ผลการค้นหาตามปี "2523" (1414 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ สิทธิในการสืบพยานถูกจำกัด ศาลไม่รับฟังเอกสารประกอบคำให้การ
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จึงมีสิทธิเพียงสาบานตนให้การเป็นพยานเองและถามค้านพยานโจทก์ ไม่อาจเรียกพยานของตนเข้าสืบได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรค 2 จึงรับฟังใบเสร็จรับเงินหมาย ล.1 ประกอบคำให้การของตัวจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2368/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก: โจทก์มีสิทธิขอรวมในคดีมีข้อพิพาท แม้ศาลชั้นต้นจะไม่อาจเพิกถอนได้ ก็ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงอื่น
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกเป็นคดีมีข้อพิพาท คำขอท้ายฟ้องมีหลายข้อด้วยกันโดยเฉพาะคำขอให้จำเลยพ้นจากการเป็นผู้จัดการมรดกย่อมหมายถึงขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727ซึ่งโจทก์มีสิทธิร้องขอรวมมาในคดีนี้ได้ไม่จำต้องแยกไปร้องขอในคดีเดิม แม้ศาลชั้นต้นจะเห็นว่าศาลไม่อาจสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกได้ ก็ยังต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำขอข้ออื่นของโจทก์อยู่อีก จะงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมดหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2368/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก: โจทก์มีสิทธิขอรวมในคดีมีข้อพิพาทได้ ไม่ต้องแยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งที่ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก เป็นคดีมีข้อพิพาทคำขอท้ายฟ้องมีหลายข้อด้วยกัน โดยเฉพาะคำขอให้จำเลยพ้นจากการเป็นผู้จัดการมรดกย่อมหมายถึงขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1727 ซึ่งโจทก์มีสิทธิร้องขอรวมมาในคดีนี้ได้ ไม่จำต้องแยกไปร้องขอในคดีเดิม แม้ศาลชั้นต้นจะเห็นว่า ศาลไม่อาจสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกได้ แม้ศาลชั้นต้นจะเห็นว่า ศาลไม่อาจสั่งเพิกถอนคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกได้ ก็ยังต้องฟังข้อเท็จจริงตามคำขอข้ออื่นของโจทก์อยู่อีก จะงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมดหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2363/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรื้อฟ้องคดีซ้ำในประเด็นที่ศาลเคยวินิจฉัยแล้ว ถือเป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย
คดีก่อน โจทก์ฟ้องอ้างเหตุว่าจำเลยไม่ทำบัญชีทรัพย์เกี่ยวกับการจัดการมรดกให้ทายาทและศาลทราบ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ละเลยหน้าที่ของผู้จัดการมรดกและได้ทำบัญชีทรัพย์มรดกยื่นต่อศาลแล้วฉะนั้นการที่โจทก์อ้างในคดีนี้อีกว่าจำเลยมิได้จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน เวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ผู้จัดการมรดก จึงเป็น การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้ วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับเงินค่าโอนสิทธิการเช่าจากบุคคลที่สาม ไม่ถือเป็นการรับเงินแทนโจทก์ เป็นเพียงการผิดสัญญา
โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติ และตกลงให้จำเลยจัดหาคนมารับโอนสิทธิการเช่าในราคา 150,000 บาท ถ้าจำเลยจัดหาคนรับสิทธิการเช่าได้ราคาเกินกว่านั้น เงินส่วนที่เกินเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยจัดหาผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้ในราคา195,000 บาท แต่จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง 80,000บาทส่วนที่เหลือ 70,000 บาท จำเลยเอาไว้เป็นของตนเสีย การที่จำเลยโอนสิทธิการเช่าและรับเงินจากผู้รับโอนไว้ จึงเป็นการรับเงินจากบุคคลที่สาม ซึ่งจำเลยมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องชดใช้เงินแก่โจทก์ 150,000 บาทเท่านั้นมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายหรือครอบครองเงินดังกล่าวไว้แทนโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2361/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับเงินค่าโอนสิทธิการเช่า จำเลยไม่ใช่ตัวแทนโจทก์ เป็นการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่ยักยอกทรัพย์
โจทก์เป็นผู้ถือสิทธิการเช่าอาคารพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติ และตกลงให้จำเลยจัดหาคนมารับโอนสิทธิการเช่าในราคา 150,000 บาท ถ้าจำเลยจัดหาคนรับโอนสิทธิการเช่าได้ราคาเกินกว่านั้น เงินส่วนที่เกินเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยจัดหาผู้รับโอนสิทธิการเช่าได้ในราคา 195,000 บาท แต่จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง 80,000 บาท ส่วนที่เหลือ 70,000 บาท จำเลยเอาไว้เป็นของตนเสีย การที่จำเลยโอนสิทธิการเช่าและรับเงินจากผู้รับโอนสิทธิการเช่าไว้ จึงเป็นการรับเงินจากบุคคลที่สาม ซึ่งจำเลยมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องชดใช้เงินแก่โจทก์ 150,000 บาทเท่านั้น มิใช่จำเลยได้รับมอบหมายหรือครอบครองเงินดังกล่าวไว้แทนโจทก์ การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2360/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่จำหน่ายหนังสือพิมพ์เป็นที่เกิดเหตุหมิ่นประมาทได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
หนังสือพิมพ์ของโจทก์พิมพ์ที่กรุงเทพมหานครและออกจำหน่ายทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งที่จังหวัดราชบุรีด้วย ถ้าหนังสือพิมพ์โจทก์พิมพ์ข้อความที่เป็นหมิ่นประมาทจำเลย ก็ต้องถือว่าสถานที่ที่หนังสือพิมพ์ ของโจทก์ออกจำหน่ายทุกแห่งเป็นที่เกิดเหตุซึ่งความผิดเกิดขึ้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2355/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายระยะเวลาวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์: ต้องมีเหตุพิเศษ
การที่จำเลยอ้างว่าค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นเงินเกือบ10,000 บาท จำเลยยังหาได้ไม่ครบนั้น ยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ในอันที่จะให้ศาลมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมให้ได้ตามคำร้องของจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351-2352/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง การบอกกล่าว การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ และสิทธิบุคคลภายนอก
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทโดยบรรยายฟ้องว่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยไม่ได้ระบุว่าได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเมื่อใดนั้น หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ เพราะข้อที่ว่าบอกกล่าวเมื่อใด เป็นรายละเอียด ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง
เมื่อจำเลยยังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะนำมาใช้ยันกับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่พิพาทโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองปรปักษ์ให้
เมื่อจำเลยยังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะนำมาใช้ยันกับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่พิพาทโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองปรปักษ์ให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนในการระบุความเสียหายในคำฟ้อง: ฟ้องไม่เคลือบคลุมแม้รวมยอด
โจทก์บรรยายความเสียหายที่ได้รับระบุแยกไว้เป็นแต่ละรายการโดยชัดแจ้ง แม้ในคำฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายเป็นค่าทำขวัญที่โจทก์ที่ 2 ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองและฟันหักหลายซี่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาลโจทก์ที่ 3 เป็นเงินรวมกันมามิได้แยกว่าโจทก์แต่ละคนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินคนละเท่าใดแต่โจทก์ก็ได้กล่าวถึงความเสียหายที่โจทก์แต่ละคนได้รับไว้เพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจและจำเลยก็สามารถให้การต่อสู้คดีในข้อนี้ได้โดยถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม