Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2524 — หน้า 80

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2524" (1454 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2886/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลิกจ้างลูกจ้าง: การเตือน การพักงาน และการพิสูจน์อำนาจผู้แทน
ผู้บังคับบัญชามีหนังสือแจ้งให้ลูกจ้างปรับปรุงการทำงานที่บกพร่องถึงสองครั้งหนังสือนั้นมีความด้วยว่า หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามจะได้รับผลตอบแทนที่เฉียบขาด แสดงว่าลูกจ้างบกพร่องในการทำงาน หนังสือนี้จึงถือได้ว่าเป็นหนังสือเตือนตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน ต่อมาผู้บังคับบัญชามีหนังสือเตือนครั้งสุดท้ายโดยให้ถือเป็นการพักงาน แต่เนื่องจากลูกจ้างมีตำแหน่งสำคัญจึงไม่สามารถให้พักงานได้ และว่าถ้าลูกจ้างยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขตนเอง และกระทำความผิดแบบเดียวกันอีก ลูกจ้างจะได้รับการทำโทษถึงขั้นปลดออกจากงานดังนี้เมื่อลูกจ้างกระทำผิดอีก นายจ้างจึงมีเหตุผลที่จะเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นได้
แม้ใบมอบอำนาจให้ดำเนินคดีของบริษัทนายจ้างจะไม่ได้ประทับตราของบริษัทโดยสมบูรณ์ แต่ต่อมาก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งคดีนี้ บริษัทนายจ้างได้ทำใบมอบอำนาจที่สมบูรณ์ถูกต้องขึ้นใหม่ให้ดำเนินคดีและให้สัตยาบันของการที่ได้ทำไปแล้วในคดีนี้ดังนี้ ถ้ามีผู้อ้างว่าเป็นผู้แทนของนิติบุคคล เมื่อศาลเห็นสมควรจะทำการสอบสวนถึงอำนาจของผู้นั้นก็ได้ เป็นอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่ศาลโดยกว้าง หากศาลเห็นว่าผู้มอบอำนาจไม่มีอำนาจดังที่อ้างหรือ อำนาจบกพร่อง ศาลมีอำนาจยกฟ้องคดีนั้นเสียหรือมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่นได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ฉะนั้น เมื่อบริษัทนายจ้างได้มีหนังสือมอบอำนาจใหม่ถูกต้อง ศาลก็มีอำนาจให้แก้ไขข้อบกพร่องได้ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ (อ้างคำพิพากษาฎีกา (ประชุมใหญ่) ที่ 1184/2506)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล: แม้ได้รับสวัสดิการจากรัฐวิสาหกิจ ยังมีสิทธิเรียกร้องจากผู้กระทำละเมิด
จำเลยขับรถประมาทชนรถโจทก์เสียหายและโจทก์ได้รับอันตรายแก่กายแม้โจทก์เป็นพนักงานขององค์การ ท. มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลจากองค์การ และได้เบิกไปตามสิทธิแล้วก็ตาม โจทก์ก็ยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาจาก จำเลยได้เพราะสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากองค์การ ท. เป็นสิทธิซึ่งรัฐวิสาหกิจนั้นจะพึงให้สวัสดิการแก่พนักงาน ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยที่มีต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2883/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมยกทรัพย์สินสมรสไม่ชอบ ศาลคุ้มครองสิทธิเจ้าของร่วม
ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการให้โดยเสน่หาจำเลยยกข้อต่อสู้ว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางสมาคมไม่ได้
การที่ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์พิพาทอันเป็นสินสมรสซึ่งโจทก์มีส่วนเป็นเจ้าของให้แก่จำเลยทั้งหมด พินัยกรรมเกี่ยวกับสินสมรสส่วนของโจทก์จึงไม่ชอบ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามทรัพย์ส่วนของตนคืนได้ จะนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 240 อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเพิกถอนการฉ้อฉลปรับกรณีนี้มิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจ้างทำของและกรรมสิทธิ์ในชิ้นส่วน: การถอดชิ้นส่วนก่อนส่งมอบไม่ถือยักยอก
โจทก์ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ซ่อมเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลทจนใช้การได้ เป็นสัญญาจ้างทำของที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดหาสัมภาระ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า ก่อนโจทก์จะมารับเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลท จำเลยที่ 1 ได้ทดลองให้โจทก์เห็นว่า จำเลยที่ 1 ทำการซ่อมเครื่องจนเสร็จแล้ว แต่ตอนโจทก์นำรถยนต์มาขนเครื่องพิมพ์และเครื่องอัดเพลทไปจำเลยที่ 1 ได้ถอดชิ้นส่วนและอะไหล่ตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องออกไว้ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องเสียศูนย์โดยการขนย้ายชิ้นส่วนและอะไหล่เหล่านั้นโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเป็นของโจทก์มีมาแต่เดิมอาจเป็นสัมภาระที่จำเลยที่ 1 จัดหามา เมื่อจำเลยที่ 1 ยังมิได้ส่งมอบให้แก่โจทก์ ชิ้นส่วนและอะไหล่จึงยังเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ 1 อยู่ หาใช่เป็นของโจทก์ไม่ แม้จำเลยที่ 1 จะไม่นำชิ้นส่วนและอะไหล่ที่ถอดออกไปประกอบเข้ากับเครื่องในภายหลังรูปคดีก็คงฟังได้แต่เพียงจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาในทางแพ่ง หาเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกดังฟ้องไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2881-2882/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองความถูกต้องของประกาศกรมศิลปากรเรื่องโบราณสถาน
สำเนาเอกสารเป็นประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถาน ได้มีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ศาลจึงรับฟังได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2879/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้อน: การเรียกร้องค่าเช่าในคดีเดิมที่ฟ้องขับไล่ ย่อมขัดต่อหลักการห้ามฟ้องซ้ำ
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินโดยอ้างว่าจำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอันเป็นการละเมิดแล้วโจทก์ฟ้องคดีนี้เรียกร้องให้จำเลยชำระค่าเช่าหรือค่าสินไหมทดแทนในการที่โจทก์ขาดประโยชน์ไม่ได้ใช้ที่ดินดังนี้ เป็นการอาศัยมูลกรณีที่กล่าวว่าจำเลยอยู่ในที่ดินโจทก์โดยละเมิดซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนได้จากจำเลยในคดีเดิมนั่นเองแม้การฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนนี้ จะเป็นประเด็นที่เพิ่มจากประเด็นในคดีเดิมแต่มูลกรณีที่จะเรียกร้องได้ก็ต้องอาศัยประเด็นตามฟ้องเดิมซึ่งต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา173(1) (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 466/2503)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานที่ทำสัญญาเป็นสถานที่เกิดมูลคดี แม้มีการตกลงรับเงินที่อื่น
โจทก์อ้างว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันว่าหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นก็ให้นำคดีขึ้นสู่ศาลจังหวัดสงขลา แต่เมื่อโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพ ตามฟ้องโจทก์อ้างว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาซึ่งทำที่กรุงเทพฯ ดังนี้ สถานที่ที่มีมูลคดีเกิดขึ้นคือกรุงเทพฯแม้ตามสัญญาที่ทำกันไว้จำเลยจะได้รับเงินค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างที่จังหวัดสงขลาและจะต้องแบ่งเงินให้โจทก์ที่จังหวัดนั้น ก็ถือไม่ได้ว่าสัญญาเกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลา เพราะการตกลงให้มีการรับเงินกันที่ใดเป็นคนละเรื่องกับการเกิดของสัญญา ศาลจังหวัดสงขลาจึงไม่มีอำนาจรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2876/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุทธรณ์ที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จำเลยอุทธรณ์ว่าการอ้างส่งพยานเอกสารของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่มิได้กล่าวไว้ชัดแจ้งในอุทธรณ์ว่าเอกสารที่โจทก์อ้างส่งไม่ชอบนั้นเป็นเอกสารอะไรฉบับใดส่งเมื่อใด เมื่อปรากฏว่าโจทก์อ้างและส่งเอกสารถึง 138 ฉบับทั้งส่งต่อศาลหลายครั้ง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2876/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุทธรณ์ที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเอกสารหลักฐาน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จำเลยอุทธรณ์ว่าการอ้างส่งพยานเอกสารของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่มิได้กล่าวไว้ชัดแจ้งในอุทธรณ์ว่าเอกสารที่โจทก์อ้างส่งไม่ชอบนั้นเป็นเอกสารอะไร ฉบับใดส่งเมื่อใด เมื่อปรากฏว่าโจทก์อ้างและส่งเอกสารถึง 138 ฉบับทั้งส่งต่อศาลหลายครั้ง จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2524

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เลิกสัญญาก่อสร้างโดยปริยาย สิทธิเรียกร้องค่าก่อสร้างขาดอายุความ 2 ปี
จำเลยจ้างเหมาช่วงให้โจทก์ทำการก่อสร้างอาคารที่จำเลยประมูลได้ ต่อมาจำเลยไม่ยอมให้โจทก์เข้าดำเนินการก่อสร้างและเข้าดำเนินการเสียเอง ถือได้ว่าโจทก์จำเลยเลิกสัญญากันโดยปริยาย คู่สัญญาจึงต่างกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม สำหรับการงานที่โจทก์ได้กระทำไปแล้วโจทก์ย่อมมีสิทธิได้รับชดใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานนั้นๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 แต่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ดังกล่าวต้องตกอยู่ในอายุความสองปีตามมาตรา 165(7)
of 146 ⏮ ◀ ▶ ⏭