Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2499 — หน้า 79

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2499" (843 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยืมเงินในหน้าที่ราชการต้องมีสัญญา การมอบหมายหน้าที่ไม่ทำให้เกิดความรับผิดในฐานผู้ยืม
ยืนตาม ก.ม.นั้นต้องเกิดขึ้นโดยสัญญา
โดยหน้าที่ราชการจำเลยที่ 1 ได้ยืมเงินทดลองไปจากกองคลังกรมไปรษณีย์เพื่อจ่ายในราชการอธิบดีรับรองข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ควรมอบให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่รักษาเงิน
ดังนี้ใบยืมที่จำเลยที่ 1 เซ็นไว้จึงเป็นแต่เพียงหลักฐานในวงราชการ การที่จำเลยที่ 1 ต้องเซ็นใบยิมก็เพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติราชการ เพียงเท่านี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในฐานผู้ยืมหรือตัวการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเบิกเงินทดรองราชการ ไม่ถือเป็นการยืมตามกฎหมาย หากเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติงาน
การยืมตามกฎหมายนั้นต้องเกิดขึ้นโดยสัญญา
โดยหน้าที่ราชการจำเลยที่ 1 ได้ยืมเงินทดรองไปจากกองคลังกรมไปรษณีย์เพื่อจ่ายในราชการ อธิบดีรับรองข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ควรมอบให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดบัญชีเป็นผู้มีหน้าที่รักษาเงิน
ดังนี้ใบยืมที่จำเลยที่ 1 เซ็นไว้จึงเป็นแต่เพียงหลักฐานในวงราชการ การที่จำเลยที่ 1 ต้องเซ็นใบยืมก็เพื่อปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเรื่องของระเบียบปฏิบัติราชการ เพียงเท่านี้จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดในฐานผู้ยืมหรือตัวการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเป็นโจทก์ร่วมของผู้เสียหายจากการทำลายตราไม้ที่ได้รับอนุญาตทำไม้
อัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 4 สมคบกันถากทำลายตราประจำต้นไม้ของนายจงกลซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ แล้วสมคบกันตีตราเลขหมายอื่นเป็นเลขของนายพิจิตรจำเลยขึ้นใหม่โดยทางการมิได้อนุญาต เพื่อประสงค์จะให้ไม้ของนายจงกลตกเป็นของนายพิจิตรจำเลย โดยจำเลยหวังผลประโยชน์จากนายพิจิตร
ดังนี้นายจงกลย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียหายมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการโจทก์ได้ เพราะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ที่ตีตราไว้ให้แล้วซึ่งนายจงกลมีสิทธิที่จะเข้ายึดถือครอบครองเป็นเจ้าของในภายหลัง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2499)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเป็นโจทก์ร่วมของผู้เสียหายจากการทำลายหลักฐานการทำไม้ และการเปลี่ยนเลขหมายไม้โดยมิชอบ
อัยการโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้ง 4 สมคบกันถากทำลายตราประจำต้นไม้ของนายจงกลซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ แล้วสมคบกันตีราคาเลขหมายอื่น เป็นเลขของนายพิจิตรจำเลยขึ้นใหม่โดยทางการมิได้อนุญาตเพื่อประสงค์จะให้ไม้ของนายจงกลตกเป็นของนายพิจิตร จำเลย โดยจำเลยหวังผลประโยชน์จากนายพิจิตร
ดังนี้นายจงกลย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียหายมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการโจทก์ได้ เพราะเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทำไม้ที่ตีตราไว้ให้แล้วซึ่งนายจงกลมีสิทธิที่จะเข้ายึดถือครอบครองเป็นเจ้าของในภายหลัง (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2499)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปล้นทรัพย์ด้วยการทำร้ายผู้เสียหายด้วยกระด้ง ศาลพิจารณาว่าเป็นการทำร้ายโดยวิธีผิดปกติ ไม่เข้าข่ายทรมาน
การใช้กระด้งตัดออกเป็นสี่แฉกสรวมคอเจ้าทุกข์ผู้เสียหายแล้วหมุนกระด้งครูดคอเจ้าทุกข์ผู้เสียหายเพื่อให้บอกที่เก็บทรัพย์โดยกระทำเพียงชั่วครั้งเดียว เมื่อเจ้าทุกข์บอกที่เก็บทรัพย์แล้วก็เอากระด้งออกแต่ไม่ซี่กระด้งครูดคอเจ้าทรัพย์เป็นบาดแผลถลอกเท่านั้นถือว่าเป็นการทำร้ายโดยวิธีผิดปกติไม่เข้าลักษณะกระทำทรมานหรือทำให้ได้รับความลำบากตาม ก.ม.อาญา ม.301 วรรค 3.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 110/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปล้นทรัพย์และการใช้ความรุนแรงโดยวิธีผิดปกติ ศาลฎีกาพิจารณาว่าการกระทำไม่เข้าข่ายทรมาน
การใช้กระด้งตัดออกเป็นสี่แฉกสวมคอเจ้าทุกข์ผู้เสียหายแล้วหมุนกระด้งครูดคอเจ้าทุกข์ผู้เสียหายเพื่อให้บอกที่เก็บทรัพย์โดยกระทำเพียงชั่วครั้งเดียว เมื่อเจ้าทุกข์บอกที่เก็บทรัพย์แล้วก็เอากระด้งออกแต่ไม้ซี่กระด้งครูดคอเจ้าทรัพย์เป็นบาดแผลถลอกเท่านั้นถือว่าเป็นการทำร้ายโดยวิธีผิดปกติไม่เข้าลักษณะกระทำทรมานหรือทำให้ได้รับความลำบากตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา301 วรรคสาม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาลักทรัพย์-ทำร้ายร่างกาย: การดื่มน้ำส้มในวงไพ่โดยเข้าใจผิด ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ หากไม่มีเจตนา
เจ้าของร้านอนุญาตให้ผู้ที่มาเล่นไพ่กินน้ำส้มได้เปล่าจำเลยเข้าไปดูการเล่น เอาน้ำส้มกินในที่นั้น โดยเข้าใจว่ากินได้เช่นเดียวกับผู้เล่น ไม่มีเจตนาลักทรัพย์เมื่อมีผู้ขัดขวางจึงเกิดทำร้ายกัน เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1083/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนสิทธิในที่ดินโดยไม่สุจริต ผู้ซื้อย่อมเสียเปรียบต่อผู้มีสิทธิเดิม
ผู้จะซื้อที่ดินซึ่งได้ชำระราคาที่ดินให้แก่ผู้ขาย และผู้ขายมอบที่ดินให้ครอบครองแล้ว พร้อมกับทำใบมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไว้เพื่อจัดการขอโอนทะเบียนเอาเอง จนผู้ซื้อได้ติดต่อขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอนกรรมสิทธิ์ให้แล้ว แต่เจ้าพนักงานทำให้ไม่ทันจึงขอเลื่อนไปวันหลัง ดังนี้ เรียกได้ว่าผู้จะซื้ออยู่ในฐานะที่จะให้จดทะเบียนสิทธิของตนตามมาตรา 1300 แล้ว
ผู้ได้จดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์ไว้ จะอ้างความคุ้มครองมิให้เพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรา 1300 ตอนท้ายจะต้องนำสืบว่า ตนได้รับโอนทะเบียนมาโดยค่าตอบแทนและโดยสุจริต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2499

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เขตอำนาจศาล: การบรรยายสถานที่เกิดเหตุในคำฟ้องไม่จำเป็น หากโจทก์ประสงค์ฟ้องต่อศาลที่เกิดเหตุ
การที่ศาลจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาจะต้องตรวจดูคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา2(2) ว่าคดีอยู่ในเขตศาลนั้น
ในกรณีที่โจทก์ประสงค์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้นไม่มี กฎหมายบังคับให้โจทก์ต้องบรรยายไว้ในคำฟ้องให้ปรากฏว่ามูลกรณีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้น ในกรณีเช่นนี้โจทก์จะบรรยายในคำฟ้องหรือในคำร้องก็ย่อมทราบได้ฉะนั้นจะบังคับให้โจทก์ต้องบรรยายในคำฟ้องโดยเฉพาะถึงสถานที่เกิดมูลคดีด้วยหาชอบไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เขตอำนาจศาล: โจทก์เลือกฟ้องศาลที่มูลคดีเกิด ไม่จำเป็นต้องระบุในคำฟ้อง
การที่ศาลจะรับคำฟ้องไว้พิจารณาจะต้องตรวจดูคำฟ้องตาม ป.วิ.แพ่ง ม.2(2) ว่าคดีอยู่ในเขตศาลนั้น
ในกรณีที่โจทก์ประสงค์จะยื่นคำฟ้องต่อศาลที่มูลดคีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้น ไม่มี ก.ม.บังคับให้โจทก์ต้องบรรยายไว้ในคำฟ้องให้ปรากฏว่ามูลกรณีเกิดขึ้นในเขตศาลนั้น.ในกรณีเช่นนี้โจทก์จะบรรยายในคำฟ้องหรือในคำร้องก็ย่อมทราบได้ ฉะนั้นจะบังคับให้โจทก์ต้องบรรยายในคำฟ้องโดยเฉพาะถึงสถานที่เกิดมูลคดีด้วยหาชอบไม่.
of 85 ⏮ ◀ ▶ ⏭