Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2491 — หน้า 76

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2491" (935 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถือครองทรัพย์สินและการลักทรัพย์: การครอบครองยังอยู่กับเจ้าของ แม้จะให้ผู้อื่นช่วยถือ
เจ้าของทรัพย์ยอมให้จำเลยช่วยถือทรัพย์ไว้แทนตนและไปด้วยกันการครอบครองในทรัพย์ยังตกอยู่แก่เจ้าของทรัพย์ การที่จำเลยบังอาจพาทรัพย์นั้นหนีไป ให้พ้นจากความครอบครองของเจ้าของทรัพย์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นความผิดฐานลักทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องนายจ้างต้องแสดงการกระทำละเมิดในทางการจ้าง
การฟ้องนายจ้างให้รับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำนั้น จะต้องบรรยายฟ้องให้เห็นว่าลูกจ้างได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง.
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้าง สมคบกันเอาเพลิงจุดเผาป่าในสวนของจำเลยที่ 1 โดยประมาท เป็นเหตุให้ไฟไหม้สวนของโจทก์ดังนี้ ไม่เป็นคำบรรยายฟ้องอันจะพึงให้นายจ้างต้องรับผิดตาม ม. 425.
ศาลต้องพิพากษาชี้ขาดคดีตามข้อหาและประเด็นในคำฟ้อง เมื่อฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญอันเป็นประเด็นที่จะให้จำเลยต้องรับผิดแล้ว ก็ต้องยกฟ้อง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นายจ้างรับผิดร่วมกับการละเมิดของลูกจ้างต้องแสดงการกระทำในทางการจ้าง
การฟ้องนายจ้างให้รับผิดร่วมกับลูกจ้างในผลแห่งการละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำนั้น จะต้องบรรยายฟ้องให้เห็นว่าลูกจ้างได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างสมคบกันเอาเพลิงจุดเผาป่าในสวนของจำเลยที่ 1 โดยประมาทเป็นเหตุให้ไฟไหม้สวนของโจทก์ดังนี้ ไม่เป็นคำบรรยายฟ้องอันจะพึงให้นายจ้างต้องรับผิดตามมาตรา 425
ศาลต้องพิพากษาชี้ขาดคดีตามข้อหาและประเด็นในคำฟ้อง เมื่อฟ้องโจทก์ขาดสาระสำคัญ อันเป็นประเด็นที่จะให้จำเลยต้องรับผิดแล้ว ก็ต้องยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบข้อเท็จจริงส่วนร่วมในการทำสัญญาซื้อขาย ไม่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร
ตามสัญญาซื้อขายมีชื่อสามีจำเลยเป็นผู้ซื้อ แต่ผู้เดียวนั้น โจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าตนมีส่วนออกเงินร่วมด้วยในการทำสัญญานั้น ไม่เรียกว่าเป็นการนำสืบแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสารที่ห้ามไว้ตามมาตรา 94(ข)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เพราะเป็นการนำสืบถึงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง มิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในตัวสัญญานั้นเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบส่วนได้เสียร่วมในสัญญาซื้อขายที่ไม่ระบุชื่อผู้ร่วมซื้อ ไม่เป็นการแก้ไขเอกสาร
ตามสัญญาซื้อขายมีชื่อสามีจำเลยเป็นผู้ซื้อ แต่ผู้เดียวนั้นโจทก์มีสิทธิที่จะนำสืบได้ว่าตนมีส่วนออกเงินร่วมด้วยในการทำสัญญานั้น ไม่เรียกว่า เป็นการนำสืบแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเอกสารที่ห้ามไว้ตามมาตรา 94 ( ข) ป.ม.วิ.แพ่ง เพราะเป็นการนำสืบถึงข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง มิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในตัวสัญญานั้นเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทางจำเป็น-ภาระจำยอม: การฟ้องร้องขอเปิดทางผ่านที่ดิน และประเด็นค่าทดแทน
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่อาจดำเนินคดีฟ้องร้องโดยลำพังตนเองได้เท่านั้น จำเลยไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากสามี หรือหนังสืออนุญาตใช้ไม่ได้เพราะเหตุใด เมื่อศาลพอใจในความสามารถของโจทก์ตามหนังสืออนุญาตของสามีโจทก์ที่ติดมาท้ายฟ้องแล้ว เป็นอันฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี ไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภาระจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่า เป็นภาระจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและทำหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อ
จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลวินิจฉัยถึง.
( อ้างฎีกา 311/89 )

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทางจำเป็น vs. ภาระจำยอม: ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหนังสืออนุญาตของสามี แม้มีคำขอภาระจำยอมแต่ไม่ได้บรรยายเหตุ
จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่อาจดำเนินคดีฟ้องร้องโดยลำพังตนเองได้เท่านั้น จำเลยไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากสามี หรือหนังสืออนุญาตใช้ไม่ได้ เพราะเหตุใด เมื่อศาลพอใจในความสามารถของโจทก์ตามหนังสืออนุญาตของสามีโจทก์ที่ติดมาท้ายฟ้องแล้วเป็นอันฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี ไม่จำต้องนำสืบอีก
โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภารจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่าเป็นทางภารจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว
แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลย ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นจะให้ศาลวินิจฉัยถึง (อ้างฎีกา 311/2489)
พิพาทกันเรื่องทางเดินวิวาทซึ่งรับกันว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม ที่ดินของจำเลยได้ล้อมอยู่ แม้โจทก์จะระบุเลขโฉนดผิด ก็ไม่เป็นการเสียหายแก่รูปคดีอย่างไร
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น ศาลชั้นต้นฟังว่าเป็นทางภารจำยอมศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นทางภารจำยอมและทางจำเป็นพิพากษาให้เปิดทางจำเป็นคู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเพียงพอของฟ้องคดีปล้นทรัพย์ - ไม่จำต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์ เป็นที่เข้าใจว่าในบ้านเจ้าทรัพย์ย่อมมีทรัพย์หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าระบุก็มากมายเกินความจำเป็น จำเลยย่อมเข้าใจฟ้องได้ดี ไม่จำต้องระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรราคาเท่าใด ฟ้องของโจทก์ย่อมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเพียงพอของฟ้องคดีปล้นทรัพย์ ไม่ต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์ เป็นที่เข้าใจว่าในบ้านเจ้าทรัพย์ย่อมมีทรัพย์หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าระบุก็มากมายเกินความจำเป็นจำเลยย่อมเข้าใจฟ้องได้ดี ไม่จำต้องระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรราคาเท่าใด ฟ้องของโจทก์ย่อมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับข้อเท็จจริงในสัญญาเช่าและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า กรณีใช้เป็นสำนักงาน
ในคดีแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้องของโจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่ต้องสืบพะยานในข้อที่จำเลยรับ.
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการ หาใช่เป็นเคหะไม่ เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า.
(อ้างฎีกา ที่ 1099,1147/2491)
of 94 ⏮ ◀ ▶ ⏭