Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2492 — หน้า 81

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนคดีเพื่อความพยายามประนีประนอม และการอนุญาตให้ระบุพยานในวันสืบพยาน
โจทก์มิได้ยื่นระบุพะยานไว้ ได้มาร้องขอยื่นในวันนัดสืบพะยานโจทก์ ซึ่งศาลสั่งไว้ในรายงานพิจารณาว่า ในวันสืบ ควรให้จำเลยมาศาลด้วยเพื่อพูดจากัน ดังนี้ ควรให้เลื่อนคดี และให้โจทก์ระบุอ้างพะยานได้ เพราะศาลยังติดใจให้คู่ความพูดจากันอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนคดีเพื่อเจรจาประนีประนอม และการอนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติมในวันสืบพยาน
โจทก์มิได้ยื่นระบุพยานไว้ ได้มาร้องขอยื่นในวันนัดสืบพยานโจทก์ ซึ่งศาลสั่งไว้ในรายงานพิจารณาว่า ในวันสืบ ควรให้จำเลยมาศาลด้วยเพื่อพูดจากัน ดังนี้ควรให้เลื่อนคดี และให้โจทก์ระบุอ้างพยานได้ เพราะศาลยังติดใจให้คู่ความพูดจากันอยู่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าธรรมเนียมการขายทรัพย์ยึดก่อนคำพิพากษาที่คู่ความตกลงกันเอง ศาลฎีกาแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียม
ทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อนคำพิพากษา ซึ่งคู่ความได้รับอนุญาตจากศาลเอาไปจำหน่ายแล้วนำเงินมาวางศาล ให้เรียกค่าธรรมเนียมชั้นบังคับคดี ร้อยละ 3 1/2 ตามตาราง 5 หมายเลข 2.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าธรรมเนียมบังคับคดีกรณีทรัพย์ยึดก่อนคำพิพากษาจำหน่ายโดยความยินยอมของศาล
ทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อนคำพิพากษาซึ่งคู่ความได้รับอนุญาตจากศาลเอาไปจำหน่ายแล้วนำเงินมาวางศาล ให้เรียกค่าธรรมเนียมชั้นบังคับคดี ร้อยละ 3.5 ตามตาราง 5หมายเลข2

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1849/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อเท็จจริงทางพิจารณาต่างจากฟ้อง ทำให้ลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน แต่ทางพิจารณาได้ความตามจำเลยนำสืบว่า เกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน ดังนี้ถือว่า ข้อเท็จจริงทางพิจารณาต่างกับฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1849/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อเท็จจริงในคำฟ้องและทางพิจารณาต่างกัน ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดเมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน แต่ทางพิจารณาได้ความตามจำเลยนำสืบว่า เกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 28 มิถุนายน ดังนี้ถือว่า ข้อเท็จจริงทางพิจารณาต่างกับฟ้อง จะลงโทษจำเลยไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาทจากการครอบครองเกิน 10 ปี แม้การซื้อขายเดิมไม่สมบูรณ์
โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยจำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของจำเลย โจทก์เป็นผู้อาศัย ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใครโจทก์ย่อมนำสืบว่าเรือนเป็นของโจทก์เพราะครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้วได้ โจทก์ไม่จำต้องบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องถึงการได้มาซึ่งเรือนพิพาท ก็ย่อมนำสืบเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ได้ หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยก็ชอบที่จะขอร้องต่อศาลในชั้นชี้สองสถานและให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183
โจทก์ได้ซื้อเรือนพิพาทจากบิดามารดาจำเลย และโจทก์ได้ครอบครองมานานกว่า 10 ปีแล้วแม้การซื้อขายจะขัดกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 และ 1299 หรือไม่ก็ตาม แต่โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แล้ว
ข้อนำสืบของโจทก์จะหักล้างข้อสันนิษฐานซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิโดยครอบครองปรปักษ์ แม้การซื้อขายจะผิดกฎหมาย โจทก์นำสืบได้
โจทก์ฟ้องอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์, จำเลยเป็นผู้อาศัย จำเลยเถียงว่าเรือนเป็นของจำเลย โจทก์เป็นผู้อาศัย ประเด็นจึงมีว่าเรือนเป็นของใคร โจทก์ย่อมนำสืบว่าเรือนเป็นของโจทก์เพราะครอบครองมาเกิน 10 ปีแล้วได้ โจทก์ไม่จำต้องบรรยาย ข้อเท็จจริงในฟ้องถึงการได้มาซึ่งเรือนพิพาท ก็ย่อมนำสืบเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์มีกรรมสิทธิได้ หากจำเลยเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้ง จำเลยก็ชอบที่จะขอร้องต่อศาลในชั้นชี้สองสถานและให้ศาลสอบถามโจทก์ให้ได้ความชัดขึ้นตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 183
โจทก์ได้ซื้อเรือนพิพาทจากบิดามารดาจำเลยและโจทก์ได้ครอบครองมานานกว่า 10 ปีแล้ว แม้การซื้อขายจะขัดกับ ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 456 และ 1299 หรือไม่ก็ตาม แต่โจทก์ได้กรรมสิทธิตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1382 แล้ว
ข้อนำสืบของโจทก์จะหักล้างข้อสันนิษฐานซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1838/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องของพนักงานอัยการ และความเพียงพอของคำฟ้องในคดีสมคบทำร้ายร่างกาย
พนักงานอัยการผู้ได้รับแต่งตั้งโดยชอบแล้วมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ในฟ้องในฐานพนักงานอัยการได้ แม้ผู้ลงชื่อจะต่างคนกับที่วงเล็บไว้ที่หน้าฟ้องก็ไม่สำคัญ
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกาย ไม่จำต้องระบุว่าจำเลยคนใดใช้อาวุธอย่างไร ทำร้ายแผลไหน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1838/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจพนักงานอัยยการลงชื่อฟ้อง และความเพียงพอของคำฟ้องคดีทำร้ายร่างกาย
พนักงานอัยยการผู้ได้รับแต่งตั้งโดยชอบแล้วมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ในฟ้องในฐานพนักงานอัยยการได้ แม้ผู้ลงชื่อจะต่างคนกับที่วงเล็บไว้ที่หน้าฟ้องก็ไม่สำคัญ
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกาย ไม่จำต้องระบุว่าจำเลยคนใดใช้อาวุธอย่างไร ทำร้ายแผลไหน
of 145 ⏮ ◀ ▶ ⏭