ผลการค้นหาตามปี "2523" (1414 รายการ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2194/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดวินัยร้ายแรงจากการฝ่าฝืนข้อบังคับการรับพนักงานเข้าทำงาน แม้พนักงานมีความสามารถ
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยมีหน้าที่รับพนักงานเข้าทำงาน โจทก์รับพนักงานโดยไม่คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติผ่านคณะกรรมการสัมภาษณ์เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงาน และข้อตกลงระหว่างจำเลยกับสหภาพแรงงานข้อบังคับในเรื่องการรับพนักงานมีความสำคัญยิ่งต่อจำเลยการที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับในเรื่องนี้จึงเป็นความผิดวินัยร้ายแรงจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2193/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างลูกจ้างฐานเล่นการพนันในที่ทำงานและเวลาทำงาน มิพักต้องจ่ายค่าชดเชย
โจทก์เล่นการพนันในที่ทำงานและในเวลาทำงาน เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานถือได้ว่าเป็นความผิดร้ายแรงซึ่งจำเลยมีอำนาจลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดได้การที่จำเลยลงโทษโจทก์โดยเลิกจ้างและไม่จ่ายค่าชดเชย จึงกระทำได้โดยชอบตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47(3)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่รับมอบสินค้าเป็นสถานที่ที่มูลคดีซื้อขายเกิดขึ้น การอนุญาตฟ้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาล และการโต้แย้งคำสั่งศาลต้องกระทำทันที
สถานที่รับมอบสินค้าที่สั่งซื้อเป็นสถานที่ที่มูลคดีผิดสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นด้วย
การที่ศาลใดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลนั้น ศาลย่อมจะใช้ดุลพินิจสั่งตั้งแต่ชั้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ยื่นพร้อมคำฟ้อง เมื่อได้อนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลนั้นแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าการพิจารณาคดีที่ศาลนั้นมิได้เป็นการสะดวก ก็ไม่ทำให้การสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องกลายเป็นการสั่งอนุญาตโดยไม่มีอำนาจ
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งไว้จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ได้
จำเลยเคยยื่นคำร้องคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง แต่ต่อมาจำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจำเลยไม่ติดใจคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ตามคำร้องดังกล่าวต่อไป ดังนี้ ถือว่าจำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง
การที่ศาลใดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลนั้น ศาลย่อมจะใช้ดุลพินิจสั่งตั้งแต่ชั้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ยื่นพร้อมคำฟ้อง เมื่อได้อนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลนั้นแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าการพิจารณาคดีที่ศาลนั้นมิได้เป็นการสะดวก ก็ไม่ทำให้การสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องกลายเป็นการสั่งอนุญาตโดยไม่มีอำนาจ
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งไว้จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ได้
จำเลยเคยยื่นคำร้องคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง แต่ต่อมาจำเลยได้แถลงต่อศาลว่าจำเลยไม่ติดใจคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ตามคำร้องดังกล่าวต่อไป ดังนี้ ถือว่าจำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่รับมอบสินค้าเป็นสถานที่ที่มูลคดีซื้อขายเกิดขึ้น การแก้ไขฟ้องต้องโต้แย้งทันที ศาลมีอำนาจพิจารณาตามที่อนุญาต
สถานที่รับมอบสินค้าที่สั่งซื้อเป็นสถานที่ที่มูลคดีผิดสัญญาซื้อขายเกิดขึ้นด้วย
การที่ศาลใดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลนั้นศาลย่อมจะใช้ดุลพินิจสั่งตั้งแต่ชั้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ยื่นพร้อมคำฟ้อง เมื่อได้อนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลนั้นแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าการพิจารณาคดีที่ศาลนั้นมิได้เป็นการสะดวกก็ไม่ทำให้การสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องกลายเป็นการสั่งอนุญาตโดยไม่มีอำนาจ
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งไว้จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ได้
จำเลยเคยยื่นคำร้องคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแต่ต่อมาจำเลยได้แถลงต่อศาล ว่าจำเลยไม่ติดใจคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ตามคำร้องดังกล่าวต่อไป ดังนี้ ถือว่าจำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง
การที่ศาลใดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลนั้นศาลย่อมจะใช้ดุลพินิจสั่งตั้งแต่ชั้นพิจารณาคำร้องของโจทก์ที่ยื่นพร้อมคำฟ้อง เมื่อได้อนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลนั้นแล้ว แม้ต่อมาจะปรากฏว่าการพิจารณาคดีที่ศาลนั้นมิได้เป็นการสะดวกก็ไม่ทำให้การสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นฟ้องกลายเป็นการสั่งอนุญาตโดยไม่มีอำนาจ
คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาจำเลยต้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งไว้จึงจะมีสิทธิอุทธรณ์ได้
จำเลยเคยยื่นคำร้องคัดค้านการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแต่ต่อมาจำเลยได้แถลงต่อศาล ว่าจำเลยไม่ติดใจคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของโจทก์ตามคำร้องดังกล่าวต่อไป ดังนี้ ถือว่าจำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดทรัพย์เพื่อบังคับคดี: การเพิกถอนการบังคับคดีต้องยื่นภายใน 8 วันนับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
ปัญหาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดทรัพย์ได้หรือไม่นั้นแม้ทรัพย์สินในคดีที่พิพาทราคาไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดทรัพย์เพื่อบังคับคดี: การยกเว้นทรัพย์เครื่องมือทำฟัน และการเพิกถอนการบังคับคดีที่ต้องดำเนินการภายใน 8 วัน
ปัญหาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดทรัพย์ได้หรือไม่นั้น แม้ทรัพย์สินในคดีที่พิพาทราคาไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุสุดวิสัยและการขยายเวลาส่งมอบสินค้า: การสูญหายระหว่างขนส่งต่างประเทศทำให้ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบ
โจทก์ตกลงขายอะไหล่ให้จำเลยโดยจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ การที่โจทก์ไม่สามารถส่งมอบของให้จำเลยภายในกำหนดระยะเวลาเพราะของสูญหายในระหว่างทางขนส่งมายังประเทศไทย เป็นเรื่องพ้นวิสัยที่โจทก์จะป้องกันได้ ถือว่าเป็นพฤติการณ์อันโจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบ โจทก์ยังไม่ได้ชื่อว่าผิดนัด จำเลยจะต้องให้เวลาโจทก์เพื่อปฏิบัติตามสัญญาเป็นเวลาพอสมควร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุสุดวิสัยกับการส่งมอบสินค้าล่าช้า ผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบหากสินค้าสูญหายระหว่างขนส่งจากต่างประเทศ แต่ต้องรับผิดชอบหากล่าช้าหลังขยายเวลา
โจทก์ตกลงขายอะไหล่ให้จำเลยโดยจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศการที่โจทก์ไม่สามารถส่งมอบของให้จำเลยภายในกำหนดระยะเวลาเพราะของสูญหายในระหว่างทางขนส่งมายังประเทศไทย เป็นเรื่องพ้นวิสัยที่โจทก์จะป้องกันได้ ถือว่าเป็นพฤติการณ์อันโจทก์ไม่ต้องรับผิดชอบ โจทก์ยังไม่ได้ชื่อว่าผิดนัด จำเลยจะต้องให้เวลาโจทก์เพื่อปฏิบัติตามสัญญาเป็นเวลาพอสมควร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2183/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดในสัญญาเช่าซื้อจากการไม่ส่งมอบรถยนต์คืน และค่าเสื่อมสภาพราคา
สัญญาเช่าซื้อระบุว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อผู้เช่าซื้อยอมส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าของโดยพลันในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้วโดยเรียบร้อยโดยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าซื้อเองดังนี้ หากรถยนต์ที่เช่าซื้อของโจทก์ได้รับความเสียหายถึงขนาดเสื่อมราคาอันเป็นผลมาแต่เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อในข้อนี้และต้องรับผิดชดใช้ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2181/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บไม่ขอรับรองความถูกต้องโปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลคำยืนยันผู้เชี่ยวชาญลายมือชื่อผูกพันตามคำท้า หากตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้
คดีที่โจทก์จำเลยท้ากันว่า ถ้าผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อในช่องผู้เช่าในสัญญาเช่าเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงที่จำเลยลงไว้ จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ถ้าผู้เชี่ยวชาญว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย โจทก์เป็นฝ่ายยอมแพ้ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นในรายงานการตรวจพิสูจน์น่าเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อจำเลยเช่นนี้ มีลักษณะเป็นคำยืนยันหรือทำนองยืนยันว่าลายมือชื่อผู้เช่าในสัญญาเช่าเป็นลายมือชื่อจำเลย ถือได้ว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญตรงตามคำท้าแล้วจำเลยจึงต้องแพ้คดีตามคำท้า(อ้างฎีกาที่ 433/2507)