ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษผู้ถูกรอการลงอาญา: ต้องเป็นความผิดในลักษณะอาญาภาค 2 เท่านั้น
โทษครั้งก่อนของจำเลยมีทั้งปรับและจำ แม้โทษปรับจำเลยจะได้รับไปแล้ว แต่โทษจำยังถูกรอการลงอาญาอยู่ ต้องถือว่ายังไม่พ้นโทษ เพิ่มโทษไม่ได้
การเพิ่มโทษไม่เข็ดหลาบแก่ผู้ถูกรอการลงอาญานั้น เพิ่มได้ ความผิดครั้งหลังเป็นความผิดใน ก.ม.ลักษณะอาญาภาค 2 ตั้งแต่ส่วนที่ 1 ถึงส่วนที่ 9 ตามที่บัญญัติไว้ในวรรค 2 แห่งมาตรา 42 เท่านั้น
การเพิ่มโทษไม่เข็ดหลาบแก่ผู้ถูกรอการลงอาญานั้น เพิ่มได้ ความผิดครั้งหลังเป็นความผิดใน ก.ม.ลักษณะอาญาภาค 2 ตั้งแต่ส่วนที่ 1 ถึงส่วนที่ 9 ตามที่บัญญัติไว้ในวรรค 2 แห่งมาตรา 42 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานเรียกเก็บเงินนอกหน้าที่ – ความผิดตามมาตรา 135 อาญา
เจ้าพนักงานวิสามัญสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่มีหน้าที่เรียกเก็บค่าเช่า ไม่มีหน้าที่เรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะนั้นถ้าไปเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะย่อมได้ชื่อว่าเรียกเก็บเงินหรือทรัพย์ที่ไม่ควรจะเก็บและมิได้นำส่งต่อรัฐบาลก็เป็นผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 135
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานเรียกเก็บเงินนอกหน้าที่ (แป๊ะเจี๊ยะ) ถือเป็นความผิดอาญา
เจ้าพนักงานวิสามัญสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่มีหน้าที่เรียกเก็บค่าเช่า ไม่มีหน้าที่เรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะนั้น ถ้าไปเรียกเก็บแป๊ะเจี๊ยะย่อมได้ชื่อว่า เรียกเก็บเงินหรือทรัพย์ที่ไม่ควร จะเก็บและมิได้นำส่งต่อรัฐบาลก็เป็นผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 135
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าพื้นที่เพื่อใช้เป็นสำนักงานและที่อยู่อาศัยของพนักงาน ถือเป็นเคหะภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
บริษัทจำกัดเช่าสถานที่เป็นสาขาสำนักงานของบริษัทและสำหรับเสมียนพนักงานของบริษัทอยู่อาศัย เวลาเช่ากันนั้นรู้กันอยู่ว่าจะใช้เป็นที่อาศัยดังนี้สถานที่เช่านั้นย่อมเป็นเคหะตามความใน พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่เช่าใช้เป็นสำนักงานและที่อยู่อาศัยเข้าข่ายเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
บริษัทจำกัดเช่าสถานที่เป็นสาขาสำนักงานของบริษัท แลสำหรับเสมียนพนักงานของบริษัทอยู่อาศัย เวลาเช่ากันนั้นรู้กันอยู่ว่า จะใช้เป็นที่อาศัย ดังนี้ สถานที่เช่านั้นย่อมเป็นเคหะตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ซ้ำและการสิ้นสุดสิทธิอุทธรณ์ เมื่อศาลพิพากษาใหม่หลังยกคำพิพากษาเดิม
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย โดยมิได้ชี้ขาดความผิดของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่โดยให้ชี้ขาดความผิดของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่แล้ว ถ้าคู่ความประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ต้องอุทธรณ์ขึ้นมาใหม่ จะอาศัยอุทธรณ์ฉบับเดิมไม่ได้ เพราะอุทธรณ์ฉบับเดิมเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาครั้งแรกของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอุทธรณ์ซ้ำ: อุทธรณ์ฉบับเดิมหมดอายุเมื่อศาลพิพากษาใหม่ ต้องยื่นอุทธรณ์ใหม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยมิได้ชี้ขาดความผิดของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่โดยให้ชี้ขาดความผิดของจำเลย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่แล้ว ถ้าคู่ความประสงค์จะอุทธรณ์ก็ต้องอุทธรณ์ขึ้นมาใหม่ จะอาศัยอุทธรณ์ฉบับเดิมไม่ได้ เพราะอุทธรณ์ฉบับเดิมเป็นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาครั้งแรกของศาลชั้นต้น ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขไถ่คืน หากไม่ไถ่ตามกำหนด กรรมสิทธิ์จะสิ้นสุดลง
หนังสือสัญญามีข้อความอ่านตามแบบพิมพ์เป็นสัญญากู้เงิน ถ้าอ่านตามตัวเขียนเป็นสัญญาซื้อขาย มีกำหนดให้ไถ่ภายใน 1 ปีดังนี้ คู่ความฝ่ายที่อ้างว่าเป็นสัญญาซื้อขายย่อมมีสิทธินำพยานมาสืบประกอบ เพื่อให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาเป็นการขายโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้
ขายที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญให้เขาโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้ภายใน 1 ปี เมื่อมิได้ซื้อคืนตามกำหนด 1 ปี เพิ่งจะมาขอคืนเมื่อเกิน 4 ปีแล้ว ถือว่ามีเจตนาสละการครอบครอง ๆ ย่อมสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ.มาตรา 1377 ไม่มีสิทธิจะขอคืนได้
ขายที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญให้เขาโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้ภายใน 1 ปี เมื่อมิได้ซื้อคืนตามกำหนด 1 ปี เพิ่งจะมาขอคืนเมื่อเกิน 4 ปีแล้ว ถือว่ามีเจตนาสละการครอบครอง ๆ ย่อมสิ้นสุดลงตาม ป.พ.พ.มาตรา 1377 ไม่มีสิทธิจะขอคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาสัญญากู้ vs. ขายพร้อมซื้อคืน หากไม่ใช้สิทธิภายในกำหนด ย่อมเสียสิทธิเรียกร้อง
หนังสือสัญญามีข้อความอ่านตามแบบพิมพ์เป็นสัญญากู้เงิน ถ้าอ่านตามตัวเขียนเป็นสัญญาซื้อขายมีกำหนดให้ไถ่ภายใน 1 ปี ดังนี้ คู่ความฝ่ายที่อ้างว่าเป็นสัญญาซื้อขายย่อมมีสิทธินำพยานมาสืบประกอบเพื่อให้เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาเป็นการขายโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้
ขายที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญให้เขาโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้ภายใน 1 ปี เมื่อมิได้ซื้อคืนตามกำหนด1 ปี เพิ่งจะมาขอคืนเมื่อเกิน 4 ปีแล้ว ถือว่ามีเจตนาสละการครอบครอง การครอบครองสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 ไม่มีสิทธิจะขอคืนได้
ขายที่นามือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญให้เขาโดยมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนได้ภายใน 1 ปี เมื่อมิได้ซื้อคืนตามกำหนด1 ปี เพิ่งจะมาขอคืนเมื่อเกิน 4 ปีแล้ว ถือว่ามีเจตนาสละการครอบครอง การครอบครองสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377 ไม่มีสิทธิจะขอคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องของเจ้าหนี้ร่วมและการถือว่าลูกหนี้ละเลยหนี้เมื่อเจ้าพนักงานพร้อมโอนแต่จำเลยไม่ดำเนินการ
ทำสัญญาขายที่ดินกันแล้ว คู่สัญญาไปขอทำการโอนที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินในเรื่องนี้ตลอดมา ไม่ปรากฎว่าเจ้าพนักงานได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ทำการโอน เหตุทางอำเภอยังไม่โอนให้ ก็เพราะรอฟังคำสั่งกรมที่ดินอยู่เท่านั้น ซึ่งในระหว่างนั้นทางการยังดำเนินการพิจารณาเรื่องราวที่ขอโอนอยู่ ดังนี้ไม่ถือว่าการโอนหรือการชำระหนี้เป็ฯพ้นวิสัยอันจะทำให้ผู้ขายหลุดพ้นจากการชำระหนี้ตามมาตรา 219 และถือว่า สัญญาซื้อขายจะถือเอาการที่เจ้าพนักงานยังมิได้ทำสัญญาให้ดังกล่าวแล้ว เป็นเหตุบอกเลิกสัญญาไม่ได้
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ของตน
ทำสัญญาจะขายทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อซึ่งร่วมกันหลายคน ถือว่าผู้ซื้อแต่ละคนเป็นเจ้าหนึ้ร่วมกันตามมาตรา 298 เจ้าหนี้ร่วมเพียงคนเดียวก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะมอบอำนาจให้ผูแทนฟ้องลูกหนี้ให้ชำระหนี้ทั้งหมดได้
โจทก์ฟ้องคดีอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้คนหนึ่งให้ฟ้องจำเลยโดยส่งสำเนาใบมอบอำนาจพร้อมกับฟ้อง จำเลยต่อสู้ในเรื่องอำนาจฟ้องเพียงว่าใบมอบอำนาจฟ้องร้องไม่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ในวันชี้สองสถาน จำเลยแถลงว่าโจทก์ไมีมีอำนาจฟ้อง เพราะเจ้าหนี้ร่วมอีก2คน มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้อง ิได้โต้แย้งในเรื่องความแท้จริงแห่งใบมอบอำนาจนั้นแต่ประการใด จนเมื่อศาลสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยจึงยกเป็นข้ออ้างว่าโจทก์ไม่ได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจ ดังนี้ถือว่าไม่มีประเด็นเกี่ยวกับความจริงแห่งใบมอบอำนาจ และถือได้ว่าจำเลยยอมรับในความแท้จริง แห่งใบมอบอำนาจนั้นแล้ว
พฤติการณ์ที่ถือได้ว่า ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ของตน
ทำสัญญาจะขายทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อซึ่งร่วมกันหลายคน ถือว่าผู้ซื้อแต่ละคนเป็นเจ้าหนึ้ร่วมกันตามมาตรา 298 เจ้าหนี้ร่วมเพียงคนเดียวก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะมอบอำนาจให้ผูแทนฟ้องลูกหนี้ให้ชำระหนี้ทั้งหมดได้
โจทก์ฟ้องคดีอ้างว่าได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้คนหนึ่งให้ฟ้องจำเลยโดยส่งสำเนาใบมอบอำนาจพร้อมกับฟ้อง จำเลยต่อสู้ในเรื่องอำนาจฟ้องเพียงว่าใบมอบอำนาจฟ้องร้องไม่ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย ในวันชี้สองสถาน จำเลยแถลงว่าโจทก์ไมีมีอำนาจฟ้อง เพราะเจ้าหนี้ร่วมอีก2คน มิได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้อง ิได้โต้แย้งในเรื่องความแท้จริงแห่งใบมอบอำนาจนั้นแต่ประการใด จนเมื่อศาลสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยจึงยกเป็นข้ออ้างว่าโจทก์ไม่ได้ส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจ ดังนี้ถือว่าไม่มีประเด็นเกี่ยวกับความจริงแห่งใบมอบอำนาจ และถือได้ว่าจำเลยยอมรับในความแท้จริง แห่งใบมอบอำนาจนั้นแล้ว