ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลพิจารณาเจตนาผู้กระทำเพื่อลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
จำเลยและผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ชั้นต้นก็มาชวนกันไปเที่ยวเกี้ยวสาวน่าจะมีเรื่องขัดใจกันขึ้นจำเลยจึงแทงเอา ปรากฎตามคำชัณสูตรพลิกศพว่าแผลกว้างครึ่ง ช.ม.ยาม 2 ช.ม. แสดงว่าอาวุธขนาดย่อมจะลึกเท่าใดไม่ได้หยั่งไว้ คงปรากฎเพียงว่าลำไส้ทะลุและไหลออกมา ไม่ได้ความว่าทะลุมากน้อยเพียงไร รูปคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำร้ายโดยเจตนาฆ่าหรืออาจจะแลเห็นผลแห่งการกระทำของตนได้ จำเลยจึงมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลลดโทษจากเจตนาฆ่าเป็นฆ่าโดยไม่เจตนา
จำเลยและผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน ชั้นต้นก็มาชวนกันไปเที่ยวเกี้ยวสาวน่าจะมีเรื่องขัดใจกันขึ้นจำเลยจึงแทงเอา ปรากฏตามคำชันสูตรพลิกศพว่าแผลกว้างครึ่งซ.ม.ยาว 2 ซ.ม. แสดงว่าอาวุธขนาดย่อมจะลึกเท่าใดไม่ได้หยั่งไว้ คงปรากฏเพียงว่าลำไส้ทะลุและไหลออกมา ไม่ได้ความว่าทะลุมากน้อยเพียงไร รูปคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ทำร้ายโดยเจตนาฆ่าหรืออาจจะแลเห็นผลแห่งการกระทำของตนได้ จำเลยจึงมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงสัญชาติจากการรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวและการไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของ พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496
พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2)2496ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะมิใช่กฎหมายที่ให้มีผลย้อนหลังเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญาหรือลงโทษบุคคลหนักขึ้นกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำผิด
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อสมัครใจรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดสัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 มาตรา 5 ไม่ว่าจะขอรับใบสำคัญก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อสมัครใจรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดสัญชาติไทยตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 มาตรา 5 ไม่ว่าจะขอรับใบสำคัญก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสูญเสียสัญชาติไทยจากการรับใบสำคัญคนต่างด้าว และผลกระทบของกฎหมายที่ใช้บังคับย้อนหลัง
ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะมิใช่กฎหมายที่ให้มีผิดย้อนหลังเป็นการลงโทษบุคคลในทางอาญาหรือลงโทษบุคคลหนักขึ้นกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำผิด
บุคคลผู้มีสัญญาชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร์ แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อสมัครใจรับใบสำรัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดสัญชาติไทยตามพ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 ไม่ว่าจะขอรับใบสำคัญก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้
บุคคลผู้มีสัญญาชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักร์ แต่บิดาเป็นคนต่างด้าวนั้น เมื่อสมัครใจรับใบสำรัญประจำตัวคนต่างด้าวย่อมขาดสัญชาติไทยตามพ.ร.บ.สัญชาติ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม.5 ไม่ว่าจะขอรับใบสำคัญก่อนหรือหลังวันใช้พระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยประมาทต้องปรากฏเหตุแห่งความประมาท ปืนหล่นโดยบังเอิญไม่ใช่ประมาท
ฟ้องว่าจำเลยประมาทบรรจุกระสุนปืนในปืนลูกซองพก แล้วเอาเสื้อห่อปืนและใช้แขนหอบเสื้อนั้นแขนเดียวเป็นเหตุให้ปืนหล่นถูกพื้นแล้วลั่นถูกคนตาย แม้จำเลยรับสารภาพตามฟ้องและโจทก์ไม่สืบ ดังนี้ก็ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทไม่ได้ เพราะการเอาปืนที่บรรจะกระสุนห่อเสื้อไปนั้นไม่เป็นการผิดวิสัยของปกติชนและโดยปกติปืนหล่นไปถูกพื้นมิใช่ว่าจะลั่นออก จึงเป็นการบังเอิญ ไม่ใช่จำเลยประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1458/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประมาททางอาญา: การหอบปืนห่อเสื่อและการลั่นโดยบังเอิญ ไม่ถือเป็นการประมาท
ฟ้องว่าจำเลยประมาทบรรจุกระสุนปืนในปืนลูกซองพกแล้วเอาเสื่อห่อปืนและใช้แขนหอบเสื่อนั้นแขนเดียว เป็นเหตุให้ปืนหล่นถูกพื้นแล้วลั่นถูกคนตาย แม้จำเลยรับสารภาพตามฟ้องและโจทก์ไม่สืบ ดังนี้ก็ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยประมาทไม่ได้ เพราะการเอาปืนที่บรรจุกระสุนห่อเสื่อไปนั้นไม่เป็นการผิดวิสัยของปกติชนโดยปกติปืนหล่นไปถูกพื้นมิใช่ว่าจะลั่นออก จึงเป็นการบังเอิญ ไม่ใช่จำเลยประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำบอกเล่าผู้ตายเป็นหลักฐานได้ต่อเมื่อรู้ตัวว่ากำลังจะตาย
คำบอกเล่าของผู้ถูกกระทำร้ายถึงตายจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้นั้นจะต้องสืบให้ได้ความว่าในเวลาผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายคิดว่าตนจะตายไม่มีหวังรอด อ้างฎีกาที่ 269/2478,315/2479
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำบอกเล่าผู้ตายต้องฟังได้ว่าคิดว่าตายแน่นอน จึงใช้เป็นหลักฐานได้
คำบอกเล่าของผู้ถูกกระทำร้ายถึงตายจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมายได้นั้น จะต้องสืบให้ได้ความว่าในเวลาผู้ตายพูดเช่นนั้นผู้ตายคิดว่าตนจะตายไม่มีหวังรอด (อ้างฎีกาที่ 269/2478,315/2479)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจพิเศษของบริวารเช่าช่วงหลังขับไล่ และความหมายของ 'บริวาร' ตาม ป.วิ.แพ่ง
ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้นคู่ความจะต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ข้อที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับบริวารของจำเลยได้หรือยังนั้นไม่เกี่ยวความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 249
อำนาจพิเศษซึ่งวงศ์ญาติและบริวารจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้บันโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง
คำว่า "บริวาร" ตามป.วิ.แพ่ง.ม.142(1) กับ "ครอบครัว" นั้นต่างกัน "บริวาร" ตรงกับคำว่า "+" หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้
ข้อที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับบริวารของจำเลยได้หรือยังนั้นไม่เกี่ยวความสงบเรียบร้อยของประชาชนตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 249
อำนาจพิเศษซึ่งวงศ์ญาติและบริวารจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้บันโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง
คำว่า "บริวาร" ตามป.วิ.แพ่ง.ม.142(1) กับ "ครอบครัว" นั้นต่างกัน "บริวาร" ตรงกับคำว่า "+" หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1454/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจพิเศษบริวาร-ผู้เช่าช่วง: สิทธิยันโจทก์ต้องใช้ได้เอง, 'บริวาร'ต่างจาก'ครอบครัว'
ข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้นคู่ความจะต้องได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
ข้อที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับบริวารของจำเลยได้หรือยังนั้นไม่เกี่ยวความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
อำนาจพิเศษซึ่งวงศ์ญาติและบริวารจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้ยันโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง
คำว่า "บริวาร"ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) กับ"ครอบครัว"(FAMILY)นั้นต่างกัน "บริวาร"ตรงกับคำว่า"DEPANDANT""หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้
ข้อที่โจทก์ยังไม่ได้ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญายอมความจะบังคับบริวารของจำเลยได้หรือยังนั้นไม่เกี่ยวความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
อำนาจพิเศษซึ่งวงศ์ญาติและบริวารจำเลยที่อยู่บนอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์จะใช้ยันโจทก์ได้ภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์แล้วนั้นต้องเป็นอำนาจที่จะใช้ยันตัวโจทก์ได้เอง
คำว่า "บริวาร"ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(1) กับ"ครอบครัว"(FAMILY)นั้นต่างกัน "บริวาร"ตรงกับคำว่า"DEPANDANT""หมายถึงผู้ที่อาศัยสิทธิของผู้อื่น อาจจะเป็นบุคคลในหรือนอกครอบครัวของผู้นั้นก็ได้