรือหนี้สิน
โจทก์สืบสมฟ้อง แต่อ้างบทไม่ตรงกับความผิด ศาลมีอำนาจลงบทที่ถูกต้อง และเบากว่าบทที่อ้างมานั้นได้
โจทก์สืบสมฟ้อง แต่อ้างบทไม่ตรงกับความผิด ศาลมีอำนาจลงบทที่ถูกต้อง และเบากว่าบทที่อ้างมานั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ: ใช้ราคาทางการสุดท้ายก่อนมีควบคุม แม้ตลาดมืดมีราคาต่าง
ในกรณีที่ไม่ปรากฎอัตราแลกเปลี่ยนเงินอันแน่นอนเพราะเหตุทางการห้ามการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้น ต้องถือเอาอัตราแลกเปลี่ยนครั้งสุดท้ายที่ทางการกำหนดไว้ก่อนมีการควบคุม จะถือเอาอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันในตลาดมืดมาใช้ไม่ได้
ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินอัตรารูเปียละหนึ่งบาท จำเลยยอมไม่อุทธรณ์แม้ศาลอุทธรณ์จะเห็นว่าจำเลยควรต้องใช้น้อยกว่านี้ ก็ไม่อาจแก้ไขได้
ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินอัตรารูเปียละหนึ่งบาท จำเลยยอมไม่อุทธรณ์แม้ศาลอุทธรณ์จะเห็นว่าจำเลยควรต้องใช้น้อยกว่านี้ ก็ไม่อาจแก้ไขได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 124/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ: ใช้ราคาทางการล่าสุดก่อนมีกฎหมายควบคุม แม้มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดมืด
ในกรณีที่ไม่ปรากฏอัตราแลกเปลี่ยนเงินอันแน่นอนเพราะเหตุทางการห้ามการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศนั้น ต้องถือเอาอัตราแลกเปลี่ยนครั้งสุดท้ายที่ทางการกำหนดไว้ก่อนมีการควบคุม จะถือเอาอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันในตลาดมืดมาใช้ไม่ได้
ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินในอัตรารูเปียละหนึ่งบาทจำเลยยอมไม่อุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะเห็นว่าจำเลยควรต้องใช้น้อยกว่านี้ ก็ไม่อาจแก้ไขได้
ศาลชั้นต้นตัดสินให้จำเลยใช้เงินในอัตรารูเปียละหนึ่งบาทจำเลยยอมไม่อุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะเห็นว่าจำเลยควรต้องใช้น้อยกว่านี้ ก็ไม่อาจแก้ไขได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับของโจรต่างประเทศ: โจทก์ต้องพิสูจน์ความผิดตามกฎหมายต่างประเทศ
ปัญหาว่า การลักทรัพย์จะเป็นผิดตามกฎหมายในเขตต์ต่างประเทศหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบศาลรู้เองไม่ได้
ฟ้องว่า รับของโจรอวนซึ่งมีผู้ลักมาจากเขตต์ต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ถ้าโจทก์ไม่สืบว่าความผิดฐานลักอวนนั้นกฎหมายในอาณาเขตต์นั้นบัญญัติว่าเป็นผิดแล้ว ก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
ฟ้องว่า รับของโจรอวนซึ่งมีผู้ลักมาจากเขตต์ต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ถ้าโจทก์ไม่สืบว่าความผิดฐานลักอวนนั้นกฎหมายในอาณาเขตต์นั้นบัญญัติว่าเป็นผิดแล้ว ก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับของโจรต้องพิสูจน์ความผิดฐานลักทรัพย์ในต่างประเทศ
ปัญหาว่า การลักทรัพย์จะเป็นผิดตามกฎหมายในเขตต่างประเทศหรือไม่เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำสืบศาลรู้เองไม่ได้
ฟ้องว่า รับของโจรอวนซึ่งมีผู้ลักมาจากเขตต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ถ้าโจทก์ไม่สืบว่าความผิดฐานลักอวนนั้นกฎหมายในอาณาเขตนั้นบัญญัติว่าเป็นผิดแล้ว ก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
ฟ้องว่า รับของโจรอวนซึ่งมีผู้ลักมาจากเขตต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ถ้าโจทก์ไม่สืบว่าความผิดฐานลักอวนนั้นกฎหมายในอาณาเขตนั้นบัญญัติว่าเป็นผิดแล้ว ก็ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบในคดีมรดก: จำเลยต้องนำสืบการยกทรัพย์ให้ก่อนตาย และข้อต่อสู้เรื่องแบ่งทรัพย์
คดีฟ้องแบ่งมฤดก จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้แบ่งทรัพย์กันเสร็จไปแล้ว โจทก์แถลงว่าให้เข้าครอบครองที่ดินสองแปลงจริง แต่ไม่ใช่เพราะจำเลยแบ่งให้ ดังนี้ไม่ใช่คำรับ จำเลยคงมีหน้าที่นำสืบตามข้อต่อสู้
เมื่อจำเลยรับว่า ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเป็นของเจ้ามฤดกแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเจ้ามฤดกยกให้ตนก่อนตาย ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ
แม้ศาลกำหนดหน้าที่นำสืบไว้อย่างไร ถ้าคู่ความไม่สืบพะยาน ศาลก็วินิจฉัยให้แพ้ชนะตามแต่หน้าที่ที่จะต้องนำสืบตามกฎหมาย
เมื่อจำเลยรับว่า ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเป็นของเจ้ามฤดกแล้ว การที่จำเลยอ้างว่าเจ้ามฤดกยกให้ตนก่อนตาย ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ
แม้ศาลกำหนดหน้าที่นำสืบไว้อย่างไร ถ้าคู่ความไม่สืบพะยาน ศาลก็วินิจฉัยให้แพ้ชนะตามแต่หน้าที่ที่จะต้องนำสืบตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบในคดีมรดก: การปฏิเสธข้ออ้างไม่ใช่คำรับ และการพิสูจน์การยกทรัพย์
คดีฟ้องแบ่งมรดก จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้แบ่งทรัพย์กันเสร็จไปแล้ว โจทก์แถลงว่าได้เข้าครอบครองที่ดินสองแปลงจริง แต่ไม่ใช่เพราะจำเลยแบ่งให้ ดังนี้ไม่ใช่คำรับ จำเลยคงมีหน้าที่นำสืบตามข้อต่อสู้
เมื่อจำเลยรับว่า ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเป็นของเจ้ามรดกแล้วการที่จำเลยอ้างว่าเจ้ามรดกยกให้ตนก่อนตาย ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ
แม้ศาลกำหนดหน้าที่นำสืบไว้อย่างไร ถ้าคู่ความไม่สืบพยาน ศาลก็วินิจฉัยให้แพ้ชนะตามแต่หน้าที่ที่จะต้องนำสืบตามกฎหมาย
เมื่อจำเลยรับว่า ทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเป็นของเจ้ามรดกแล้วการที่จำเลยอ้างว่าเจ้ามรดกยกให้ตนก่อนตาย ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบ
แม้ศาลกำหนดหน้าที่นำสืบไว้อย่างไร ถ้าคู่ความไม่สืบพยาน ศาลก็วินิจฉัยให้แพ้ชนะตามแต่หน้าที่ที่จะต้องนำสืบตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หมิ่นประมาทต้องระบุข้อความเสียหายชัดเจน และการกล่าวต้องต่อหน้าหรือต่อคนอื่น
ฟ้องหาว่าหมิ่นประมาทโดยกล่าวว่า จำเลยมีจดหมายอันมีข้อความหมิ่นประมาทถึงและว่าจำเลยส่งสำเนาโฆษณาไปยังอีกคนหนึ่งด้วย ดังนี้ ยังไม่เป็นการกล่าวต่อหน้าหรือกล่าวแก่คนสองคน ไม่ต้องด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท
ฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น เพียงแต่อ้างหนังสือที่ว่าหมิ่นประมาทมาท้ายฟ้องไม่พอจะต้องระบุในฟ้องให้ชัดเจนด้วยว่า ข้อความตอนไหนเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
ฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น เพียงแต่อ้างหนังสือที่ว่าหมิ่นประมาทมาท้ายฟ้องไม่พอจะต้องระบุในฟ้องให้ชัดเจนด้วยว่า ข้อความตอนไหนเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 121/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หมิ่นประมาทต้องระบุข้อความเสียหายชัดเจน และการกล่าวต้องถึงผู้อื่น
ฟ้องหาว่าหมิ่นประมาทโดยกล่าวว่า จำเลยมีจดหมายอันมีข้อความหมิ่นประมาทถึง และว่า จำเลยส่งสำเนาโฆษณาไปยังอีกคนหนึ่งด้วยดังนี้ยังไม่เป็นการกล่าวต่อหน้าหรือกล่าวแก่คนสองคน ไม่ต้องด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท
ฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นเพียงแต่อ้างหนังสือที่ว่าหมิ่นประมาทมาท้ายฟ้องไม่พอ จะต้องระบุในฟ้องให้ชัดเจนด้วยว่า ข้อความตอนไหนเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
ฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นเพียงแต่อ้างหนังสือที่ว่าหมิ่นประมาทมาท้ายฟ้องไม่พอ จะต้องระบุในฟ้องให้ชัดเจนด้วยว่า ข้อความตอนไหนเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์