Law3s Deka Logo

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี พ.ศ. 2500 — หน้า 85

ระบบค้นหาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ค้นหาได้หลายรูปแบบ และใหม่ล่าสุดค้นหาด้วย Ai

ฎีกาใหม่ ฎีกาที่คนเข้าชมสูงสุด ฎีกาแนะนำโดยทีมงาน ดูฎีกาตามรายปี พ.ศ.

ผลการค้นหาตามปี "2500" (862 รายการ)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์ในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเพิ่มเติมโดยไม่ย้อนสำนวน
ศาลชั้นต้นมิได้ชี้ขาดในประเด็นว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทมาจากนายวิฑูรบิดานายเสียงจริงหรือไม่คดีมาถึงชั้นศาลอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นสมควรชี้ขาดว่า ฟังได้ว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทจากนายวิฑูรโดยมิได้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อนี้นั้นเป็นเรื่องศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งม.240(3) ม.240(3)ให้อำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำหรือไม่ย้อนก็ได้แล้วแต่ดุลพินิจของศาลอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนเสมอไป ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240(3)
ศาลขั้นต้นมิได้ชี้ขาดในประเด็นว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทมาจากนายวิฑูรบิดานายเสียงจริงหรือไม่ คดีมาถึงชั้นศาลอุทธรณ์ ๆ เห็นสมควรชี้ขาดว่า ฟังได้ว่าจำเลยได้เช่าห้องพิพาทจากนายวิฑูรโดยมิได้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อนี้นั้น เป็นเรื่องศาลอุทธรณ์มีอำนาจทำได้ ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240(3) ๆ ให้อำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำหรือไม่ย้อนก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของศาลอุทธรณ์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานเพื่ออธิบายเอกสารใบรับเงิน เพื่อยืนยันการชำระหนี้ด้วยเงินสดและเช็ค
โจทก์อาจนำพยานมาสืบว่าเอกสาร ล.1 ที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ออกให้แก่จำเลยในการชำระหนี้ ว่าความจริงโจทก์ออกใบรับเงิน ล.1 ให้จำเลยจริงเพราะจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ครบ โดยชำระเป็นเงินสดส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือชำระเป็นเช็ค 2 ฉบับ ซึ่งโจทก์นำไปขึ้นเงินไม่ได้ จึงมาฟ้องให้จำเลยชดใช้ การสืบเช่นนี้ไม่เป็นการสืบแก้ไขเอกสาร เป็นการสืบอธิบายเอกสาร สืบได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1049/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานเพื่ออธิบายเอกสารใบรับเงิน ไม่ใช่การแก้ไขเอกสาร ย่อมทำได้
โจทก์อาจนำพยานมาสืบว่าเอกสาร ล.1 ที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ออกให้แก่จำเลยในการชำระหนี้ว่าความจริงโจทก์ออกใบรับเงิน ล.1 ให้จำเลยจริงเพราะจำเลยได้ชำระเงินให้โจทก์ครบโดยชำระเป็นเงินสดส่วนหนึ่ง ส่วนที่เหลือชำระเป็นเช็ค 2 ฉบับ ซึ่งโจทก์นำไปขึ้นเงินไม่ได้จึงมาฟ้องให้จำเลยชดใช้ การสืบเช่นนี้ไม่เป็นการสืบแก้ไขเอกสารเป็นการสืบอธิบายเอกสาร สืบได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการครอบครองตึกหลังก่อสร้าง: สัญญาครอบคลุมจนกว่าจะหาผู้เช่าได้
บริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างตึกรายพิพาทโดยทุนของบริษัท เมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วตามสัญญา มีสิทธิที่จะกำหนดและเลือกตัวผู้เช่า เรียกเก็บเงินค่าช่วยก่อสร้าง แต่โจทก์ไม่ได้เสียเงินช่วยก่อสร้างให้จำเลย กลับไปเสียให้แก่ลูกจ้างคนเก่าของจำเลยที่ออกจากหน้าที่ไปแล้วซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิอะไรที่จะให้แก่โจทก์ จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขัดขวางมิให้โจทก์เข้าอยู่ในตึกพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิด เพราะจำเลยมีสิทธิตามสัญญาก่อสร้างที่จะครอบครองห้องพิพาทจนกว่าจะส่งมอบแก่เจ้าของที่ดิน แม้จะถือว่าตึกซึ่งปลูกในที่ดินเป็นทรัพย์ส่วนควบของเจ้าของที่ดิน แต่จำเลยก็ยังมีสิทธิตามสัญญาที่จะครอบครองตึกที่สร้างจนกว่าจะเลือกหาผู้เช่าได้ เจ้าของที่ดินจะเอาตึกไปครอบครองเสียโดยลำพังหาได้ไม่ เมื่อเจ้าของที่ดินยังไม่มีสิทธิที่จะเอาตึกรายนี้ไปให้ผู้ใดเช่าโดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าครอบครองตึกรายนี้สิทธิแห่งการครอบครองตามกฎหมายยังตกอยู่แก่ฝ่ายจำเลย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1048/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการครอบครองตึกสร้างใหม่: สัญญาการก่อสร้างกับเจ้าของที่ดิน
บริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างตึกรายพิพาทโดยทุนของบริษัทเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วตามสัญญา มีสิทธิที่จะกำหนดและเลือกตัวผู้เช่า เรียกเก็บเงินค่าช่วยก่อสร้างแต่โจทก์ไม่ได้เสียเงินช่วยก่อสร้างให้แก่จำเลย กลับไปเสียให้แก่ลูกจ้างคนเก่าของจำเลยที่ออกจากหน้าที่ไปแล้วซึ่งเป็นผู้ไม่มีสิทธิอะไรที่จะให้แก่โจทก์จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะขัดขวางมิให้โจทก์เข้าอยู่ในตึกพิพาทได้ ไม่เป็นละเมิด เพราะจำเลยมีสิทธิตามสัญญาก่อสร้างที่จะครอบครองห้องพิพาทจนกว่าจะส่งมอบแก่เจ้าของที่ดินแม้จะถือว่าตึกซึ่งปลูกในที่ดินเป็นทรัพย์ส่วนควบของเจ้าของที่ดินแต่จำเลยก็ยังมีสิทธิตามสัญญาที่จะครอบครองตึกที่สร้างจนกว่าจะเลือกหาผู้เช่าได้เจ้าของที่ดินจะเอาตึกไปครอบครองเสียโดยลำพังหาได้ไม่ เมื่อเจ้าของที่ดินยังไม่มีสิทธิที่จะเอาตึกรายนี้ไปให้ผู้ใดเช่าโดยจำเลยไม่ได้รู้เห็นยินยอมโจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้าครอบครองตึกรายนี้สิทธิแห่งการครอบครองตามกฎหมายยังคงตกอยู่แก่ฝ่ายจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การคืนที่ดินพิพาท: เนื้อที่ประมาณการไม่เกินคำขอ
โจทก์ฟ้องให้จำเลยส่งที่พิพาทคืนในฟ้องกล่าวว่าที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 3 งาน เมื่อคู่ความต่างได้รับรองต้องกันว่าที่พิพาทกันนี้ทั้งแปลงและเขตติดต่อทั้ง 4 ด้านก็ตรงกันการที่โจทก์ระบุจำนวนเนื้อที่ของที่พิพาทก็เป็นแต่เพียงประมาณเมื่อจำเลยแพ้คดีจะต้องคืนที่พิพาทให้โจทก์ก็ต้องคืนทั้งแปลง ซึ่งมีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งานไม่เป็นการเกินคำขอของโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการคืนที่ดินตามคำฟ้อง: การคืนทั้งแปลงเมื่อเขตที่ดินตรงกัน แม้ระบุเนื้อที่ประมาณ
โจทก์ฟ้องให้จำเลยส่งที่พิพาทคืน ในฟ้องกล่าวว่าที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 3 งาน เมื่อคู่ความต่างได้รับรองต้องกันว่าที่พิพาทกันนี้ทั้งแปลงและเขตติดต่อทั้ง 4 ด้านก็ตรงกัน การที่โจทก์ระบุจำนวนเนื้อที่ของที่พิพาทก็เป็นแต่เพียงประมาณเมื่อจำเลยแพ้คดี จะต้องคืนที่พิพาทให้โจทก์ก็ต้องคืนทั้งแปลง ซึ่งมีเนื้อที่ 9 ไร่ 1 งาน ไม่เป็นการเกินคำขอของโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประมาทจากการจุดไฟเผาป่า เพลิงลุกลามทำลายทรัพย์สินผู้อื่น เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 201
จุดไฟเผาไม้ในสวนของตนซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้อื่นเห็นได้ว่าเพลิงอาจลุกลามไปไหม้สวนผู้อื่นได้
ดังนี้ เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าทำไปโดยฐานประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1021/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประมาทจากเพลิงลุกลาม: การจุดไฟเผาในที่ดินตนเองจนเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นเข้าข่ายประมาทตามกฎหมาย
จุดไฟเผาไม้ในสวนของตนซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้อื่น เห็นได้ว่าเพลิงอาจลุกลามไปไหม้ส่วนผู้อื่นได้ ดังนี้ เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าทำไปโดยฐานประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201.
of 87 ⏮ ◀ ▶ ⏭