Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 71

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกอบกิจการแปรรูปไม้เข้าข่าย 'โรงงานแปรรูปไม้' ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
จำเลยทำการแปรรูปไม้ที่ในสวนกล้วย โดยตั้งเป็นโรง 2 ห้อง ทำค้างเลื่อยให้คนเลื่อยไม่ได้ 4 คู่ ทำการเลื่อยไม้แล้วเป็นอันมาก ที่ส่งออกไปที่อื่นเจ้าพนักงานจับได้เป็นไม้กระดาน 103 แผ่น ยังมีปีกไม้อยู่ตามบริเวณโรงงานอีกกว่า 200 แผ่น ไม้เหลี่ยม 6 เหลี่ยม ไม้สักกว่า 20 ท่อน ดังนี้ ต้องถือว่าที่ทำการเลื่อยไม้ของจำเลยเป็น "โรงงานแปรรูปไม้" ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 4(13)แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากเอกสารสำเนาที่รับรองถูกต้อง โดยไม่จำต้องสืบพยานประกอบ
จำเลยอ้างต้นฉะบับรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันของสถานีตำรวจเป็นพยวานต่อศาล แต่ผู้บังคับกองตำรวจคัดสำเนาส่งมาให้โดยรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริง ดังนี้ถ้าโจทก์ มิได้คัดค้านว่าเจ้าหน้าที่คัดสำเนาผิดจากต้นฉะบับแล้ว ศาลก็ชอบที่จะฟังสำเนาเอกสารนั้น เป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 238 หาจำต้องอ้างพยานบุคคลมาสืบประกอบเอกสารที่อ้างนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1719/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากสำเนาเอกสารที่รับรองความถูกต้อง
จำเลยอ้างต้นฉบับรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันของสถานีตำรวจเป็นพยานต่อศาล แต่ผู้บังคับกองตำรวจคัดสำเนาส่งมาให้โดยรับรองว่าเป็นสำเนาอันแท้จริง ดังนี้ถ้าโจทก์มิได้คัดค้านว่าเจ้าหน้าที่คัดสำเนาผิดจากต้นฉบับแล้ว ศาลก็ชอบที่จะฟังสำเนาเอกสารนั้น เป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 238 หาจำต้องอ้างพยานบุคคลมาสืบประกอบเอกสารที่อ้างนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ห้องเช่าใช้เป็นสำนักหญิงนครโสเภณี มิใช่ที่อยู่อาศัย ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ใช้ห้องเช่าเป็นสำนักหญิงนครโสเภณีนั้น มิใช่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ หากใช้เป็นที่รับบุคคลอื่นเข้ามาเพื่อประกอบกิจในทางความใคร่ จึงนับเป็นเคหะที่อยู่ในความคุ้มครองแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ มิได้ผู้เช่าจะอยู่ในห้องนั้นด้วยหรือไม่ ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ห้องเช่าเป็นสำนักโสเภณี ไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
ใช้ห้องเช่าเป็นสำนักหญิงนครโสเภณีนั้น มิใช่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามความหมายในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ หากใช้เป็นที่รับบุคคลอื่นเข้ามาเพื่อประกอบกิจในทางความใคร่จึงนับเป็นเคหะที่อยู่ในความคุ้มครองแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ มิได้ ผู้เช่าจะอยุ่ในห้องนั้นด้วยหรือไม่ ไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการรับสินบนนำจับในคดีความผิดพ.ร.บ.อากรฆ่าสัตว์: ศาลมีหน้าที่สั่งแบ่งค่าปรับเป็นสินบน
ในกรณีที่จำเลยฆ่ากระบือโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นผิดตามพ.ร.บ.อากรฆ่าสัตว์ นั้นอัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบนแก่ผู้แจ้งความรับสินบนนำจับมาในฟ้องได้และเป็นหน้าที่ของศาลจะต้องสั่งแบ่งค่าปรับให้เป็นส่วนค่าสินบนนำจับไว้ตามมาตรา 3 ตอนท้าย แห่งพ.ร.บ.อากรฆ่าสัตว์(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลสั่งจ่ายสินบลนำจับจากค่าปรับคดีฆ่าสัตว์โดยผิดกฎหมาย
ในกรณีที่จำเลยฆ่ากระบือโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นผิดตาม พ.ร.บ.อากรฆ่าสัตว์ นั้นอัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจ่ายสินบลแก่ผู้แจ้งความรับสินบลนำจับมาในฟ้องได้ และเป็นหน้าที่ของศาลจะต้องสั่งแบ่งค่าปรับให้เป็นส่วนค่าสินบลนำจับไว้ตามมาตรา 3 ตอนท้าย แห่ง พ.ร.บ.อากรฆ่าสัตว์ ( ฉบับที่3 ) พ.ศ. 2490

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พิพาทกรรมสิทธิที่ดิน: การประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อกำหนดค่าขึ้นศาล
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินแก่โจทก์ตามสัญญาจำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้มีการทำสัญญาขายแก่โจทก์ ดังนี้ เป็นการพิพาทกันด้วยกรรมสิทธิที่ดิน ต้องเรียกคู่ขึ้นศาลตามราคาที่ดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าของร่วมขายส่วนของตนได้ แม้ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมอื่น หากระบุส่วนสัดชัดเจน
เจ้าของร่วมคนหนึ่ง ๆ ขายที่ดินให้ผู้อื่นโดยระบุส่วนสัดของคนบอกจำนวนเนื้อที่ไว้อย่างชัดแจ้ง มิได้เกินกว่าส่วนสิทธิของตนนั้น แม้เจ้าของร่วมคนอื่นจะมิได้รู้เห็นยินยอมด้วย ก็ตาม การซื้อขายนั้นก็ย่อมสมบูรณ์ตาม ป.ม.แพ่ง ฯมาตรา 1361 วรรค 1 ส่วนมาตรา 1361 วรรค 2 นั้น ท่านประสงค์ห้ามมิให้เจ้าของร่วมคนหนึ่ง ๆ จำหน่าย จำนำ หรือก่อให้เกิดภาระติดพันแก่ตัวทรัพย์สินนั้น โดยมิได้รับความยินยอมแห่งเจ้าของร่วมทุกคนเพราะเป็นการทำลายสิทธิของเจ้าของรวมคนอื่นด้วย มิใช่แต่เฉพาะส่วนของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1676-1677/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ รวมสำนวนคดีเดียวกัน แม้สืบพยานแยกกัน ศาลลงโทษฐานสมรู้ร่วมคิดได้
คดี 2 สำนวน ทั้งโจทก์และจำเลยจะต่างคนกัน ทั้งสองสำนวนแต่เป็นเรื่องกรณีเดียวกัน แม้ศาลสืบพยานแต่ละสำนวนกัน ก็พิพากษารวมกันได้ตามอำนาจในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 28
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการในการจัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อปรากฏว่าเป็นเพียงผู้ทำไพ่ และคนไพ่อันเป็นการอุปการะแก่การกระทำผิดรายนี้ ศาลก็ย่อมลงโทษฐานสมรู้ได้ ตามนัยฎีกาที่205/2483,214/2484
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭