Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 71

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1981/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขต พ.ร.บ.การค้าข้าว: การยกเว้นสำหรับผู้ค้าปลีกรายย่อยและการบังคับใช้มาตรา 8 กับมาตรา 9
พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 (ฉะบับที่ 1) มาตรา 9 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉะบับที่ 2) มาตรา 5 เป็นเรื่องบัญญัติถึงผู้ประกอบการค้า หาได้บัญญัติถึงบุคคลทั่วไปที่ทำการค้าเป็นครั้งคราว โดยมิได้ขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการค้าข้าวไม่ จึงมีผลเท่ากับว่า ข้อความที่บัญญัติในมาตรา 11 เป็นข้อยกเว้นสำหรับผู้ประกอบการค้าข้าว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 9.
เรือที่ใช้เป็นพาหนะขนข้าวเปลือกไปแลกกับบุคคลอื่น ไม่ใช่สิ่งที่บรรจุ ไม่ริบ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการกองดับเพลิง ไม่ถือเป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
เช่าเป็นที่ทำการกองดับเพลิงและได้มีรถดับเพลิงอยู่ด้วย แม้จะมีพนักงานดับเพลิงอยู่ในที่เช่าด้วย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 11/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่เพื่อใช้เป็นที่ทำการกองดับเพลิง แม้มีพนักงานพักอาศัย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
เช่าเป็นที่ทำการกองดับเพลิงและได้มีรถดับเพลิงอยู่ด้วย แม้จะมีพนักงานดับเพลิงอยู่ในที่เช่าด้วย ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
(อ้างฎีกาที่ 11/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัว: การกระทำเพื่อป้องกันชีวิตจากภัยคุกคามด้วยอาวุธและการใช้กำลังพอสมควรแก่เหตุ
ผู้ตายถือมีดดาบไปถึงโรงจำเลยเวลากลางคืนและร้องเรียกให้จำเลยเปิดประตู จำเลยไม่ยอมเปิด ผู้ตายตัดเชือกผูกประตูเปิดเข้าไปในห้องจำเลย จำเลยคว้าได้ขวานหลบหนีไปอยู่ใต้ถุน ผู้ตายใช้ดาบแทงตามร่องพื้นโรงจนจำเลยต้องหนีออกจากใต้ถุนจะออกทางประตู ผู้ตายใช้มีดดาบฟันจำเลยแต่มีดดาบไปถูกแปหลังคาโรงเสีย จำเลยหันมาใช้ขวานฟันผู้ตายหลายที ดังนี้ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1971/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ เมื่อถูกผู้มีอาวุธบุกรุกและข่มขู่
ผู้ตายถือมีดดาบไปถึงโรงจำเลยเวลากลางคืนและร้องเรียกให้จำเลยเปิดประตู จำเลยไม่ยอมเปิด ผู้ตายตัดเชือกผูกประตูเปิดเข้าไปในห้องจำเลย จำเลยคว้าได้ขวานหลบหนีไปอยู่ใต้ถุน ผู้ตายใช้ดาบแทงตามร่องพื้นโรงจนจำเลยต้องหนีออกจากใต้ถุน จะออกทางประตูผู้ตายใช้มีดดาบฟันจำเลยแต่มีดดาบไปถูกแปหลังคาโรงเสีย จำเลยหันมาใช้ขวานฟันผู้ตายหลายที ดังนี้ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองอาวุธปืนของทหารเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการ ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
จำเลยซึ่งรับราชการทหารมีอาวุธปืนของราชการทหาร เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่สารวัตรนั้น ถือว่าจำเลยมีไว้ทางราชการทหารไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แม้จะเอาปืนนั้นไปเพื่อก่อการร้ายก็ตาม.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1958/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อาวุธปืนของราชการทหาร: การครอบครองเพื่อปฏิบัติหน้าที่ย่อมไม่ผิด แม้มีเหตุสงสัยก่อการร้าย
จำเลยซึ่งรับราชการทหารมีอาวุธปืนของราชการทหาร เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่สารวัตรนั้น ถือว่าจำเลยมีไว้ทางราชการทหารไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต แม้จะเอาปืนนั้นไปเพื่อก่อการร้ายก็ตาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหลอกลวงให้ถอนฟ้องและการผิดคำรับรอง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือแจ้งความเท็จ
การที่จำเลยหลอกลวงให้เขาถอนคำร้องทุกข์และถอนฟ้องนั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และที่จำเลยรับต่อศาลว่าจะคืนจะแบ่งทรัพย์มรดกให้เขาแล้ว ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ผิดฐานแจ้งความเท็จ เป็นแต่เพียงผิดคำรับรองไว้
คำฟ้องในคดีอาญาไม่ใช่หนังสือสำคัญตาม กฎหมายลักษณะอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหลอกลวงให้ถอนฟ้อง และผิดคำรับรอง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือแจ้งความเท็จ
การที่จำเลยหลอกลวงให้เขาถอนคำร้องทุกข์และถอนฟ้องนั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และที่จำเลยรับต่อศาลว่าจะคืนจะแบ่งทรัพย์มฤดกให้เขาแล้ว ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ผิดฐานแจ้งความเท็จ เป็นแต่เพียงผิดคำรับรองไว้
คำฟ้องในคดีอาญาไม่ใช่หนังสือสำคัญตาม ก.ม.ลักษณะอาญา.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1951/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของคำฟ้องอาญา: การระบุช่วงเวลากลางคืนและพยานหลักฐาน
ฟ้องคดีอาญาที่กล่าวว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 มิถุนายน 2491 เวลากลางคืนนั้น พอเข้าใจได้ว่าหมายถึงคืนระหว่างวันที่ 16-17 ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭