ผลการค้นหาตามปี "2528" (1173 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2872/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตัวการเก็บหาของป่าหวงห้าม แม้ไม่ได้เก็บเอง แต่รับซื้อและเคลื่อนย้าย ถือมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
จำเลยรับซื้อถ่านไม้อันเป็นของป่าหวงห้ามแล้วพาถ่านไม้ นั้น ไปเสียให้พ้นพาเคลื่อนที่จากป่าโดยจำเลยรู้อยู่ แล้วว่าถ่านไม้ ดังกล่าวเป็นของป่าหวงห้ามที่มีผู้ได้มาโดยการกระทำผิดฐาน เก็บหาของป่าหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ มิได้เสียค่าภาคหลวงอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นตัวการเก็บหาของป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 29,70
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2868/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนทันทีเมื่อทำสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้ยังไม่ชำระเงินครบ
ผู้เสียหายตกลงขายครั่งให้แก่จำเลยในราคา 400 บาทจำเลยขอ แกะครั่งจากไม้ก่อน เมื่อแกะครั่งแล้วก่อนเอาครั่งไปจะชำระเงินอีก 300 บาทโดยไม่ได้ตกลงให้ถือเอาการชำระเงินเป็นเงื่อนไขในการ โอนกรรมสิทธิ์ข้อตกลงดังกล่าว จึงมิใช่เงื่อนไขที่จะทำให้กรรมสิทธิ์ ในครั่งไม่โอนไปยัง จำเลยการตกลงซื้อขายครั่งระหว่างผู้เสียหาย กับจำเลยเป็น การซื้อขายเสร็จเด็ดขาดเพราะเป็นการซื้อเหมาครั่ง ที่มี จำนวนแน่นอน เมื่อตกลงซื้อขายด้วยวาจากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อขายย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา458 การที่จำเลยเอา ทรัพย์อันเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยไป จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2868/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในครั่งโอนทันทีเมื่อซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แม้ยังไม่ชำระเงินครบ การเอาไปไม่เป็นลักทรัพย์
ผู้เสียหายตกลงขายครั่งให้แก่จำเลยในราคา 400 บาท จำเลยขอแกะครั่งจากไม้ก่อน เมื่อแกะครั่งแล้ว ก่อนเอาครั่งไปจะชำระเงินอีก 300 บาท โดยไม่ได้ตกลงให้ถือเอาการชำระเงินเป็นเงื่อนไขในการโอนกรรมสิทธิ์ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมิใช่เงื่อนไขที่จะทำให้กรรมสิทธิ์ในครั่งไม่โอนไปยังจำเลย การตกลงซื้อขายครั่งระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เพราะเป็นการซื้อเหมาครั่งที่มีจำนวนแน่นอน เมื่อตกลงซื้อขายด้วยวาจากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อขายย่อมโอนไปยังผู้ซื้อทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 การที่จำเลยเอาทรัพย์อันเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยไป จึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจากความขัดแย้งส่วนตัวและการเข้าใจผิด
บ. ถูกยิงตาย จำเลยมาขอเงินภริยาผู้เสียหาย อ้างว่า ผู้เสียหายว่าจ้างจำเลยยิง บ. ภริยาผู้เสียหายไม่ยอมให้จำเลยพูดอาฆาตว่า แล้วจะเสียใจต่อมาพี่เขยจำเลยถูกยิงตาย จำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนจ้างให้ผู้อื่นไปยิง วันเกิดเหตุจำเลยมาซุ่มอยู่ข้างทางแล้วยิง ผู้เสียหายจนล้ม จำเลยตามยิงผู้เสียหายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง กรณีดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2865/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจากความขัดแย้งส่วนตัวและการเข้าใจผิด
บ.ถูกยิงตายจำเลยมาขอเงินภริยาผู้เสียหายอ้างว่า ผู้เสียหาย ว่าจ้างจำเลยยิงบ.ภริยาผู้เสียหายไม่ยอมให้จำเลยพูดอาฆาตว่า แล้วจะเสียใจต่อมาพี่เขยจำเลยถูกยิง ตายจำเลยเข้าใจว่าผู้เสียหาย เป็นคนจ้างให้ผู้อื่นไปยิงวันเกิดเหตุจำเลยมาซุ่มอยู่ข้างทางแล้วยิง ผู้เสียหายจน ล้มจำเลยตามยิงผู้เสียหายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง กรณีดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2853/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นที่ยื่นต่อทะเบียนมีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมาย
สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นในวันประชุมสามัญของบริษัทจำเลยที่ยื่นต่อ นายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทตามบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสองเมื่อจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่า ไม่ถูกต้องตรงกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น อย่างไร จำเลย เพียงแต่อ้างว่าสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นดังกล่าว อาจผิดพลาดเพราะ กรรมการผู้จัดการคนก่อนเป็นผู้ทำโดยไม่รู้ ภาษาไทยซึ่งก็เป็นแต่ คำกล่าวอ้างลอยๆหาได้มี พยานหลักฐานสนับสนุนไม่ จึงต้องฟังว่า เป็นสำเนาอันถูกต้องของสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย ย่อมได้รับ การ สันนิษฐานว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1141 เช่นเดียวกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2853/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นมีน้ำหนักเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมาย หากไม่มีการโต้แย้งความถูกต้อง
สำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นในวันประชุมสามัญของบริษัทจำเลยที่ยื่นต่อ นายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทตามบทบัญญัติของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1139 วรรคสอง เมื่อจำเลยไม่ได้โต้แย้งว่า ไม่ถูกต้องตรงกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น อย่างไร จำเลย เพียงแต่อ้างว่าสำเนาบัญชีผู้ถือหุ้นดังกล่าว อาจผิดพลาดเพราะ กรรมการผู้จัดการคนก่อนเป็นผู้ทำโดยไม่รู้ ภาษาไทยซึ่งก็เป็นแต่ คำกล่าวอ้างลอยๆหาได้มี พยานหลักฐานสนับสนุนไม่ จึงต้องฟังว่า เป็นสำเนาอันถูกต้องของสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย ย่อมได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1141 เช่นเดียวกับสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2849/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้ามตามมาตรา 218 เมื่อศาลล่างพิพากษาลงโทษในบทเดียวกัน แม้แก้โทษเล็กน้อย
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยชำเราผู้เสียหายโดยลักษณะข่มขืนจำคุก 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรกเช่นเดียวกัน โดยฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียหายสมัครใจให้จำเลยกระทำชำเราจำคุก2 ปี จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในบทมาตราเดียวกัน แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาแก้โทษให้เบาลง ก็เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และ ลงโทษจำคุกไม่เกิน5 ปี การที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำชำเราในลักษณะข่มขืนอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดำเนินกิจการยาสูบโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้ได้รับอนุญาตแล้ว เพราะไม่ใช่การผูกขาด
โจทก์ฟ้องจำเลยอ้างมูลละเมิด เนื่องมาจากโจทก์ได้รับอนุญาตจาก กรมสรรพสามิตให้ตั้งสถานีบ่มใบยา สร้างโรงบ่มใบยา ทำการบ่มใบยา เพาะปลูกต้นยาสูบซื้อและขายใบยา ในท้องที่ต่าง ๆ จำเลยได้ดำเนินกิจการอย่างเดียวกัน โดยไม่ได้รับอนุญาตทับลงบนบางท้องที่ซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาต แม้การ กระทำของจำเลยดังกล่าวคือการตั้งสถานีบ่มใบยา สร้างโรงบ่มใบยา ทำการบ่มใบยาเพาะปลูกต้นยาสูบจะต้องได้รับ อนุญาตก่อนดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 แต่กิจการดังกล่าวนี้มิได้มีลักษณะเป็นการผูกขาด ซึ่งผู้ได้รับอนุญาตแล้วจะทำได้แต่เพียงผู้เดียวกิจการผูกขาด ตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มีชนิดเดียวเท่านั้น คือการประกอบอุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรต ซึ่งเป็นการผูกขาดของรัฐการกระทำของจำเลย ตามที่โจทก์ฟ้องแม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิต ก็ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์จำเลยคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาสูบ ถือไม่ได้ว่ามี กฎหมายรับรองคุ้มครองสิทธิของโจทก์อันจะก่อให้เกิด มูลละเมิดตามกฎหมายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้
หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2528
หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2528
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2842/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดำเนินกิจการยาสูบโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้ได้รับอนุญาตก่อนหน้า
โจทก์ฟ้องจำเลยอ้างมูลละเมิด เนื่องมาจากโจทก์ได้รับอนุญาตจาก กรมสรรพสามิตให้ตั้งสถานีบ่มใบยา สร้างโรงบ่มใบยา ทำการบ่มใบยา เพาะปลูกต้นยาสูบซื้อและขายใบยาในท้องที่ ต่างๆจำเลยได้ดำเนินกิจการ อย่างเดียวกันโดยไม่ได้รับอนุญาตทับลงบนบางท้องที่ซึ่งโจทก์ได้รับอนุญาต แม้การ กระทำของจำเลยดังกล่าวคือการตั้งสถานีบ่มใบยาสร้างโรงบ่มใบยา ทำการบ่มใบยาเพาะปลูกต้นยาสูบจะต้องได้รับ อนุญาตก่อนดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติยาสูบพ.ศ. 2509แต่ กิจการดังกล่าวนี้มิได้มีลักษณะเป็น การผูกขาดซึ่งผู้ได้ รับอนุญาตแล้วจะทำได้แต่เพียงผู้เดียวกิจการผูกขาด ตามพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มีชนิดเดียวเท่านั้น คือการ ประกอบ อุตสาหกรรมบุหรี่ซิกาแรตซึ่งเป็นการผูกขาดของรัฐการกระทำของจำเลย ตามที่โจทก์ฟ้องแม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพสามิต ก็ไม่เป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์จำเลยคงมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาสูบ ถือไม่ได้ว่ามี กฎหมายรับรองคุ้มครองสิทธิของโจทก์อันจะก่อให้เกิด มูลละเมิดตามกฎหมายโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ หมายเหตุ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2528