ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเวนคืนโฉนดมิใช่การชำระหนี้ การไม่อุทธรณ์คำสั่งตัดพยานทำให้ฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ในศาลชั้นต้นจำเลยต่อสู้ว่าการเวนคืนโฉนดที่จำเลยให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้นั้นเท่ากับเป็นการเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งการกู้ยืมประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้จำเลยนำสืบเมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนี้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 226จำเลยจะขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเวนคืนโฉนดที่ดินกับการพิสูจน์การชำระหนี้ การไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลทำให้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ในศาลชั้นต้นจำเลยต่อสู้ว่าการเวนคืนโฉนดที่จำเลยให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้นั้นเท่ากับเป็นการเวนคืนเอกสารหลักฐานแห่งการกู้ยืมประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้จำเลยนำสืบ เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งนี้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 226 จำเลยจะขอให้ศาลฎีการวินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไม่ได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินพิพาท: ศาลตัดสินตามพยานหลักฐานการครอบครองจริง ไม่ยึดเพียงการเสียภาษี
การกระทำอย่างไรเป็นการครอบครองหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ตามประมวลรัษฎากรเป็นเรื่องบัญญัติว่าบุคคลเช่นไรมีหน้าที่จะต้องเป็นผู้เสียภาษี หาใช่ว่าบุคคลเช่นนั้นต้องถือว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินไม่.
ตามประมวลรัษฎากรเป็นเรื่องบัญญัติว่าบุคคลเช่นไรมีหน้าที่จะต้องเป็นผู้เสียภาษี หาใช่ว่าบุคคลเช่นนั้นต้องถือว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1143/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดิน: การพิสูจน์ความเป็นผู้ครอบครองตามประเด็นที่ท้ากัน
การกระทำอย่างไรเป็นการครอบครองหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ตามประมวลรัษฎากรเป็นเรื่องบัญญัติว่าบุคคลเช่นไรมีหน้าที่จะต้องเป็นผู้เสียภาษีหาใช่ว่าบุคคลเช่นนั้นต้องถือว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินไม่
ตามประมวลรัษฎากรเป็นเรื่องบัญญัติว่าบุคคลเช่นไรมีหน้าที่จะต้องเป็นผู้เสียภาษีหาใช่ว่าบุคคลเช่นนั้นต้องถือว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบคิดฆ่าผู้อื่น: พฤติการณ์ร่วมกระทำความผิดเป็นหลักฐานสำคัญ
จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกันโดยจำเลยที่ 2 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ 2ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบคิดฆ่าผู้อื่น: การกระทำร่วมกันของจำเลยทั้งสองบ่งชี้ถึงเจตนาฆ่า
จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย(ผู้ตาย)ด้วยกันโดยจำเลยที่ 2 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วยและจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วยเมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วยๆ กระโดดหนีจำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่2 ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันทีแล้วจำเลยทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลย ที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเช่าและค่ารื้อปลูกเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า, การผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนด, สิทธิโจทก์ฟ้องร้องโดยไม่ต้องทวงถาม
นอกจากค่าเช่าเดือนละ 30 บาทแล้วจำเลยยังทำสัญญาช่วยค่ารื้อปลูกเรือนที่เช่าเดือนละ 200 บาททุกเดือนในระหว่างที่เช่า ถือว่าเงิน 200 บาทนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าด้วย
โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าเช่าจำเลยโดยไม่ต้องบอกกล่าวจำเลยได้ทีเดียวในเมื่อมีกำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าต้องชำระค่าเช่าเดือนละครั้งภายในวันที่ 1 ของทุกๆเดือน และเมื่อถึงเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระ ถือว่าจำเลยได้ผิดเวลาในการชำระหนี้แล้ว.
โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าเช่าจำเลยโดยไม่ต้องบอกกล่าวจำเลยได้ทีเดียวในเมื่อมีกำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าต้องชำระค่าเช่าเดือนละครั้งภายในวันที่ 1 ของทุกๆเดือน และเมื่อถึงเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระ ถือว่าจำเลยได้ผิดเวลาในการชำระหนี้แล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเช่าและค่ารื้อปลูกเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า การผิดนัดชำระหนี้ตามกำหนด
นอกจากค่าเช่าเดือนละ 30 บาทแล้วจำเลยยังทำสัญญาช่วยค่ารื้อปลูกเรือนที่เช่าเดือนละ 200 บาททุกเดือนในระหว่างที่เช่าถือว่าเงิน200 บาทนี้เป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าด้วย
โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าเช่าจำเลยโดยไม่ต้องบอกกล่าวจำเลยได้ทีเดียวในเมื่อมีกำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าต้องชำระค่าเช่าเดือนละครั้งภายในวันที่ 1 ของทุกๆ เดือนและเมื่อถึงเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระถือว่าจำเลยได้ผิดเวลาในการชำระหนี้แล้ว
โจทก์ฟ้องคดีเรียกค่าเช่าจำเลยโดยไม่ต้องบอกกล่าวจำเลยได้ทีเดียวในเมื่อมีกำหนดเวลาไว้แน่นอนว่าต้องชำระค่าเช่าเดือนละครั้งภายในวันที่ 1 ของทุกๆ เดือนและเมื่อถึงเวลาแล้วจำเลยไม่ชำระถือว่าจำเลยได้ผิดเวลาในการชำระหนี้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องหย่าจากเหตุหมิ่นประมาทและละทิ้งการอุปการะเลี้ยงดู
การที่จำเลยซึ่งเป็นสามีขับไล่และกล่าวประจานโจทก์(ภริยา) ว่า "พวกมึงเป็นเหล่าลักขโมยเขา เลี้ยงไม่ได้" และใช้คำหยาบล่วงเกินต่อบิดาโจทก์ว่า "มึงเอาลูกของมึงไปเลี้ยงเถิด กูเลี้ยงไม่ได้ เลี้ยงไปก็เสียสกุลบ้าน เป็นเสนียดจัญไร" เช่นนี้ เป็นการหมิ่นประมาทต่อโจทก์และต่อบุพพการีของโจทก์อย่างร้ายแรงตาม ม.1500(2)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1136/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องหย่าจากเหตุหมิ่นประมาทและไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู
การที่จำเลยซึ่งเป็นสามีขับไล่และกล่าวประจานโจทก์(ภริยา)ว่า'พวกมึงเป็นเหล่าลักขโมยเขา เลี้ยงไม่ได้' และใช้คำหยาบล่วงเกินต่อบิดาโจทก์ว่า'มึงเอาลูกของมึงไปเลี้ยงเถิด กูเลี้ยงไม่ได้ เลี้ยงไว้ก็เสียสกุลบ้าน เป็นเสนียดจัญไร' เช่นนี้ เป็นการหมิ่นประมาทต่อโจทก์และต่อบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรงตาม ม.1500(2)