ผลการค้นหาตามปี "2493" (1292 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานมีสุราเถื่อนกับการกินสุราเถื่อนเป็นคนละฐานกัน แม้รับสารภาพการกินสุรา แต่หากไม่ได้มีไว้ในครอบครอง โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดฐานมีสุราได้
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีสุราที่ผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง และจำเลยได้กินสุราที่มีไว้นั้น จำเลยรับว่าได้กินสุรานั้นจริง ส่วนข้อมีสุราปฏิเสธแล้วโจทก์ไม่สืบพยานดังนี้โจทก์จะกลับมาโต้แย้งว่าต้องมีไว้ในครอบครองก่อนแล้ว จึงจะกินได้นั้นย่อมฟังไม่ขึ้นเพราะความผิดฐานมีสุราเถือนกับกินสุราเถื่อนนั้นเป็นคนละฐานแยกกันได้
พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ไม่ได้บัญญัติความผิดฐานดื่มกินสุราผิดกฎหมายไว้ ฉะนั้นเมื่อผู้กระทำผิดฐานกินสุราผิด ก.ม.ตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน ถูกฟ้องขอให้ลงโทษฐานนี้ เมื่อใช้ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 แล้ว ศาลจะลงโทษจำเลยฐานกินสุราผิดกฎหมายไม่ได้
พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ไม่ได้บัญญัติความผิดฐานดื่มกินสุราผิดกฎหมายไว้ ฉะนั้นเมื่อผู้กระทำผิดฐานกินสุราผิด ก.ม.ตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน ถูกฟ้องขอให้ลงโทษฐานนี้ เมื่อใช้ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 แล้ว ศาลจะลงโทษจำเลยฐานกินสุราผิดกฎหมายไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นครอบครองเพื่อตน ต้องบอกกล่าวเจ้าของที่ดิน
ผู้ครอบครองยึดถือที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้นั้นถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพื่อตน ก็จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่า ตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้ว ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่า ตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้ว ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1679/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนลักษณะการครอบครองจากทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นครอบครองปรปักษ์ต้องบอกกล่าวเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองยึดถือที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้นั้นถือว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน เมื่อจะเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองเป็นการยึดถือเพือตน ก็จะต้องบอกกล่าวไปยังเจ้าของที่ดินก่อน
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
ผู้ครอบครองที่ดินทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินนั้น โดยอ้างว่าภายหลังตนได้ปกครองที่ดินอย่างเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมาเกิน 11 ปีแล้ว แต่ไม่ได้บรรยายในฟ้องว่าตนได้บอกกล่าวให้ฝ่ายเจ้าของที่ดินทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือแล้วดังนี้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจหน้าที่พนักงานสอบสวน: กรมตำรวจไม่มีสิทธิร้องแทนพนักงานสอบสวนในคดีอาญา
บรรดาอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ของพนักงานสอบสวนที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.วิ.อาญานั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานสอบสวนโดยเฉพาะ และไม่มีบทกฎหมายแห่งใดให้บุคคลอื่นใช้อำนาจและหน้าที่นี้แทน ฉะนั้นกรมตำรวจซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวน จึงหามีสิทธิที่มีร้องต่อศาลแทนพนักงานสอบสวน ขอให้ปล่อยทรัพย์ของกลางซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยึดไว้เป็นของกลางได้ไม่
(ประชุมใหญ่)
(ประชุมใหญ่)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจพนักงานสอบสวน: เฉพาะพนักงานสอบสวนเท่านั้นที่ร้องขอปล่อยทรัพย์ของกลาง
บรรดาอำนาจหน้าที่ต่างๆ ของพนักงานสอบสวนที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานสอบสวนโดยเฉพาะและไม่มีบทกฎหมายแห่งใดให้บุคคลอื่นใช้อำนาจและหน้าที่นี้แทน ฉะนั้น กรมตำรวจซึ่งมิใช่พนักงานสอบสวน จึงหามีสิทธิที่มาร้องต่อศาลแทนพนักงานสอบสวน ขอให้ปล่อยทรัพย์ของกลาง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ยึดไว้เป็นของกลางได้ไม่ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673-1674/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย: ตำรวจจับกุมและส่งคำให้การให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี
พยานโจทก์ซึ่งเป็นตำรวจจับผู้เล่นการพนันแล้ว ต่างก็เขียนคำให้การของตนส่งให้กรมการอำเภอเจ้าของที่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำการสอบสวน แล้วพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป มีถาม จดคำให้การของผู้ต้องหาเสร็จแล้วส่งเรื่องให้อัยการ ดังนี้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว (อ้างฎีกาที่ 516/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673-1674/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้พยานและจำเลยต่างอยู่ในจังหวัดที่แตกต่างกัน
พยานโจทก์ซึ่งเป็นตำรวจจับผู้เล่นการพะนันแล้วต่างก็เขียนคำให้การของตนส่งให้กรมการอำเภอเจ้าของที่ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำการสอบสวนแล้วพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนต่อไป มีถามจดคำให้การของผู้ต้องหาเสร็จแล้วส่งเรื่องให้อัยการดังนี้ ถือได้ว่ามีการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว
(อ้างฎีกาที่ 516/2481)
(อ้างฎีกาที่ 516/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้เช่าช่วงทำให้ผู้เช่าช่วงไม่เป็นบริวารของผู้เช่าเดิม สิทธิในการขับไล่จึงไม่ชอบ
โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องโดยยินยอมให้จำเลยมีสิทธิให้เช่าช่วงต่อไปอีกได้ ผู้เช่าช่วงจึงไม่ใช่บริวารของผู้เช่า ฉะนั้นโจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าช่วงในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1671/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าช่วงและการฟ้องขับไล่: ผู้เช่าช่วงไม่เป็นบริวาร หากเจ้าของห้องยินยอมให้เช่าช่วงต่อได้
โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องโดยยินยอมให้จำเลยมีสิทธิให้เช่าช่วงต่อไปอีกได้ ผู้เช่าช่วงจึงไม่ใช่บริวารของผู้เช่า ฉะนั้นโจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่ผู้เช่าช่วงในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงท้ากันทางศาล: โจทก์เปลี่ยนประเด็นไม่ได้หากการรังวัดเป็นไปตามที่ตกลง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกปลูกต้นกล้วยในที่ดิน อันอยู่ในเขตต์โฉนดของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่ตรงนั้นเป็นของจำเลยและอยู่นอกเขตต์โฉนดของโจทก์ โจทก์จำเลยจึงตกลงตั้งประเด็นท้ากัน โดยให้เจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตต์ ถ้าต้นกล้วยอยู่นอกเขตต์โฉนดของโจทก์ ๆ ยอมแพ้ถ้าอยู่ในโฉนด จำเลยยอมแพ้ เจ้าพนักงานไปรังวัดทำแผนที่มาส่งศาล ปรากฎว่าต้นกล้วยอยู่นอกเขตต์โฉนดของโจทก์ ดังนี้โจทก์จะขอสืบพยานในข้อครอบครองต่อไปไม่ได้ เพราะเป็นการเปลี่ยนประเด็นตามที่ตกลงท้ากัน
ในกรณีข้างต้น โจทก์จะเปลี่ยนประเด็นได้ก็ต้องได้ความว่า เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดได้ตามที่ท้ากัน
ในกรณีข้างต้น โจทก์จะเปลี่ยนประเด็นได้ก็ต้องได้ความว่า เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดได้ตามที่ท้ากัน