ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองมรดกเกิน 1 ปี ทำให้เกิดสิทธิในทรัพย์มรดก และผลของการแบ่งทรัพย์มรดกตามการครอบครอง
ผู้มีสิทธิได้รับมฤดกเข้ามาอยู่+ที่มฤดกเมื่อ-เกิน 1 ปีนับแต่+มฤดกตาย ผู้รับมฤดกคนที่+ครองที่มฤดก ย่อมฟ้องขับไล่ได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกแย่งกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ 3 แปลง +ให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไปทาง พิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเพียง 2 กะบิ้งเท่านั้น ศาล+พิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง +ที่ดิน 2 กะบิ้งอันเป้นของโจทก์+ได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกแย่งกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ 3 แปลง +ให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไปทาง พิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเพียง 2 กะบิ้งเท่านั้น ศาล+พิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้อง +ที่ดิน 2 กะบิ้งอันเป้นของโจทก์+ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองมรดกเกิน 1 ปี และสิทธิในการครอบครองทรัพย์มรดก
ผู้มีสิทธิได้รับมรดกเข้ามาอยู่ในที่มรดกเมื่อเกิน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตายผู้รับมรดกคนที่ปกครองที่มรดก ย่อมฟ้องขับไล่ได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ 3 แปลงขอให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไป ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเพียง 2 กะบิ้งเท่านั้น ศาลย่อมพิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดิน 2 กะบิ้งอันเป็นของโจทก์นั้นได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ 3 แปลงขอให้ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไป ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์เป็นเจ้าของเพียง 2 กะบิ้งเท่านั้น ศาลย่อมพิพากษาห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดิน 2 กะบิ้งอันเป็นของโจทก์นั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 167/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละการครอบครองที่ดิน: เจตนาจากพฤติการณ์หลีกเลี่ยงการติดต่อและการทิ้งร้าง
สามีจากภริยาและบุตรไปทำมาหากินอยู่ที่อื่น และไปมีภริยาใหม่เกิดบุตรด้วยกันอีกหลายคนเป็นเวลานานเกือบ 40 ปี โดยไม่มีการติดต่อเยี่ยมเยียนภรรยาและบุตรเดิมเลยนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า เจตนาสละการครอบครองที่นามือเปล่าที่ตนเป็นเจ้าของทำกินร่วมกับภริยาและบุตรคนเดิม ให้แก่ภริยาและบุตรคนเดิมแล้ว
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของบิดา จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์ที่ขอแบ่งมารดาจำเลยได้มาทางบรรพบุรุษของมารดาจำเลยดังนี้ เท่ากับต่อสู้ว่าทรัพย์รายนี้ไม่ใช่มรดกของบิดาโจทก์นั่นเอง ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมเป็นของบิดาโจทก์ แต่บิดาโจทก์สละให้เป็นของมารดาจำเลยและจำเลยแล้วศาลก็ตัดสินให้จำเลยชนะคดีได้ไม่เป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของบิดา จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์ที่ขอแบ่งมารดาจำเลยได้มาทางบรรพบุรุษของมารดาจำเลยดังนี้ เท่ากับต่อสู้ว่าทรัพย์รายนี้ไม่ใช่มรดกของบิดาโจทก์นั่นเอง ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมเป็นของบิดาโจทก์ แต่บิดาโจทก์สละให้เป็นของมารดาจำเลยและจำเลยแล้วศาลก็ตัดสินให้จำเลยชนะคดีได้ไม่เป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 167/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละเจตนาครอบครองทรัพย์สิน: การทิ้งร้างและเจตนาสละสิทธิในทรัพย์สินโดยปริยาย
สามีจากภิริยาและบุตรไปทำมาหากินอยู่ที่อื่น และไปมีภริยาใหม่ เกิดบุตรด้วยกันอีกหลายคน เป็นเวลานานเกือบ40ปี โดยไม่มีการติดต่อเยี่ยมเยียนภรรยาและบุตรเดิมแบบนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า เจตนาสละการครอบครองที่นามือเปล่าที่ตนเป็นเจ้าของทำกินร่วมกับภริยาและบุตรคนเดิม ให้แก่ภิริยาและบุตรคนเดิมแล้ว
โจทก์ต้องขอแบ่งมฤดกของบิดา จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์ที่ขอแบ่ง มารดาจำเลยได้มาทางบรรพบุรุษของมารดาจำเลยดังนี้ เท่ากับต่อสู้ว่า ทรัพย์รายนี้ไม่ใช่มฤดกของบิดาโจทก์นั่นเอง ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมเป็นของบิดาโจทก์แต่บิดาโจทก์สละให้เป็นมารดาจำเลย และจำเลยแล้ว ศาลก็ตัดสินให้จำเลยชนะคดีได้ ไม่เป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้
โจทก์ต้องขอแบ่งมฤดกของบิดา จำเลยต่อสู้ว่าทรัพย์ที่ขอแบ่ง มารดาจำเลยได้มาทางบรรพบุรุษของมารดาจำเลยดังนี้ เท่ากับต่อสู้ว่า ทรัพย์รายนี้ไม่ใช่มฤดกของบิดาโจทก์นั่นเอง ฉะนั้นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมเป็นของบิดาโจทก์แต่บิดาโจทก์สละให้เป็นมารดาจำเลย และจำเลยแล้ว ศาลก็ตัดสินให้จำเลยชนะคดีได้ ไม่เป็นการนอกประเด็นข้อต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ทำให้ผู้เช่าย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายฉบับดังกล่าว
การเช่าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขัน พ.ศ. 2486 หรือ 2488 นั้น ถ้ามีการบอกเลิกการเช่ากันโดยชอบก่อนแล้ว แต่ผู้เช่าไม่ยอมออกจากที่เช่าจนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2486 ถือว่าไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ทำให้สัญญาเช่าสิ้นสุด ผู้เช่าไม่ได้รับความคุ้มครอง
การเช่าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2486 หรือ 2488 นั้น ถ้ามีการบอกเลิกการเช่ากันโดยชอบก่อนแล้ว แต่ผู้เช่าไม่ยอมออกจากที่เช่าจนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ 2489 ถือว่าไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของช่วงเวลาที่ระบุในฟ้องอาญา หากข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาไม่แตกต่างจากที่กล่าวอ้างในฟ้อง
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกวันที่ 28 เมษายน ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 29 เมษายน ทางพิจารณาได้ความว่าเกิดเหตุเมื่อ 4.00 น. รุ่งเช้าก็เป็นวันที่ 29 เมษายน ดังนี้ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 165/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของข้อกล่าวหาในฟ้องอาญา: เหตุเกิดในช่วงเวลาที่ระบุ
ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตก วันที่ 28 เมษายน ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น วันที่ 29 เมษายน ทางพิจารณาได้ความว่า เกิดเหตุเมื่อ 4.00 น. รุ่งเช้าก็เป็นวันที่ 29 เมษายน ดังนี้ ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความตาม ทางพิจารณาไม่ต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขีดฆ่าพินัยกรรม: ผลกระทบต่อความสมบูรณ์ของพินัยกรรมเฉพาะส่วน
การขีดฆ่าถ้อยคำในพินัยกรรม โดยพยานผู้นั่งและเป็นผู้เขียนเซ็นรับรองไว้คนเดียวนั้น นับว่าไม่สมบูรณ์
การขีดฆ่าถ้อยคำบางคำในพินัยกรรมทำไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับไว้นั้น ไม่เป็นเหตุทำให้พินัยกรรมซึ่งทำขึ้นโดยถูกต้องเสียไปทั้งหมดคงใช้ไม่ได้แต่เฉพาะการขีดฆ่าที่ไม่ทำให้ถูกต้องเท่านั้น
การขีดฆ่าถ้อยคำบางคำในพินัยกรรมทำไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับไว้นั้น ไม่เป็นเหตุทำให้พินัยกรรมซึ่งทำขึ้นโดยถูกต้องเสียไปทั้งหมดคงใช้ไม่ได้แต่เฉพาะการขีดฆ่าที่ไม่ทำให้ถูกต้องเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขีดฆ่าพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วน ไม่ทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับเป็นโมฆะ
การขีดฆ่าถ้อยคำในพินัยกรรม์ โดยพยานผู้นั่งและเป็นผู้เขียนเซ็นรับรองไว้คนเดียวนั้น นับว่าไม่สมบูรณ์
การขีดฆ่าถ้อยคำบางคำในพินัยกรรม์ ทำไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับไว้นั้น ไม่เป็นเหตุทำให้พินัยกรรม์ ซึ่งทำขึ้นโดยถูกต้องเสียไปทั้งหมด คงใช้ไม่ได้แต่เฉพาะการขีดฆ่าที่ไม่ทำให้ถูกต้องเท่านั้น
การขีดฆ่าถ้อยคำบางคำในพินัยกรรม์ ทำไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายบังคับไว้นั้น ไม่เป็นเหตุทำให้พินัยกรรม์ ซึ่งทำขึ้นโดยถูกต้องเสียไปทั้งหมด คงใช้ไม่ได้แต่เฉพาะการขีดฆ่าที่ไม่ทำให้ถูกต้องเท่านั้น