Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2494 — หน้า 85

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2494" (1033 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1399/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่ชัดเจนต้องระบุรายละเอียดการประมาทและจุดชน เพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหา
ฟ้องบรรยายว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปรกติชน เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ของผู้มีชื่อเสียหาย และทำให้คนที่นั่งมาบนรถถึงบาดเจ็บสาหัสและถึงตาย มิได้บรรยายว่าจำเลยประมาทโดยอาการอย่างไร และที่ว่ารถจำเลยชนรถยนต์ผู้มีชื่อก็ไม่บรรยายว่าชนถูกส่วนไหนอันจะเป็นทางให้เห็นว่าประมาทหรือไม่ ดังนี้ เป็นฟ้องไม่ชัดเจนพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องไม่ถูกต้องด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพศาลก็ต้องยกฟ้อง (อ้างฎีกาที่ 241/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม - การระบุรายละเอียดสินค้าที่ขาดหายไป
โจทก์ฟ้องบรรยายเพียงว่าสินค้าในร้านสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขาดหายไปเป็นราคาเงินจำนวนหนึ่ง โดยมิได้แสดงรายละเอียดว่า สิ่งของอะไรบ้าง อย่างไหนราคาเท่าใด ย่อมเป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1397/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม: รายละเอียดสินค้าขาดหายต้องชัดเจน
โจทก์ฟ้องบรรยายเพียงว่า สินค้าในร้านสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย ซึ่งเป็นผู้จัดการได้ขาดหายไปเป็นราคาเงินจำนวนหนึ่ง โดยมิได้แสดงรายละเอียดว่าสิ่งของอะไรบ้าง อย่างไหนราคาเท่าใด ย่อมเป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อค้า เทียบกับการได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
สัญญาเช่าตึกแถวมีว่าเช่าไปแล้วเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียว และก็ปรากฎว่าผู้เช่าได้ใช้สถานที่เช่าเป็นที่พยาบาลรักษาตาและทำหลอดดูดกาแฟ อันนับว่าได้ประกอบธุระกิจและการอาชีพสมกับข้อความในสัญญาเช่าแล้ว ดังนี้ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สถานที่เช่าประกอบธุรกิจหลากหลายประเภทสอดคล้องกับสัญญาเช่า ไม่ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
สัญญาเช่าตึกแถวมีว่าเช่าไปเพื่อประกอบการค้าแต่อย่างเดียวและก็ปรากฏว่าผู้เช่าได้ใช้สถานที่เช่าเป็นที่พยาบาลรักษาตาและทำหลอดดูดกาแฟ อันนับว่าได้ประกอบธุรกิจและการอาชีพสมกับข้อความในสัญญาเช่าแล้ว ดังนี้ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้ป้องกันตัวที่สมควรแก่เหตุ แม้ผู้ถูกทำร้ายยังกำอาวุธอยู่ ศาลยกฟ้อง
จำเลยมิได้เป็นผู้ก่อนให้เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ผู้ตายไปดักคอยทำร้ายจำเลยกลางทาง จำเลยหนีไปเป็นระยะทางถึง 4 เส้น ผู้ตายก็ยังไล่ติดตามจะทำร้ายจำเลย ๆ หนึขึ้นไปบนเรือนแล้ว ผู้ตายก็ยังบุกรุกตามขึ้นไปอีก และโดดแทงจำเลยด้วยมีดก่อน จำเลยจึงต่อสู้ป้องกันตัว แม้จำเลยฟันผู้ตายทีหนึ่งแล้ว ผู้ตายทรุดตัวลงนั่งก็ดี แต่ก็ยังกำมีดอยู่ ยากที่จำเลยจะคิดเห็นได้ว่าตนพ้นอันตรายแล้วผู้ตายอาจผลุนผลันลุกขึ้นทำร้ายอีกก็ได้ จำเลยจึงฟันผู้ตายอีกทีหนึ่ง ผู้ตายจึงล้มลง แล้วจำเลยก็มิได้ทำอันตรายอีก ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุได้รับการยกเว้นโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 50

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้ป้องกันตัว: การกระทำเกินสมควรแก่เหตุเมื่อถูกทำร้ายต่อเนื่อง
จำเลยมิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุร้ายขึ้น แต่ผู้ตายไปดักคอยทำร้ายจำเลยกลางทาง จำเลยหนีไปเป็นระยะทางถึง 4 เส้น ผู้ตายก็ยังไล่ติดตามจะทำร้ายจำเลย จำเลยหนีขึ้นไปบนเรือนแล้ว ผู้ตายก็ยังบุกรุกตามขึ้นไปอีก และโดดแทงจำเลยด้วยมีดก่อน จำเลยจึงต่อสู้ป้องกันตัว แม้จำเลยฟันผู้ตายทีหนึ่งแล้ว ผู้ตายทรุดตัวลงนั่งก็ดี แต่ก็ยังกำมีดอยู่ ยากที่จำเลยจะคิดเห็นได้ว่าตนพ้นอันตรายแล้ว ผู้ตายอาจผลุนผลันลุกขึ้นทำร้ายอีกก็ได้ จำเลยจึงฟันผู้ตายอีกทีหนึ่ง ผู้ตายจึงล้มลงแล้วจำเลยก็มิได้ทำอันตรายอีก ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่เกินสมควรแก่เหตุ ได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามลักลอบขนของออกนอกราชอาณาจักร แม้ยังไม่ถึงชายแดน
ขนสิ่งของจากในราชอาณาจักรเพื่อจะนำออกไปนอกราชอาณาจักรไปตามทางนอกเส้นทางอนุมัติและนอกเวลาที่อธิบดีศุลกากรประกาศกำหนดไว้ แม้จะยังไม่ทันข้ามแดนไปโดยถูกจับเสียก่อน คดีเข้าคั่นพยายามแล้ว ก็ย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ( ฉะบับที่ 7 ) พ.ศ.2480 มาตรา 5,10 ประกอบด้วย ฉะบับที่ 11 พ.ศ.2490 มาตรา 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1380/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยายามลักลอบนำสิ่งของออกนอกราชอาณาจักร แม้ยังไม่ข้ามแดน มีความผิดตามกฎหมายศุลกากร
ขนสิ่งของจากในราชอาณาจักรเพื่อจะนำออกไปนอกราชอาณาจักรไปตามทางนอกเส้นทางอนุมัติและนอกเวลาที่อธิบดีศุลกากรประกาศกำหนดไว้ แม้จะยังไม่ทันข้ามแดนไปโดยถูกจับเสียก่อน คดีเข้าขั้นพยายามแล้ว ก็ย่อมมีความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5,10 ประกอบด้วยฉบับที่ 11 พ.ศ.2490 มาตรา 3

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1371/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาช่วยเหลือทางแพ่ง: ความเกี่ยวพันในมูลคดี ไม่ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์
พี่ชายได้จัดการแบ่งนามรดกให้แก่น้องชายและน้องสาวตามคำสั่งของบิดามารดา แต่น้องสาวไม่ยอม พี่จึงพาน้องชายไปหาทนายความ ต่อมาน้องชายขอให้พี่ออกเงินให้ตนดำเนินคดี โดยสัญญาว่าถ้าคดีถึงที่สุดน้องชายได้รับส่วนแบ่งนามาจะแบ่งนาให้พี่ชายครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่ต้องการก็จะขายนาเอาเงินใช้ทุนให้ ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า พี่ชายช่วยเหลือน้องชายให้ได้รับความยุติธรรมจากโรงศาล และควรนับได้ว่าพี่ชายมีความเกี่ยวพันอยู่ในมูลคดีนั้นด้วย ไม่ใช่เรื่องพี่ชายแสวงหาประโยชน์ใส่ตนด้วยการยุยงส่งเสริมให้เขาเป็นความกันในกรณีที่ตนมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลคดีนั้นด้วย จึงทำให้นิติกรรมสัญญานั้นตกเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 113 เมื่อคดีถึงที่สุดน้องชายได้รับส่วนแบ่งนามาแล้วไม่แบ่งนาให้พี่ชาย พี่ชายย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกเอาได้ตามสัญญา
of 104 ⏮ ◀ ▶ ⏭