Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2498 — หน้า 84

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2498" (1061 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีสัญชาติ: การบังคับรับใบสำคัญคนต่างด้าวและการโต้แย้งหน้าที่ของนายทะเบียน
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีสัญชาติ: การโต้แย้งหน้าที่นายทะเบียนคนต่างด้าวและการฟ้องจำเลยที่ถูกต้อง
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีนายทะเบียนคนต่างด้าวบังคับให้รับใบสำคัญคนต่างด้าว แม้มิได้ขอคืนสัญชาติ
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อ ร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2485 ม.20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ ๆ ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าวโจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดย พ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 55

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุการใช้ทางและการเกิดสิทธิภาระจำยอม: การใช้ทางเพียง 6 ปีไม่เพียงพอต่อการเกิดสิทธิภาระจำยอม
การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทเดินมาเพียง 6 ปี เท่านั้น (ไม่ถึง 10 ปี) ยังหาทำให้เกิดสิทธิเป็นทางภาระจำยอมไม่
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีทางในที่ของจำเลย โจทก์ไม่เคยเดินในที่จำเลย เช่นนี้ก็คือจำเลยปฏิเสธว่าไม่มีทางภาระจำยอมตามฟ้องนั่นเอง เมื่อโจทก์มาสืบว่าได้เดินผ่านที่จำเลยมา 18 ปี ตั้งแต่เข้าอยู่ในที่ที่ซื้อนายปัด จำเลยก็ย่อมนำสืบคัดค้านได้ว่าโจทก์ซื้อและเข้าอยู่ในที่นายปัดเมื่อ 6 ปีมานี้เอง เป็นการสืบหักล้างพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความทางภารจำยอม: การใช้ทางไม่ต่อเนื่องและการหักล้างพยาน
การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทเดินมาเพียง 6 ปี เท่านั้น(ไม่ถึง 10 ปี)ยังหาทำให้เกิดสิทธิเป็นทางภารจำยอมไม่
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภารจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีทางในที่ของจำเลย โจทก์ไม่เคยเดินในที่จำเลยเช่นนี้ก็คือจำเลยปฏิเสธว่าไม่มีทางภารจำยอมตามฟ้องนั่นเอง เมื่อโจทก์นำสืบว่าได้เดินผ่านที่จำเลยมา 18 ปี ตั้งแต่เข้าอยู่ในที่ที่ซื้อนายปัด จำเลยก็ย่อมนำสืบคัดค้านได้ว่าโจทก์ซื้อและเข้าอยู่ในที่นายปัดเมื่อ 6 ปีมานี้เอง เป็นการสืบหักล้างพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุการใช้ทางภารจำยอม การครอบครองปรปักษ์ และการหักล้างพยาน
การที่โจทก์ใช้ทางพิพาทเดินมาเพียง 6 ปี เท่านั้น(ไม่ถึง 10 ปี)ยังหาทำให้เกิดสิทธิเป็นทางภารจำยอมไม่
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภารจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีทางในที่ของจำเลย โจทก์ไม่เคยเดินในที่จำเลยเช่นนี้ก็คือจำเลยปฏิเสธว่าไม่มีทางภารจำยอมตามฟ้องนั่นเอง เมื่อโจทก์นำสืบว่าได้เดินผ่านที่จำเลยมา 18 ปี ตั้งแต่เข้าอยู่ในที่ที่ซื้อนายปัด จำเลยก็ย่อมนำสืบคัดค้านได้ว่าโจทก์ซื้อและเข้าอยู่ในที่นายปัดเมื่อ 6 ปีมานี้เอง เป็นการสืบหักล้างพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงร่วมชี้เขตที่ดินเป็นสำคัญ เอกสารหลักฐานเป็นเพียงประกอบ ศาลบังคับตามข้อตกลงได้
โจทก์จำเลยพิพาทกันในเรื่องที่ดิน ที่สุดได้ตกลงให้ศาลเรียกเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาชี้ว่าเขตของคนข้างเคียงว่าอยู่แค่ไหนแล้วให้จ่าศาลวัดจากที่ของคนข้างเคียงไปจำนวนหนึ่งให้เป็นของโจทก์ที่เหลือเป็นของจำเลย เช่นนี้แสดงว่าคู่ความยอมตกลงรับเอาตามเนื้อที่ที่คนข้างเคียงชี้ให้เป็นสำคัญ ฉะนั้นแม้เอกสารหลักฐานการได้ที่ของคนข้างเคียงจะคลาดเคลื่อนไปจากที่ที่ชี้กันก็ตาม ศาลก็ชอบที่จะบังคับแบ่งไปตามทางที่คู่ความได้ตกลงกันไว้กล่าวคือตามทางที่คนข้างเคียงชี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงแบ่งที่ดินโดยใช้การชี้เขตของเจ้าของที่ดินข้างเคียงมีผลผูกพัน แม้เอกสารหลักฐานไม่ตรงกัน
โจทก์จำเลยพิพาทกันในเรื่องที่ดิน ที่สุดได้ตกลงให้ศาลเรียกเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาชี้ว่าเขตของคนข้างเคียงว่าอยู่แค่ไหนแล้วให้จ่าศาลวัดจากที่ของคนข้างเคียงไปจำนวนหนึ่งให้เป็นของโจทก์ที่เหลือเป็นของจำเลย เช่นนี้แสดงว่าคู่ความยอมตกลงรับเอาตามเนื้อที่ที่คนข้างเคียงชี้ให้เป็นสำคัญ ฉะนั้นแม้เอกสารหลักฐานการได้ที่ของคนข้างเคียงจะคลาดเคลื่อนไปจากที่ที่ชี้กันก็ตาม ศาลก็ชอบที่จะบังคับแบ่งไปตามทางที่คู่ความได้ตกลงกันไว้กล่าวคือตามทางที่คนข้างเคียงชี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงชี้เขตที่ดินคู่ความมีผลผูกพัน แม้เอกสารหลักฐานไม่ตรงกัน ศาลต้องบังคับตาม
โจทก์จำเลยพิพาทกันในเรื่องที่ดินที่สุดได้ตกลงให้ศาลเรียกเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาชี้ว่าเขตของคนข้างเคียงว่าอยู่แค่ไหนแล้วให้จ่าศาลวัดจากที่ของคนข้างเคียงไปจำนวนหนึ่งให้เป็นของโจทก์ที่เหลือเป็นของจำเลย เช่นนี้แสดงว่าคู่ความยอมตกลงรับเอาตามเนื้อที่ที่คนข้างเคียงชี้ให้เป็นสำคัญฉนั้นแม้เอกสารหลักฐานการได้ที่ของคนข้างเคียงจะคลาดเคลื่อนไปจากที่ที่ชี้กันก็ตาม ศาลก็ชอบที่จะบังคับแบ่งไปตามทางที่คู่ความไว้ตกลงกันไว้ กล่าวคือตามทางที่คนข้างเคียงชี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1273/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าต้องพิสูจน์ได้ แม้แทงถูกที่สำคัญ หากไม่มีเหตุโกรธเคืองและอยู่ในสภาวะมึนเมา
ขณะเกิดเหตุจำเลยกับผู้ตายและคนอื่นต่างเมาสุรา พอคนอื่นชกและตีผู้ตายเซไปแล้ว จำเลยจึงแทงผู้ตายด้วยมีดซุยเฉพาะตัวมีดยาวคืบเศษแทงผู้ตายหนึ่งที จำเลยกับผู้ตายไม่เคยมีสาเหตุกันมาก่อน หากแทงถูกที่สำคัญผู้ตายจึงตาย เพียงเท่านี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ถึงตาย
of 107 ⏮ ◀ ▶ ⏭