Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2493 — หน้า 7

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบสัญญาประนีประนอมยอมความนอกประเด็นคดีขับไล่ จำเลยต้องยกเหตุต่อสู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลย ดังนี้ จำเลยจะนำสืบว่าได้มีสัญญาประนีประนอมยอมความอันเกี่ยวกับที่ดินนี้ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกประเด็น ทั้งไม่มีผลแก่คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 916/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบสัญญาปราณีประนอมยอมความที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาท
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดิน จำเลยให้การต่อสู้ว่าเป็นที่ของจำเลยดังนี้จำเลยจะนำสืบว่าได้มีสัญญาปราณีประนอมยอมความอันเกี่ยวกับที่ดินนี ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องนอกประเด็น ทั้งไม่มีมีผลแก่คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคืนสินสอดและค่าใช้จ่ายแต่งงานเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรส ฝ่ายชายฟ้องเรียกไม่ได้หากไม่มีความผิดในการไม่จดทะเบียน
ชายหญิงแต่งงานกันแล้วอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยานานราว 8 เดือนแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาเพราะเหตุใดไม่ได้ความหญิงแยกไปอยู่เสียที่อื่น ภายหลังจึงแต่งงานกับชายอื่นเสีย ดังนี้ เมื่อไม่ได้ความว่าฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดในกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับชายแล้วฝ่ายชายก็จะฟ้องเรียกสินสอดคืนไม่ได้ ตามแบบอย่างฎีกาที่ 269/2488
เงินค่าใช้จ่ายในการแต่งงาน ไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1439(2) ชายจะฟ้องเรียกไม่ได้ตามแบบอย่างฎีกาที่945/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 914/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกคืนสินสอดและค่าใช้จ่ายแต่งงานเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสและฝ่ายหญิงแต่งงานใหม่
ชายหญิงแต่งงานกันแล้วอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภริยานานราว 8 เดือน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาเพราะเหตุใดไม่ได้ความหญิงแยกไปอยู่เสียที่อื่น ภายหลังจึงแต่งงานกับชายอื่นเสีย ดังนี้เมื่อไม่ได้ความว่าฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายผิดในกรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับชายแล้วฝ่ายชายก็จะฟ้องเรียกสิน สอดคืนไม่ได้ ตามแบบอย่างฎีกาที่ 269/2488
เงินค่าใช้จ่ายในการแต่งงาน ไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเตรียมการสมรสตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1439(2) ชายจะฟ้องเรียกไม่ได้ ตามแบบอย่างฎีกาที่ +/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิเคราะห์หลักฐานขัดแย้งในคดีกรรมสิทธิ์ที่ดิน: ศาลต้องสืบพยานเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
กรณีที่ศาลชั้นต้นสืบตัวโจทก์หนึ่งปากแล้ว งดสืบพยานต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์เสีย เมื่อปรากฏว่าข้อที่สืบยังไม่เป็นหลักฐานที่แน่นอนพอจะพิพากษาชี้ขาดคดีได้โดยแน่ชัด ศาลสูงก็ต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานในคดีพิพาทที่ดิน: ศาลต้องดำเนินการสืบพยานให้ครบถ้วนก่อนพิพากษา หากยังไม่พอพิพากษาได้
กรณีศาลชั้นต้นสืบตัวโจทก์หนึ่งปากแล้ว งดสืบพยานต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียเมื่อปรากฎว่าข้อที่สืบยังไม่เป็นหลักฐานที่แน่นอน พอจะพิพากษาชี้ขาดคดีได้โดยแน่ชัด ศาลสูงก็ต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุทธรณ์ข้อเท็จจริงต้องห้าม-การผูกพันตามข้อเท็จจริงศาลชั้นต้น-ฎีกาให้พิพากษาใหม่
คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และไม่เข้าข้อยกเว้นนั้น หากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้วศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องสั่งยกเมื่อเป็น อุทธรณ์ในข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น นอกจากศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย
หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นแล้วขัดต่อ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 238 ศาลฎีกาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปเรื่อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีมโนสาเร่และขอบเขตการวินิจฉัยข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คดีมโนสาเร่ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และไม่เข้าข้อยกเว้นนั้นหากศาลชั้นต้นไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงแล้วศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องสั่งยก เมื่อเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น นอกจากศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย
หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงกลับศาลชั้นต้นแล้วขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 238 ศาลฎีกาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามรูปเรื่อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิไม่สุจริตในการบอกล้างนิติกรรมขายฝากเมื่อสามีเคยยินยอมให้ภรรยาจำนองและไถ่ถอนที่ดินมาก่อน
สามีเคยให้ภรรยาเอาที่ดินไปจำนองและมอบเงินไปชำระดอกเบี้ย และไถ่ถอนมาหลายครั้งแล้ว. ภายหลังภรรยาเอาที่นี้ไปขายฝากไว้แก่ผู้อื่นอีก. แล้วสามีมาขอบอกล้าง ให้ทำลายนิติกรรมโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอมจากสามีนั้น.เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตาม ป.พ.พ. ม.5 การบอกล้างไม่มีผล.(อ้างฎีกาที่ 468/2488).

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สิทธิไม่สุจริตของสามีในการบอกล้างนิติกรรมขายฝากที่ภรรยาทำโดยไม่ได้รับความยินยอม
สามีเคยให้ภรรยาเอาที่ดินไปจำนองและมอบเงินไปชำระดอกเบี้ย และไถ่ถอนมาหลายครั้งแล้ว ภายหลังภรรยาเอาที่นี้ไปขายฝากไว้แก่ผู้อื่น แล้วสามีมาขอบอกล้างให้ทำลายนิติกรรมโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอมจากสามีนั้น เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตาม ป.พ.พ.ม. 5 การบอกล้างไม่มีผล
of 130 ⏮ ◀ ▶ ⏭