Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2511 — หน้า 79

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2511" (1456 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาเบิกความเท็จต้องพิสูจน์ได้ชัดเจน แม้ศาลฟังพยานฝ่ายใดชนะคดี ก็ไม่ถือว่าอีกฝ่ายมีเจตนาเบิกความเท็จเสมอไป
ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่าควรฟังพยานฝ่ายใด และพิพากษาให้ชนะคดีแล้วนั้น ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะถือว่าฝ่ายผู้แพ้คดีมีเจตนาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีนั้นๆ เสมอไป เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยิ่งขึ้นไปกว่าที่ปรากฏแล้วในสำนวนหรือคดีเดิม อันจะพึงแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งปราศจากสงสัยว่าจำเลยมีเจตนาเบิกความเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีดังกล่าวแล้ว ก็ฟังลงโทษจำเลยในฐานนี้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาเบิกความเท็จต้องพิสูจน์ชัดเจน แม้ศาลฟังพยานฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะคดี ก็ไม่ถือว่าอีกฝ่ายมีเจตนาเบิกความเท็จเสมอไป
ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่าควรฟังพยานฝ่ายใด และพิพากษาให้ชนะคดีแล้วนั้น ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะถือว่าฝ่ายผู้แพ้คดีมีเจตนาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีนั้นๆ เสมอไปเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยิ่งขึ้นไปกว่าที่ปรากฏแล้วในสำนวนหรือคดีเดิม อันจะพึงแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งปราศจากสงสัยว่าจำเลยมีเจตนาเบิกความเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีดังกล่าวแล้ว ก็ฟังลงโทษจำเลยในฐานนี้ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาเบิกความเท็จต้องพิสูจน์ได้ชัดเจน แม้ศาลวินิจฉัยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะคดี
ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยว่าควรฟังพยานฝ่ายใด และพิพากษาให้ชนะคดีแล้วนั้น. ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะถือว่าฝ่ายผู้แพ้คดีมีเจตนาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีนั้นๆ เสมอไป.เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยิ่งขึ้นไปกว่าที่ปรากฏแล้วในสำนวนหรือคดีเดิม. อันจะพึงแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งปราศจากสงสัยว่าจำเลยมีเจตนาเบิกความเท็จในข้อสำคัญในการพิจารณาคดีดังกล่าวแล้ว. ก็ฟังลงโทษจำเลยในฐานนี้ไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงิน หรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้นศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน. ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน. โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงิน.หรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้. โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้น.ศาลบังคับให้ไม่ได้. เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน. ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินหรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้น ศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องผู้ทรงเช็คหลังโอนต่อ – เช็คผู้ถือ
เช็คผู้ถือซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์โอนเช็คนั้นต่อไป ผู้ได้รับโอนเอาไปขอรับเงินจากธนาคาร ธนาคารไม่จ่ายเงิน ผู้รับโอนนั้นจึงโอนเช็คคืนให้โจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรง มีอำนาจฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็คนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เช็คผู้ถือ โอนต่อ - อำนาจฟ้องของผู้ทรง
เช็คผู้ถือซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์โอนเช็คนั้นต่อไป ผู้ได้รับโอนเอาไปขอรับเงินจากธนาคาร ธนาคารไม่จ่ายเงิน ผู้รับโอนนั้นจึงโอนเช็คคืนให้โจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรง มีอำนาจฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็คนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องผู้ทรงเช็ค: การโอนเช็คและการกลับมาเป็นผู้ทรง
เช็คผู้ถือซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์โอนเช็คนั้นต่อไป. ผู้ได้รับโอนเอาไปขอรับเงินจากธนาคาร. ธนาคารไม่จ่ายเงิน. ผู้รับโอนนั้นจึงโอนเช็คคืนให้โจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรง มีอำนาจฟ้องจำเลยเรียกเงินตามเช็คนั้นได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1858/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาทำสัญญาจะขายที่ดิน แม้มีการหลอกลวงเบื้องต้น สัญญาไม่เป็นโมฆะ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำกลฉ้อฉลว่า สัญญาที่จะให้โจทก์เซ็นชื่อเป็นสัญญากู้ยืมเงิน 3,000 บาท. แต่ความจริงเป็นสัญญาที่โจทก์จะขายที่ดินให้จำเลย โจทก์หลงเชื่อจึงลงลายพิมพ์นิ้วมือให้. ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ ศาลรับฟ้องไว้พิจารณา.
of 146 ⏮ ◀ ▶ ⏭