ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อสุราปลอมของผู้ได้รับอนุญาต: มาตรา 40 ทวิ มิได้บังคับใช้กับสุราผิดกฎหมาย
จำเลยได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสุรา ได้ซื้อสุรากลั่นแม่โขงปลอมจากผู้อื่นซึ่งไม่มีสิทธิขายได้โดยชอบด้วยกฎหมายนั้นไม่มีความผิดตาม พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 มาตรา 40ทวิ เพราะความประสงค์ของมาตรานี้เป็นเรื่องที่ใช้บังคับในกรณีที่ซื้อสุราที่ชอบด้วยกฎหมาย จากผู้ไม่มีสิทธิขายได้ ไม่ใช่ซื้อสุราผิดกฎหมาย เพราะสุราผิดกฎหมายไม่มีผู้ใดมีสิทธิจะขายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อสุราปลอมของผู้มีใบอนุญาต – มาตรา 40 ทวิ พ.ร.บ.สุรา: ไม่ครอบคลุมการซื้อสุราผิดกฎหมาย
จำเลยได้รับอนุญาตให้จำหน่ายสุรา ได้ซื้อสุรากลั่นแม่โขงปลอมจากผู้อื่นซึ่งไม่มีสิทธิขายได้โดยชอบด้วย ก.ม.นั้น ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2493 ม.40 ทวิ เพราะความประสงค์ของมาตรานี้เป็นเรื่องที่ใช้บังคับในกรณีที่ซื้อสุราที่ชอบด้วย ก.ม.จากผู้ไม่ไม่สิทธิขายได้ ไม่ใช่ซื้อสุราผิด ก.ม. เพราะสุราผิด ก.ม.ไม่มีผู้ใดมีสิทธิจะขายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1300-1315/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ละเมิดจากรถไฟชำรุด: ความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่รถไฟทำให้เกิดเพลิงไหม้ แม้จะอ้าง พ.ร.บ.รถไฟ ก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง
โจทก์ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาศาลไม่อนุญาตสั่งให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระ แม้โจทก์จะไม่นำเงินมาชำระภายในกำหนด ต่อมาภายหลังโจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องร้องได้ภายในกำหนดอายุความ
การที่กรมรถไฟใช้รถจักรเก่าจูงลากรถจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้เสมอๆ โดยมิได้ป้องกันแต่อย่างใดนั้น กรมรถไฟจะอ้างความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติจัดการวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464มาตรา 48 ไม่ได้
การที่กรมรถไฟใช้รถจักรเก่าจูงลากรถจนเป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้เสมอๆ โดยมิได้ป้องกันแต่อย่างใดนั้น กรมรถไฟจะอ้างความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติจัดการวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464มาตรา 48 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลื่อนคดีโดยจำเป็น: ศาลอนุญาตได้หากไม่มีเจตนาประวิงคดี แม้ยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน
ในวันสืบพยานโจทก์แม้จะปรากฎว่าจำเลยจะยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก็ดี เมื่อจำเลยขอเลื่อนคดีเป็นครั้งแรกโดยความจำเป็น มิใช่จงใจประวิงคดี และโจทก์ก็คัดค้านเพียงว่าเตรียมพยานมาพร้อมแล้วเท่านั้นดังนี้รูปคดีย่อมมีเหตุอันสมควรทีจะให้จำเลยเลื่อนคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลื่อนคดีโดยความจำเป็นและมิใช่จงใจประวิงคดี ศาลอนุญาตได้แม้จำเลยมิได้ยื่นบัญชีระบุพยาน
ในวันสืบพยานโจทก์แม้จะปรากฏว่าจำเลยจะยังมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานก็ดี เมื่อจำเลยขอเลื่อนคดีเป็นครั้งแรกโดยความจำเป็น มิใช่จงใจประวิงคดีและโจทก์ก็คัดค้านเพียงว่าเตรียมพยานมาพร้อมแล้วเท่านั้น ดังนี้รูปคดีย่อมมีเหตุอันสมควรที่จะให้จำเลยเลื่อนคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์และการซื้อขายโดยไม่สุจริต
ในโฉนดมีชื่อของนางหอมพี่น้องของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิแต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่พิพาทบางส่วนในโฉนดนี้จำเลยครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยครอบครองมาโดยอาศัยสิทธิของนางหอมอย่างใด ก็ต้องฟังว่าจำเลยครองมาโดยเจตนาเป็นเจ้าของ โดยถือว่าบิดามารดายกให้ตามข้อต่อสู้ของจำเลยๆ จึงได้กรรมสิทธิ
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลย ดังได้กล่าวมาดังนี้แล้ว ต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลย ดังได้กล่าวมาดังนี้แล้ว ต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งกรรมสิทธิโดยการครอบครองปรปักษ์ และผลของการได้มาโดยไม่สุจริต
ในโฉนดมีชื่อของนางหอมพี่น้องของจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่พิพาทบางส่วนในโฉนดนี้จำเลยครอบครองมากว่า 10 ปีแล้ว เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยครอบครองมาโดยอาศัยสิทธิของนางหอมอย่างใดก็ต้องฟังว่าจำเลยครองมาโดยเจตนาเป็นเจ้าของโดยถือว่าบิดามารดายกให้ตามข้อต่อสู้ของจำเลย ๆ จึงได้กรรมสิทธิ
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลยดังได้กล่าวมาดังนี้แล้วต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่
คดีนี้แม้โจทก์จะได้ซื้อกรรมสิทธิที่ดินมาจากนางหอม ได้จดทะเบียนสิทธิและเสียค่าตอบแทน แต่เมื่อได้ความตามคำของโจทก์เองว่าโจทก์ได้เห็นจำเลยทำนาพิพาทตั้งแต่ก่อนโจทก์ซื้อ ประกอบกับพฤติการณ์ที่โจทก์ขอซื้อที่พิพาทจากจำเลยดังได้กล่าวมาดังนี้แล้วต้องฟังว่าโจทก์ทราบอยู่ดีก่อนแล้วว่าจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทอยู่ การได้มาซึ่งที่พิพาทของโจทก์จึงเป็นไปโดยไม่สุจริตจะใช้ยันแก่จำเลยหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่า: สิทธิของผู้ให้เช่าเมื่อผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญา และผลของการไม่ยกเว้นข้อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 525ตำบลบางยี่เรืออำเภอธนบุรี เพื่อปลูกเรือนอาศัยอยู่ จำเลยผิดสัญญาค้างค่าเช่า 10 เดือนและให้เช่าช่วง โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับ
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ค้างค่าเช่าไม่ได้ให้เช่าช่วง และชั้นฎีกาจำเลยอ้างว่าแม้จำเลยจะมิได้ยก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ขึ้นต่อสู้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ยังคุ้มครองจำเลยอยู่ ฉะนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าโจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้
ดังนี้เมื่อจำเลยมิได้อ้างเอา พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯขึ้นต่อสู้คดีจำเลยก็ไม่มีทางจะได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัตินั้น เพราะ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ นั้นเพียงแต่ให้สิทธิแก่ผู้เช่าเป็นพิเศษที่จะอ้างเอาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นมาต่อสู้ตัดสิทธิมูลฐานของผู้ให้เช่าในกรณีเช่นนี้ได้เท่านั้น
ดังนั้นคดีตกเป็นกรณีเช่าสามัญตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตกเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์มีสิทธิบอกกล่าวล่วงหน้าเลิกสัญญากับจำเลยได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้ทำผิดสัญญาหรือไม่
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ค้างค่าเช่าไม่ได้ให้เช่าช่วง และชั้นฎีกาจำเลยอ้างว่าแม้จำเลยจะมิได้ยก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ขึ้นต่อสู้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ก็ยังคุ้มครองจำเลยอยู่ ฉะนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าโจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้
ดังนี้เมื่อจำเลยมิได้อ้างเอา พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯขึ้นต่อสู้คดีจำเลยก็ไม่มีทางจะได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัตินั้น เพราะ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ นั้นเพียงแต่ให้สิทธิแก่ผู้เช่าเป็นพิเศษที่จะอ้างเอาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นมาต่อสู้ตัดสิทธิมูลฐานของผู้ให้เช่าในกรณีเช่นนี้ได้เท่านั้น
ดังนั้นคดีตกเป็นกรณีเช่าสามัญตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตกเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์มีสิทธิบอกกล่าวล่วงหน้าเลิกสัญญากับจำเลยได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้ทำผิดสัญญาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับสัญญาเช่าและการบอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา ผู้เช่าต้องอ้างสิทธิ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ เอง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 525 ตำบลบางยี่เรือ อำเภอธนบุรี เพื่อปลูกเรือนอาศัยอยู่ จำเลยผิดสัญญาค้างค่าเช่า 10 เดือน และให้เช่าช่วงโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว ขอให้บังคับ
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ค้างค่าเช่าไม่ได้ให้เช่าช่วง และชั้นฎีกาจำเลยอ้างว่าแม้จำเลยจะมิได้ยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ขึ้นต่อสู้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ยังคุ้มครองจำเลยอยู่ ฉนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าโจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้
ดังนี้เมื่อจำเลยมิได้อ้างเอา พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ขึ้นต่อสู้คดีจำเลยก็ไม่มีทางจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นั้น เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ นั้น เพียงแต่ให้สิทธิแก่ผู้เช่าเป็นพิเศษที่จะอ้างเอาบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาต่อสู้ตัดสิทธิมูลฐานของผู้ให้เช่าในกรณีเช่นนี้ได้เท่านั้น
ดังนั้น คดีตกเป็นกรณีเช่าสามัญตาม ป.พ.พ.และตกเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์มีสิทธิบอกกล่าวล่วงหน้าเลิกสัญญากับจำเลยได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้ทำผิดสัญญาหรือไม่
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ค้างค่าเช่าไม่ได้ให้เช่าช่วง และชั้นฎีกาจำเลยอ้างว่าแม้จำเลยจะมิได้ยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ขึ้นต่อสู้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ก็ยังคุ้มครองจำเลยอยู่ ฉนั้นเมื่อจำเลยไม่ได้ทำผิดสัญญาเช่าโจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้
ดังนี้เมื่อจำเลยมิได้อ้างเอา พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ขึ้นต่อสู้คดีจำเลยก็ไม่มีทางจะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.นั้น เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ นั้น เพียงแต่ให้สิทธิแก่ผู้เช่าเป็นพิเศษที่จะอ้างเอาบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาต่อสู้ตัดสิทธิมูลฐานของผู้ให้เช่าในกรณีเช่นนี้ได้เท่านั้น
ดังนั้น คดีตกเป็นกรณีเช่าสามัญตาม ป.พ.พ.และตกเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา โจทก์มีสิทธิบอกกล่าวล่วงหน้าเลิกสัญญากับจำเลยได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะได้ทำผิดสัญญาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิ่มโทษกักกันผู้กระทำผิดซ้ำ: จำเลยต้องโทษจำคุกจริงไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง จึงจะเพิ่มโทษกักกันได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.288,60 มีกำหนด 1 ปี จำเลยมีอายุไม่เกิน 20 ปีลดให้1 ใน 3 คงจำ 8 เดือน เพิ่มตาม ม.73 อีกกึ่งหนึ่งและลดฐานรับสารภาพให้ 1 ใน 3 คงให้จำคุกไว้ 8 เดือน เมื่อจำเลยพ้นโทษแล้วให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนด 3 ปี ตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดาน เป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8,9
แต่เมื่อปรากฎว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่ากระทำผิดมาแล้ว 5 ครั้ง ๆ ที่ 1 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้เรียกทัณฑ์บล ครั้งที่ 2 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้ส่งโรงเรียนดัดสันดานมีกำหนด 3 ปี ครั้งที่ 3 ฐานเล่นการพนันไพ่ปรับ 30 บาท ครั้งที่ 4 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้ส่งสถานพินิจผึกและอบรม ครั้งที่ 5 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้จำคุก 2 ปี เห็นได้ว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกจริงคือสำหรับครั้งที่ 5 นี้เท่านั้น จึงเพิ่มโทษกักกันจำเลยไม่ได้
แต่เมื่อปรากฎว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่ากระทำผิดมาแล้ว 5 ครั้ง ๆ ที่ 1 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้เรียกทัณฑ์บล ครั้งที่ 2 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้ส่งโรงเรียนดัดสันดานมีกำหนด 3 ปี ครั้งที่ 3 ฐานเล่นการพนันไพ่ปรับ 30 บาท ครั้งที่ 4 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้ส่งสถานพินิจผึกและอบรม ครั้งที่ 5 ฐานวิ่งราวทรัพย์ให้จำคุก 2 ปี เห็นได้ว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกจริงคือสำหรับครั้งที่ 5 นี้เท่านั้น จึงเพิ่มโทษกักกันจำเลยไม่ได้