ผลการค้นหาตามปี "2492" (1442 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปฏิบัติต่อภริยาเสมือนนางบำเรอ เป็นเหตุให้หย่าได้ แม้มีการอุปการะเลี้ยงดู
โจทก์ซึ่งเป็นภริยาฟ้องหย่าขาดจากจำเลย อ้างเหตุว่าไม่อุปการะเลี้ยงดูตามสมควรและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ได้ความว่าจำเลยถือว่าโจทก์เป็นนางบำเรอโดยซื้อมาและยังยืนยันให้การเช่นนั้นตลอดมาดังนี้ ถือว่า ที่จำเลยถือเอาฐานะโจทก์เป็นดังนั้น เป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงเพราะมิได้รับและยกย่องโจทก์เป็นภริยา เป็นเหตุให้หย่าได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปฏิบัติของสามีที่ถือภริยาเป็นเพียงนางบำเรอ ถือเป็นการปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้หย่าได้
โจทก์ซึ่งเป็นภริยาฟ้องหย่าขาดจากจำเลย อ้างเหตุว่าไม่อุปการะเลี้ยงดูตามสมควรและทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรง ได้ความว่าจำเลยถือว่าโจทก์เป็นนางบำเรอโดยซื้อมาและยังยืนยันให้การเช่นนั้นตลอดมา ดังนี้ถือว่า ที่จำเลยถือเอาฐานะโจทก์เป็นดังนั้น เป็นการปฏิบัติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยาอย่างร้ายแรงเพราะมิได้รับและยกย่องโจทก์เป็นภริยา เป็นเหตุให้หย่าได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้น้อยของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และข้อห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ป.ม.วิ.แพ่ง
ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดิน 2 แปลง ราคา 600 บาท ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์แก้ ให้เพิกถอนฉะเพาะการซื้อขายที่แปลงเดียว ดังนี้เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาตามมาตรา 248 ป.ม.วิ.แพ่ง.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2492
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้น้อยฎีกาต้องห้าม: ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาเฉพาะบางส่วน
ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดิน 2 แปลง ราคา 600 บาทศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์แก้ ให้เพิกถอนเฉพาะการซื้อขายที่แปลงเดียวดังนี้เป็นการแก้น้อยต้องห้ามฎีกา ตามมาตรา 248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาในฟ้องอาญา: 'เวลา' หมายถึงวันเดือนปีด้วย การฟ้องต้องระบุให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้
คำว่าเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)หมายความตลอดถึงวันเดือนปีด้วย แต่คดีใด จะต้องระบุเวลากลางวันกลางคืนหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไปแล้วแต่กรณีข้อสำคัญฟ้องให้กล่าวพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนต์จากผู้มีชื่อแต่รถยนต์ชำรุด จึงได้ฝากจำเลยไว้ รุ่งขึ้นไปขอคืนจากจำเลย ปรากฏว่าเครื่องยนต์ที่ฝากไว้บางแห่งหายไป ทราบว่าจำเลยยักยอกโดยมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยทำผิดเวลาใด ถือว่าจำเลยทำผิดในวัน เวลาที่ฝากกับวัน,เวลาที่ปรากฏของหาย ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนต์จากผู้มีชื่อแต่รถยนต์ชำรุด จึงได้ฝากจำเลยไว้ รุ่งขึ้นไปขอคืนจากจำเลย ปรากฏว่าเครื่องยนต์ที่ฝากไว้บางแห่งหายไป ทราบว่าจำเลยยักยอกโดยมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยทำผิดเวลาใด ถือว่าจำเลยทำผิดในวัน เวลาที่ฝากกับวัน,เวลาที่ปรากฏของหาย ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุเวลาในฟ้องอาญา: ความชัดเจนของช่วงเวลาที่กระทำผิดเพียงพอต่อการเข้าใจข้อหา
คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญา ม .158(5) หมายความตลอดถึงวันเดือนปีด้วย แต่คดีใด จะต้องระบุเวลากลางวันกลางคืนหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปแล้วแต่กรณี ข้อสำคัญฟ้องให้กล่าวพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนตร์จากผู้มีชื่อแต่รถยนตร์ชำรุด จึงได้ฝากจำเลยไว้ รุ่งขึ้นไปขอคืนจากจำเลย ปรากฎว่าเครื่องยนตร์ที่ฝากไว้บางแห่งหายไป ทราบว่าจำเลยยักยอกโดยมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยทำผิดเวลาใด ถือว่าจำเลยทำผิดในวัน,เวลาที่ฝากกับวัน,เวลาที่ปรากฎของหาย ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
โจทก์ฟ้องว่า ได้ซื้อรถยนตร์จากผู้มีชื่อแต่รถยนตร์ชำรุด จึงได้ฝากจำเลยไว้ รุ่งขึ้นไปขอคืนจากจำเลย ปรากฎว่าเครื่องยนตร์ที่ฝากไว้บางแห่งหายไป ทราบว่าจำเลยยักยอกโดยมิได้ระบุในฟ้องว่าจำเลยทำผิดเวลาใด ถือว่าจำเลยทำผิดในวัน,เวลาที่ฝากกับวัน,เวลาที่ปรากฎของหาย ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวางเงินค่าธรรมเนียมหลังพ้นกำหนดอุทธรณ์ ทำให้ศาลไม่รับพิจารณาอุทธรณ์
จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์เมื่อพ้นกำหนดอายุอุทธรณ์โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษ แม้ศาลชั้นต้นจะรับอุทธรณ์ไว้แล้ว ก็ขัดต่อมาตรา 229 จะรับอุทธรณ์ไว้วินิจฉัยมิได้ (อ้างฎีกาที่ 51/2489)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1806/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวางเงินค่าธรรมเนียมหลังพ้นกำหนดอุทธรณ์ ทำให้ศาลไม่รับพิจารณาอุทธรณ์
จำเลยวางเงินค่าธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนโจทก์เมื่อพ้นกำหนดอายุอุทธรณ์โดยไม่ปรากฎพฤตติการณ์พิเศษ แม้ศาลชั้นต้นจะรับอุทธรณ์ไว้แล้ว ก็ขัดต่อมาตรา 229 จะรับอุทธรณ์ไว้วินิจฉัยมิได้.
(อ้างฎีกาที่ 51/2489)
(อ้างฎีกาที่ 51/2489)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กฎหมายควบคุมข้าว: ความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค และ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว และหลักการพิจารณาคดีอาญา
พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน 2488 กับ พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489 มิใช่กฎหมายที่ใช้แทนกันหรือขัดกัน
(อ้างฎีกา 197,198/2491)
คดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงถึง 10 ปี แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องฟังพะยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง.
(อ้างฎีกา 197,198/2491)
คดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงถึง 10 ปี แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องฟังพะยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กฎหมายควบคุมข้าว: ศาลต้องพิจารณาพยานหลักฐานแม้จำเลยรับสารภาพ
พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่นๆ ในภาวะคับขัน 2488 กับ พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489มิใช่กฎหมายที่ใช้แทนกันหรือขัดกัน (อ้างฎีกาที่ 197,198/2491)
คดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงถึง 10 ปี แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง
คดีที่มีอัตราโทษอย่างสูงถึง 10 ปี แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลก็ต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง