ผลการค้นหาตามปี "2497" (1001 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาต่อสู้และการป้องกันตัว: การกระทำที่แสดงเจตนาทำร้ายก่อนยิง จึงไม่อาจอ้างป้องกันตัวได้
เริ่มแรกจำเลยส่อเจตนาไม่ดีของจำเลยด้วยการนำมีดและอาวุธปืนลูกซองไม่จดทะเบียนไป แล้วรื้อฟันรั้วของผู้ตายที่ปิดทางไว้โดยพละการซึ่งแสดงว่าจำเลยเตรียมตัวจะต่อสู้กับผู้ตายอย่างเต็มที่ แม้จะปรากฎว่าผู้ตายได้ห้ามและได้เงื้อขวานจะฟันจำเลยก่อน จำเลยก็ยิงเอาด้วยปืนที่เตรียมมาดังนี้ จำเลยจะอ้าวว่าป้องกันตัวหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาเตรียมต่อสู้ย่อมไม่ถือเป็นการป้องกันตัว แม้ผู้ตายจะขัดขวาง
เริ่มแรกจำเลยส่อเจตนาไม่ดีของจำเลยด้วยการนำมีดและอาวุธปืนลูกซองไม่จดทะเบียนไป แล้วรื้อฟันรั้วของผู้ตายที่ปิดทางไว้โดยพลการซึ่งแสดงว่าจำเลยเตรียมตัวจะต่อสู้กับผู้ตายอย่างเต็มที่ แม้จะปรากฏว่าผู้ตายได้ห้ามและได้เงื้อขวานจะฟันจำเลยก่อน จำเลยก็ยิงเอาด้วยปืนที่เตรียมมาดังนี้ จำเลยจะอ้างว่าป้องกันตัวหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ราคาบุหรี่ในการขายทอดตลาดรวมเงินช่วยราชการยาสูบ ผู้ขายต้องคืนเงินทั้งหมดให้เจ้าของเดิม
เจ้าพนักงานขายยาสูบของกลางที่ยึดไว้ในระหว่างคดี คดีถึงที่สุดมีคำพิพากษาให้คืนของกลาง การคืนต้องคืนเงินราคาที่ขายได้รวมทั้งเงินช่วยราชการยาสูบที่ผู้ซื้อต้องเสียให้ในเวลาซื้อทอดตลาดด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของเวลาเกิดเหตุในฟ้องอาญา: ผลต่อการพิจารณาคดีและการพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2494 เวลากลางวัน (6.00น.)จำเลยปล้นทรัพย์แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาขมุกขมัวมีแสงสว่างบ้างแล้วซึ่งจะถือว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ใกล้เคียงกันมาก จะฟ้องฟังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องซึ่งบรรยายว่าเหตุเกิดเวลากลางวันจึงให้ยกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 ยังไม่ได้และเมื่อฟ้องของโจทก์จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีโดยไม่หลงข้อต่อสู้จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความถูกต้องของเวลาเกิดเหตุในฟ้องอาญา แม้เวลาใกล้เคียงกัน หากจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องไม่ถือว่าไม่สมบูรณ์
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2494 เวลากลางวัน(06.00 น.)จำเลยปล้นทรัพย์แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเวลาเกิดเหตุเป็นเวลาขมุกขมัวมีแสงสว่างบ้างแล้วซึ่งจะถือว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนก็ใกล้เคียงกันมาก จะฟังว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าเหตุเกิดเวลากลางคืนต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้องซึ่งบรรยายว่าเหตุเกิดเวลากลางวัน จึงให้ยกฟ้องโจทก์ตาม ป.วิ.อาญา ม.192 ยังไม่ได้และเมื่อฟ้องของโจทก์จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีโดยไม่หลงข้อต่อสู้จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามป.วิ.อาญา มาตรา 158
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักกลบลบหนี้จากข้อพิพาทเรื่องหุ้นส่วนและการกู้ยืม การนำสืบหลักฐานเพื่อพิสูจน์มูลหนี้
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ ถ้าหากมูลหนี้นั้นหักกลบลบหนี้กันได้ จำเลยก็ย่อมฟ้องแย้งโจทก์ในคดีนั้น ขอให้หักกลบลบหนี้และชำระหนี้ส่วนที่เกินแก่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทสัญญากู้ที่ซ่อนรูปเป็นการเข้าหุ้นส่วน การหักกลบลบหนี้ และการนำสืบพยาน
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินกู้ ๗๕๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยให้การแ้กคดีและฟ้องแย้งว่าความจริงเป็นเรื่องเข้าหุ้นส่วนกันตกข้าว โจทก์ลงทุน ๔๐๐๐ บาท ดับสืนค้าอาหารราคา ๓๕๐๐ บาท จำเลยเป็นฝ่ายลงแรง แต่โจทก์ให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้พรางความจริงไว้และยึดเอาหนังสือแสดงกรรมสิทธิหรือใบเสร็จนาไว้ ๒ ฉบับ จำเลยจัดการได้ข้าวมาและขายได้เงิน ๒๓,๗๖๐ บาท ได้มอบให้โจทก์รักษาไว้ เมื่อหักเงินทุนโจทก์ ๗๕๐๐ บาท ออกแล้วคงเหลือกำไรที่โจทก์จะต้องแบ่งให้จำเลย ๘,๑๓๐ บาท จึงขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนหนังสือแสดงกรรมสิทธิหรือใบเสร็จนา และชำระเงิน ๘,๑๓๐ บาท ให้จำเลย
โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่า ไม่ได้เข้าหุ่น และไม่ได้รับเงิน ๒๓,๗๖๐ บาทไว้และตัดฟ้องว่า เป็ฯการนำสืบแก้ไขเอกสาร และฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ศาลขั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสืบสมพิพาษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน ๘,๑๓๐ บาท แต่ำจเลยกับให้คืนหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือใบเสร็จนา
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยจำสืบความจริงเป็นเรื่องหุ้นส่วนมิใช่กู้เงินกันไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๙๔ พิพากษากลับให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้
จำเลยฏีกา
ศาลฏีกาเห็นว่าตามฟ้องแย้งจำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไม่ชำระให้ ซึ่งเป็นมูลหนี้ที่จะหักกลบลบกันได้ และากรนำสืบถึงมูลหนี้ตามฟ้องแย้ง ไม่ใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฟ้องแย้ง จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสีย ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยให้การแ้กคดีและฟ้องแย้งว่าความจริงเป็นเรื่องเข้าหุ้นส่วนกันตกข้าว โจทก์ลงทุน ๔๐๐๐ บาท ดับสืนค้าอาหารราคา ๓๕๐๐ บาท จำเลยเป็นฝ่ายลงแรง แต่โจทก์ให้จำเลยทำหนังสือสัญญากู้พรางความจริงไว้และยึดเอาหนังสือแสดงกรรมสิทธิหรือใบเสร็จนาไว้ ๒ ฉบับ จำเลยจัดการได้ข้าวมาและขายได้เงิน ๒๓,๗๖๐ บาท ได้มอบให้โจทก์รักษาไว้ เมื่อหักเงินทุนโจทก์ ๗๕๐๐ บาท ออกแล้วคงเหลือกำไรที่โจทก์จะต้องแบ่งให้จำเลย ๘,๑๓๐ บาท จึงขอให้ศาลบังคับให้โจทก์คืนหนังสือแสดงกรรมสิทธิหรือใบเสร็จนา และชำระเงิน ๘,๑๓๐ บาท ให้จำเลย
โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่า ไม่ได้เข้าหุ่น และไม่ได้รับเงิน ๒๓,๗๖๐ บาทไว้และตัดฟ้องว่า เป็ฯการนำสืบแก้ไขเอกสาร และฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ศาลขั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสืบสมพิพาษาให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระเงิน ๘,๑๓๐ บาท แต่ำจเลยกับให้คืนหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ หรือใบเสร็จนา
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยจำสืบความจริงเป็นเรื่องหุ้นส่วนมิใช่กู้เงินกันไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๙๔ พิพากษากลับให้จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้
จำเลยฏีกา
ศาลฏีกาเห็นว่าตามฟ้องแย้งจำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ให้โจทก์ไม่ชำระให้ ซึ่งเป็นมูลหนี้ที่จะหักกลบลบกันได้ และากรนำสืบถึงมูลหนี้ตามฟ้องแย้ง ไม่ใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงตามฟ้องแย้ง จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสีย ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิสามีทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ผู้อื่นได้ หากทรัพย์สินนั้นมีราคาไม่เกินส่วนแบ่งของตน และมีเหตุผลสมควร
สามีมีสิทธิทำพินัยกรรมยกสินบริคณห์ให้แก่บุคคลอื่นได้ในเมื่อทรัพย์ที่ยกให้นั้นมีราคาไม่เกินส่วนของสามี และทรัพย์นั้นมีพฤติการณ์ที่ศาลเห็นว่าควรตกได้เป็นส่วนแบ่งของสามี (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2498)
ฎีกาที่ตั้งต้นเรื่องเอาที่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างไว้ชัดเจนแล้วย่อมเป็นฎีกาที่สมบูรณ์
ฎีกาที่ตั้งต้นเรื่องเอาที่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างไว้ชัดเจนแล้วย่อมเป็นฎีกาที่สมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1364/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินสมรส: พิจารณาจากมูลค่าทรัพย์และพฤติการณ์ เพื่อให้สมบูรณ์ตามกฎหมาย
สามีมีสิทธิทำพินัยกรรมยกสินบริคณห์ให้แก่บุคคลอื่นได้ในเมื่อทรัพย์ที่ยกให้นั้นมีราคาไม่เกินส่วนของสามีและทรัพย์นั้นมีพฤติการณ์ที่ศาลเห็นว่าควรตกได้เป็นส่วนแบ่งของสามี ( ป.ช.ญ.ครั้งที่ 6/2498)
ฎีกาที่ตั้งต้นเรื่องเอาที่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างไว้ชัดเจนแล้วย่อมเป็นฎีกาที่สมบูรณ์
ฎีกาที่ตั้งต้นเรื่องเอาที่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยยกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นกล่าวอ้างไว้ชัดเจนแล้วย่อมเป็นฎีกาที่สมบูรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิที่แท้จริง: แม้ชื่อในโฉนดไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิที่แท้จริง หากมีหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของ ก็สามารถใช้สิทธิได้
ผู้มีชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิที่ดินนั้นไม่ได้หมายความว่า ผู้นั้นจะต้องมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นเสมอไป อาจมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิแต่ไม่มีกรรมสิทธิ อันแท้จริงก็ได้