ผลการค้นหาตามปี "2522" (1513 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 820/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเรียกเอกสารจากบุคคลภายนอก: ศาลมีสิทธิพิจารณาคำร้องก่อนออกคำสั่งเรียกเอกสาร
คำร้องให้เรียกเอกสารจากคนภายนอก ศาลพิจารณาคำร้องก่อนศาลสั่งให้ผู้อ้างติดต่อกับคนภายนอกก่อนได้ ไม่ใช่ต้องสั่งให้เรียกมาทันที
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตั้งสถานบริการรำวงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการริบของกลาง
สถานบริการรำวงมีหญิงบริการอาจตั้งได้โดยได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 4จำเลยมิใช่ผู้ขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 6 หรือสถานที่ต้องห้ามตาม มาตรา 7ความผิดอยู่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เงินที่จำเลยได้รับและบัตรของกลางไม่ใช่ได้มาจากการกระทำผิดโดยตรง ไม่ริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา33
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจทนายความรับเงินแทนตัวความ: เงินที่รับโดยไม่ได้รับมอบหมาย ไม่ถือเป็นยักยอกทรัพย์
ทนายความย่อมมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆแทนตัวความได้ แต่ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินซึ่งจะชำระแก่ตัวความ เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวความ
ส.แพ้คดีโจทก์ได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาไปชำระแก่จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
ส.แพ้คดีโจทก์ได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาไปชำระแก่จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจทนายความรับเงินแทนตัวความ: เงินที่รับโดยไม่ได้รับมอบหมาย ไม่ถือเป็นยักยอกทรัพย์
ทนายความย่อมมีอำนาจว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ แทนตัวความได้ แต่ทนายความไม่มีอำนาจรับเงินซึ่งจะชำระแก่ตัวความ เว้นแต่จะได้รับมอบหมายจากตัวความ
ส.แพ้คดีโจทก์ได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาไปชำระแก่จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์ แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
ส.แพ้คดีโจทก์ได้นำเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาไปชำระแก่จำเลยซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ โดยโจทก์มิได้มอบหมายให้จำเลยมีอำนาจรับไว้ได้ เงินที่จำเลยรับไว้จึงยังมิใช่เป็นเงินของโจทก์ แม้จำเลยจะเบียดบังเอาเงินที่ได้รับไว้นั้นเป็นของตนโดยทุจริต ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีสิทธินำคดีมาฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการขอปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายระงับเมื่อได้รับการปล่อยตัวแล้ว
การอ้างว่าบุคคลใดต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 และขอให้ปล่อยตัวนั้นต้องเป็นกรณีที่บุคคลนั้นกำลังถูกควบคุมหรือขังอยู่ ถ้าได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว สิทธิของบุคคลนั้นตามกฎหมายดังกล่าวย่อมระงับไป (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่1853/2506)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 814/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการขอปล่อยตัวจากการควบคุมหรือขังระงับเมื่อผู้ถูกควบคุมได้รับการปล่อยตัวแล้ว
การอ้างว่าบุคคลใดต้องถูกควบคุมหรือขังโดยผิดกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 และขอให้ปล่อยตัวนั้น ต้องเป็นกรณีที่บุคคลนั้นกำลังถูกควบคุมหรือขังอยู่ ถ้าได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว สิทธิของบุคคลนั้นตามกฎหมายดังกล่าวย่อมระงับไป (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1853/2506)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาหลีกเลี่ยงการเข้ารับราชการทหาร: การไม่มีเจตนาไม่ถือเป็นความผิดตาม พรบ.รับราชการทหาร
จำเลยถูกตรวจคัดเลือกให้เป็นทหารกองประจำการ นายอำเภอมีหมายนัดให้จำเลยไปรายงานตัวเข้ารับราชการทหาร จำเลยรับหมายนัดแล้วไม่ไปรายงานตัวตามเวลานัด โดยมิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงขัดขืน เพราะจำเลยเกิดเจ็บป่วยท้องเดินมีอาการอ่อนเพลีย นั้น จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร มาตรา 45
บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 นั้น ไม่มีข้อความตอนใดจะตีความได้ว่าแม้ขาดเจตนาก็มีความผิด
บุคคลใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 นั้น ไม่มีข้อความตอนใดจะตีความได้ว่าแม้ขาดเจตนาก็มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาหลีกเลี่ยงการเข้ารับราชการทหาร: การไม่มีเจตนาทำให้ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร
จำเลยถูกตรวจคัดเลือกให้เป็นทหารกองประจำการ นายอำเภอมีหมายนัดให้จำเลยไปรายงานตัวเข้ารับราชการทหาร จำเลยรับหมายนัดแล้วไม่ไปรายงานตัวตามเวลานัด โดยมิได้มีเจตนาหลีกเลี่ยงขัดขืน เพราะจำเลยเกิดเจ็บป่วยท้องเดินมีอาการอ่อนเพลียนั้น จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร มาตรา 45
บุคคลใดหลีกเลี่ยงขัดขืนด้วยประการใดๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 นั้น ไม่มีข้อความตอนใดจะตีความได้ว่าแม้ขาดเจตนาก็มีความผิด
บุคคลใดหลีกเลี่ยงขัดขืนด้วยประการใดๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 45 นั้น ไม่มีข้อความตอนใดจะตีความได้ว่าแม้ขาดเจตนาก็มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท: การครอบครองเฮโรอีนเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักร
จำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อขายจำหน่ายจ่ายแจก และถูกเจ้าพนักงานจับได้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพพร้อมเฮโรอีนของกลาง ขณะที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นโดยเครื่องบิน โดยกำลังติดต่อตรวจสอบตั๋วเครื่องบินกับเจ้าหน้าที่สายการบินอยู่ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 พยายามนำเฮโรอีนของกลางดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรเพื่อขายจำหน่ายหรือจ่ายแจก และการกระทำของจำเลยที่ 1เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเพราะเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน
ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมเดียวผิดหลายบท - พยายามส่งออกยาเสพติด - การลงโทษ
จำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อขาย จำหน่ายจ่ายแจก และถูกเจ้าพนักงานจับได้ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพพร้อมเฮโรอีนของกลาง ขณะที่กำลังจะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นโดยเครื่องบิน โดยกำลังติดต่อตรวจสอบตั๋วเครื่องบินกับเจ้าหน้าที่สายการบินอยู่ ถือได้วาจำเลยที่ 1 พยายามนำเฮโรอีนของกลางดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักร เพื่อขายจำหน่ายหรือจ่ายแจก และการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเพราะเป็นเฮโรอีนจำนวนเดียวกัน
ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้